ธรรมชีวิตประจำวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2026 “การทนทุกข์”

โรม 8:14-17 – เพราะว่าพระวิญญาณของพระเจ้าทรงนำผู้ใด ผู้นั้นก็เป็นบุตรของพระเจ้า เหตุว่าท่านไม่ได้รับน้ำใจทาสซึ่งทำให้ตกในความกลัวอีก แต่ท่านได้รับพระวิญญาณผู้ทรงให้เป็นบุตรของพระเจ้า ให้เราทั้งหลายร้องเรียกพระเจ้าว่า “อับบา” คือพระบิดา พระวิญญาณนั้นเป็นพยานร่วมกับวิญญาณจิตของเราทั้งหลายว่า เราทั้งหลายเป็นบุตรของพระเจ้า และถ้าเราทั้งหลายเป็นบุตรแล้ว เราก็เป็นทายาท คือเป็นทายาทของพระเจ้า และเป็นทายาทร่วมกับพระคริสต์ เมื่อเราทั้งหลายทนทุกข์ทรมานด้วยกันกับพระองค์นั้น ก็เพื่อเราทั้งหลายจะได้ศักดิ์ศรีด้วยกันกับพระองค์ด้วย

ครอบครัวนี้แปลกที่เราเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งเมื่อเราวางใจในพระเยซู พระเยซูผู้ทรงเป็นพี่ชายคนโตของเราทรงทนทุกข์ สิ้นพระชนม์ และคืนพระชนม์เพื่อนำเราเข้ามาสู่ครอบครัวนี้ เพื่อปลดปล่อยเราให้เป็นอิสระจากความชั่วร้าย และทำให้เราเป็นบุตรของพระเจ้า ด้วยเหตุนี้ เราจึงรับบัพติศมาและวางใจในพระคริสต์

แต่มีสิ่งหนึ่งเกี่ยวกับครอบครัวนี้ที่อาจทำให้เรารู้สึกถูกรบกวน นั่นคือความจริงที่ว่า ทุกคนในครอบครัวต่างต้องเผชิญกับความทุกข์ยาก เปาโลกล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า “พระวิญญาณนั้นเป็นพยานร่วม … ว่าเราทั้งหลายเป็นบุตรของพระเจ้า … เราทั้งหลายทนทุกข์ทรมานด้วยกันกับพระองค์นั้น ก็เพื่อเราทั้งหลายจะได้ศักดิ์ศรีด้วยกันกับพระองค์ด้วย”

อะไรนะ! ทำไมความทุกข์ถึงเป็นเครื่องหมายของครอบครัวของพระเจ้า

ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นเพราะใครก็ตามที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของพระเจ้าจะมีพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตอยู่ภายใน ซึ่งทำให้เขามีลักษณะเหมือนพระเยซู และสิ่งนี้ย่อมทำให้วิถีชีวิตของเราขัดแย้งกับวิถีของโลกนี้โดยอัตโนมัติ หากพระวิญญาณของพระเยซูสถิตอยู่ในตัวคุณ อีกไม่นานคุณก็คงต้องทำอะไรบางอย่างที่ทำให้คนอื่นไม่พอใจหรือโกรธเคือง เหตุการณ์เช่นนี้อาจเกิดขึ้นเมื่อหัวหน้างานขอให้คุณทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องเพื่อให้งานเสร็จเร็วขึ้นหรือประหยัดค่าใช้จ่าย หรืออาจเกิดขึ้นเมื่อเพื่อน ๆ คาดหวังให้คุณร่วมวงนินทาหรือปล่อยข่าวลือที่ทำลายชื่อเสียงของผู้อื่น แล้วคุณกลับปฏิเสธจนถูกพวกเขาเมินเฉยกับคุณ คนที่คุณรักอาจขอให้คุณโกหกเพื่อช่วยให้เขาพ้นจากสถานการณ์ที่ยากลำบาก หรือเพื่อนบ้านอาจไม่พอใจเมื่อคุณชวนผู้ลี้ภัยหรือคนไร้บ้านเข้ามาอาศัยอยู่กับครอบครัวของคุณ

แล้วคุณก็เอ่ยคำว่า “ไม่” ออกไป ไม่ว่าคุณจะพูดคำปฏิเสธนั้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเพียงใด ผลลัพธ์ย่อมก็ยังนำมาซึ่งความทุกข์ เกิดการทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัว คุณได้รับผลประเมินการทำงานที่ไม่ดีจนพลาดโอกาสขึ้นเงินเดือนและเลื่อนตำแหน่ง เพื่อนบ้านเริ่มกลั่นแกล้งคุณด้วยเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ส่วนเพื่อนฝูงก็ตีตัวออกห่างและพากันล้อเลียนว่าคุณเป็นคนที่คิดว่าตัวเอง “บริสุทธิ์”

ฟังดูแล้วเรื่องเหล่านั้นอาจไม่ได้ดูเลวร้ายนักใช่ไหม แต่ถึงกระนั้นก็ยังเจ็บปวด แม้จะเบาบางกว่าการข่มเหงที่คริสเตียนจำนวนมากทั่วโลกต้องเผชิญก็ตาม ความทุกข์ยากเป็นสิ่งที่ตามมาเมื่อเราดำเนินชีวิตติดตามพระเยซู เส้นทางของพระองค์นำไปสู่ไม้กางเขน และเราเองก็ไม่อาจหลีกพ้นเส้นทางนั้นได้เช่นกัน

ถึงกระนั้น ท้ายที่สุดแล้วก็คุ้มค่า เพราะหากเราดำเนินตามหนทางแห่งกางเขน เราย่อมคาดหวังได้ว่าพระเจ้าจะทรงให้เราเป็นขึ้นมา หากเราดำเนินชีวิตร่วมกับพระเยซู เราก็มีพระองค์อยู่เคียงข้างเพื่อปลอบประโลมและนำทางเรา พระองค์ทรงเข้าใจความทุกข์ยาก ทรงเข้าใจความตาย และทรงรู้วิธีที่จะทำให้เราเป็นขึ้นมาจากความตาย และพระองค์จะทรงกระทำเช่นนั้นอย่างแน่นอน เพราะในเวลานี้เราเป็นบุตรที่พระเจ้าทรงรักยิ่ง และความทุกข์ยากของเรานั้นไม่อาจเทียบได้เลยกับพระสิริที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ให้แก่เรา

เราอธิษฐาน: องค์พระเยซูเจ้า โปรดทรงช่วยข้าพระองค์ในยามที่ต้องทนทุกข์ และขอทรงดำเนินไปบนหนทางนั้นเคียงข้างข้าพระองค์ อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. เมื่อไหร่ที่การเชื่อฟังพระเยซูทำให้คุณต้องเจอกับปัญหาหรือความยุ่งยาก (ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่)
  2. เมื่อมองย้อนกลับไป คุณรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่ คุณอยากจะเปลี่ยนแปลงสิ่งใดในสิ่งที่คุณทำลงไปหรือเปล่า เพราะเหตุใด
  3. การทนทุกข์ในฐานะคริสเตียนทำให้ความชื่นชมยินดีที่คุณมีในพระคริสต์ลดน้อยลงไปหรือไม่ เพราะเหตุใด

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.