ธรรมชีวิตประจำวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2026 “ผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนักจงมาหาเรา”

“บรรดาผู้ทำงานเหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลาย หายเหนื่อยเป็นสุข” โอ พระสุรเสียงที่เป็นพรของพระเยซูซึ่งมาสู่จิตใจที่เป็นทุกข์ พระสุรเสียงนี้ประกาศถึงคำอวยพร การอภัยโทษ พระคุณ และสันติสุข ประกาศถึงความปิติยินดีที่ไม่มีวันสิ้นสุดและประกาศถึงความรักที่ไม่อาจจืดจาง”

รอบตัวเรามีเสียงมากมายที่คอยแย่งความสนใจของเรา บางเสียงเราได้ยิน ในขณะที่บางเสียงเราเห็นผ่านทางข้อความหรือโซเชียลมีเดียรูปแบบอื่น ๆ หลายเสียงเป็นเสียงที่น่ารับฟังและเราชื่นชมกับคำพูดหนุนใจจากเพื่อนและครอบครัว แต่เสียงอื่นกลับเต็มไปด้วยความโกรธ การทะเลาะเบาะแว้ง การกล่าวโทษ หรือการหลอกลวง แต่มีอยู่หนึ่งเสียงที่เราปรารถนาจะได้ยินอย่างมาก นั่นคือ พระสุรเสียงที่เป็นพรซึ่งตรัสเรียกสาวกกลุ่มแรกที่ทะเลสาบกาลิลีว่า “จงตามเรามา”

พวกสาวกมีสิทธิพิเศษมากที่ได้ยินพระสุรเสียงของพระเยซูเมื่อพระองค์ตรัสเรียกเขาให้เป็นสาวกของพระองค์ คนเหล่านั้นได้ยินพระสุรเสียงที่เป็นพรในขณะที่พระผู้ช่วยให้รอดทรงสอนประชาชนตามเนินเขา ในเมือง และในพื้นที่ทุรกันดาร เมื่อพระเยซูทรงสั่งให้ลมและคลื่นสงบ ทะเลและพายุก็เชื่อฟังพระสุรเสียงของพระผู้สร้างของตน พระสุรเสียงที่เกรียงไกรนั้น ทรงสัญญากับชายง่อยว่า “บุรุษเอ๋ย บาปของเจ้าได้รับอภัยแล้ว” และทรงสั่งให้เขาลุกขึ้นและเดินไป (ดู ลูกา 5:17-26) ในชั่วโมงที่มืดมิดของวันศุกร์ประเสริฐ ฝูงชนที่เฝ้าดูใกล้กางเขนได้ยินพระสุรเสียงของพระเยซูตรัสออกมาว่า “สำเร็จแล้ว” (ยอห์น 19:30ข) ความทุกข์ทรมานของพระผู้ช่วยให้รอดจบสิ้นแล้ว และพระสุรเสียงระยะสุดท้ายนั้นมีพระสัญญาเรื่อง “คำอวยพร การอภัยโทษ พระคุณ และสันติสุข” บนเส้นทางที่ห่างไปจากอุโมงค์อันว่างเปล่านั้น ผู้หญิงสองคนได้ยินพระสุรเสียงที่เขารักอีกครั้งซึ่งเป็นพระสุรเสียงที่เขาคิดว่าจางหายไปตลอดกาล พระสุรเสียงที่เป็นพรของพระผู้ช่วยให้รอดที่ถูกตรึงและคืนพระชนม์สั่งพวกเขาให้ไปทำภารกิจ “จงไปบอกพวกพี่น้องของเราให้ไปยังกาลิลี จะได้พบเราที่นั่น” (มัทธิว 28:10ข)

วันนี้เราได้ยินพระสุรเสียงนั้นเช่นเดิม ในน้ำและพระวจนะแห่งพิธีบัพติศมา พระสุรเสียงของพระเยซูทรงเรียกเราแต่ละคนว่า “จงตามเรามา” เมื่อเรารวมเป็นหนึ่งเดียวกับองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราโดยมีจิตใจที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสร้างขึ้นใหม่ เราจึงเป็นขึ้นจากความตายมาสู่ชีวิตใหม่ วันแล้ววันเล่าเราได้ยินพระเยซูตรัสกับเราในพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ เราได้ยินพระสุรเสียงขององค์พระผู้เป็นเจ้าในบทเพลงสดุดีและคำอธิษฐาน ในเรื่องราวแห่งความรอดของเรา และในความมั่นใจอันเปี่ยมด้วยเรื่องการอภัยบาปของเรา พระองค์ทรงส่งผู้หญิงเหล่านั้นไปจากอุโมงค์ฝังศพที่ว่างเปล่าฉันใด พระสุรเสียงของพระเยซูทรงส่งเราออกไปทำพันธกิจเพื่อแบ่งปันข่าวประเสริฐเรื่องความรอดด้วยฉันนั้น เมื่อเสียงอื่นใดของโลกทำให้เราเป็นทุกข์ใจหรือสับสน มีพระสุรเสียงเดียวที่ดังเด่นอยู่เหนือเสียงรบกวนของโลก นั่นคือ “บรรดาผู้เหน็ดเหนื่อยและแบกภาระหนัก จงมาหาเรา และเราจะให้ท่านทั้งหลายหายเหนื่อยเป็นสุข” (มัทธิว 11:28) โอพระสุรเสียงอันเป็นพรของพระเยซู

เราอธิษฐาน: พระเยซูเจ้า ข้าพระองค์รักที่จะได้ยินพระสุรเสียงแห่งการยกโทษ แห่งพระคุณ และแห่งสันติสุขในพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. ถ้าพระเยซูมาบังเกิดและเติบโตขึ้นในโลกที่เต็มไปด้วยเสียงโทรศัพท์และเสียงโซเซียลมีเดียอย่างทุกวันนี้ คุณคิดว่าพระเยซูจะทรงทำอย่างไร
  2. พระเยซูทรงให้สิ่งใดกับเราในท่ามกลางเสียงรบกวนและความสับสนของโลก
  3. คุณไปยังที่แห่งใดเพื่อค้นหาความสงบและความเงียบในโลกนี้ ในธรรมชาติ ในสถานที่ทำสมาธิ หรือสถานที่อื่นใดหรือเปล่า

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.