ธรรมชีวิตประจำวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน 2026 “สาระสำคัญแห่งพระวจนะของพระองค์”

สดุดี 119:158-160 – ข้าพระองค์มองดูคนทรยศด้วยความชิงชัง เพราะเขาไม่ปฏิบัติตามพระดำรัสของพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงพิเคราะห์ว่าข้าพระองค์รัก ข้อบังคับของพระองค์มากเท่าใด ขอทรงสงวนชีวิตของข้าพระองค์ไว้ตามความรักมั่นคงของพระองค์ สาระสำคัญแห่งพระวจนะของพระองค์คือความจริง และกฎหมายอันชอบธรรมของพระองค์ทุกข้อดำรงอยู่เป็นนิตย์

“ข้าพระองค์มองดูคนทรยศด้วยความชิงชัง” นั่นอาจไม่ใช่คำพูดที่ดีนัก แต่ผู้เขียนสดุดีมีเหตุผลที่ทำให้ท่านรู้สึกรังเกียจที่ “เขาไม่ปฏิบัติตามพระดำรัสของพระองค์” เราไม่ควรรักผู้อื่นหรือแม้แต่ผู้ที่ไม่เชื่อและปฏิเสธพระเจ้าและพระวจนะของพระองค์หรือ แต่เราต้องยอมรับว่าบางครั้งเรามองโลกที่อยู่รอบตัวเราด้วยความรังเกียจ เราได้ยินคำสอนที่ไร้ความเชื่อและผิดพลาดจากผู้ที่อ้างพระนามของพระคริสต์อย่างผิด ๆ ความผิดศีลธรรมที่ปรากฏให้เห็นบ่อยครั้งในวัฒนธรรมของเราทำให้เรารู้สึกตกใจและท้อแท้ ความเกลียดชังและการทะเลาะวิวาทมีอยู่มากมายระหว่างคนแปลกหน้าและภายในครอบครัว มีผู้คนมากมายที่ไม่ปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระเจ้า บางครั้งเราก็รู้สึกรังเกียจเช่นเดียวกัน!

บรรดาธรรมิกชนคนอื่น ๆ ก็มองดูพฤติกรรมบาปที่พวกเขาพบเจอด้วยความแปลกใจ และอาจจะรู้สึกรังเกียจพฤติกรรมที่พบเห็น ความโกรธของโมเสส “เดือดพลุ่ง” เมื่อท่านเห็นการบูชารูปเคารพของคนอิสราเอล (อพยพ 32:19ข) โลทผู้ชอบธรรม “มีความทุกข์ใหญ่หลวง เพราะการประพฤติลามกของคนชั่วเหล่านั้น” (2 เปโตร 2:7ข) อัครทูตเปาโลรู้สึกประหลาดใจกับความผิดศีลธรรมและความเย่อหยิ่งที่พบในหมู่คริสเตียนในเมืองโครินธ์ (ดู 1 โครินธ์ 5:1-2) เราต่างรู้สึกรังเกียจ แล้วเราก็มองดูในกระจกแห่งพระบัญญัติของพระเจ้า ที่นั่นการไม่เชื่อฟังที่น่ารังเกียจของเราเองก็ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน ผู้เขียนสดุดีรู้เรื่องกระจกนี้เช่นกัน และท่านเขียนว่า “ไม่มีสักคนเดียวที่ทำดี ไม่มีเลย” (สดุดี 14:3ข) อัครทูตเปาโลหยิบยกประเด็นเดียวกันนี้ขึ้นมากล่าวว่า “เพราะเมื่อท่านกล่าวโทษผู้อื่น ท่านก็ได้กล่าวโทษตัวเองด้วย เพราะว่าท่านที่กล่าวโทษเขา ก็ยังประพฤติอยู่อย่างเดียวกับเขา” (โรม 2:1ข)

คนที่ไม่เชื่อไม่ปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระเจ้า และเราก็เช่นกัน พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทำงานผ่านทางพระบัญญัติของพระเจ้าเพื่อเปิดเผยบาปของเราและทรงเรียกเราให้ไตร่ตรองอย่างซื่อสัตย์และกลับใจ พระวิญญาณยังทรงทำงานผ่านทางความจริงอันสดใสของพระกิตติคุณ ข่าวดีที่พระเจ้าทรงส่งพระบุตรของพระองค์มาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูทรงรับเอาบาปอันน่ารังเกียจทั้งหมดของเรา บาปของคนที่ไม่เชื่อและบาปของคนที่มีความเชื่อ เข้ามาอยู่ในพระกายที่ปราศจากบาปของพระองค์บนไม้กางเขน พระองค์ทรงทนทุกข์ทรมานในความตายที่เราสมควรได้รับ เราจึงรู้สึกรังเกียจและเสียใจต่อบาปของเราเองและหันมาหาพระเจ้าด้วยความถ่อมตนและกลับใจใหม่ ผ่านทางความเชื่อในพระเยซู เราได้รับการอภัยบาปและของขวัญแห่งชีวิตนิรันดร์ เมื่อได้รับการอภัยเพื่อเห็นแก่พระเยซูแล้ว เราจึงประกาศการกลับใจและการอภัยแก่ผู้อื่นในพระนามของพระเยซู พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทำงานผ่านทางกระจกแห่งพระบัญญัติของพระเจ้าและข่าวดีของพระกิตติคุณเพื่อสร้างคำประกาศตามถ้อยคำของผู้เขียนสดุดีที่รวมกันแล้วลงตัวพอดีว่า “สาระสำคัญแห่งพระวจนะของพระองค์ คือความจริง”

เราอธิษฐาน: ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงนำข้าพระองค์ให้กลับใจและทรงอภัยโทษบาปของข้าพระองค์เพื่อเห็นแก่พระเยซูคริสต์ อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. โดยปกติแล้วคุณมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อคนที่กระทำบาปอันน่ารังเกียจ คุณเคยสามารถก้าวข้ามปฏิกิริยานั้นและคิดด้วยความรักต่อบุคคลนั้นได้หรือไม่
  2. พระบัญญัติของพระเจ้าแสดงให้เราเห็นถึงบาปของเราอย่างชัดเจนอย่างไร
  3. พระเจ้าทรงทำอะไรผ่านทางพระเยซูเพื่อทำให้คุณและข้าพเจ้าซึ่งเป็นคนบาปที่น่าดูถูกกลายเป็นคนที่สะอาดและชอบธรรมในสายพระเนตรของพระองค์

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.