ธรรมชีวิตประจำวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2026 “ความใจกว้าง”

มัทธิว 13:3-5ก, 6ข-8, 19-20ก, 21ข-23 – แล้วพระองค์ก็ตรัสกับเขาหลายประการเป็นคำอุปมา เป็นต้นว่า “ดูเถิด มีคนหนึ่งออกไปหว่านพืช และเมื่อเขาหว่าน เมล็ดพืชก็ตกตามหนทางบ้าง แล้วนกก็มากินเสีย บ้างก็ตกในที่ซึ่งมีพื้นหิน … เพราะรากไม่มีจึงเหี่ยวไป บ้างก็ตกกลางต้นหนาม ต้นหนามก็งอกขึ้นปกคลุมเสีย บ้างก็ตกที่ดินดี แล้วเกิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้าง … เมื่อผู้ใดได้ยินคำบอกเล่าเรื่องแผ่นดินพระเจ้าแต่ไม่เข้าใจ มารร้ายก็มาฉวยเอาพืชซึ่งหว่านในใจเขานั้นไปเสีย นั่นแหละได้แก่เมล็ดพืชซึ่งหว่านตกริมหนทาง และเมล็ดพืชซึ่งหว่านตกในที่ดินซึ่งมีพื้นหินนั้น ได้แก่บุคคลที่ได้ยินพระวจนะ … ทนอยู่ชั่วคราว … ก็เลิกเสียในทันทีทันใด และพืชซึ่งหว่านกลางหนามนั้น ได้แก่บุคคลที่ได้ฟังพระวจนะ แล้วความกังวลตามธรรมดาโลก และความลุ่มหลงในทรัพย์สมบัติรัดพระวจนะนั้นเสีย จึงไม่เกิดผล ส่วนพืชซึ่งหว่านตกในดินดีนั้น ได้แก่บุคคลที่ได้ยินพระวจนะนั้นและเข้าใจ คนนั้นก็เกิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้าง”

เวลาที่ข้าพเจ้าปลูกเมล็ดพืช ข้าพเจ้ามักจะปลูกแบบชาวสวนทั่วไป คือค่อย ๆ ปลูกไปทีละเมล็ด แต่นั่นไม่ใช่วิธีที่ผู้หว่านเมล็ดพืชในเรื่องเล่าของพระเยซูทำกัน เขาเป็นเกษตรกรที่มีพื้นที่เพาะปลูกกว้างใหญ่ไพศาล ดังนั้น เขาจึงแบกถุงที่เต็มไปด้วยเมล็ดพืชแล้วหว่านเมล็ดเหล่านั้นให้กระจายไปให้ทั่ว ๆ พื้นที่

ดังนั้น จึงเป็นธรรมดาที่เมล็ดพันธุ์บางส่วนจะตกไปอยู่ในที่ที่ไม่เหมาะสมบ้าง เช่น ไปตกบนทางเดินที่ดินอัดแน่นจนแข็ง หรือบนผืนดินริมไร่ที่เต็มไปด้วยวัชพืชและก้อนหิน แต่ผู้หว่านก็ไม่ได้กังวลกับเรื่องนั้น เพราะการหว่านเมล็ดพันธุ์ให้กระจายไปทั่วเป็นหนทางเดียวที่จะมั่นใจได้ว่าเมล็ดพันธุ์จะไปถึงผืนดินดีทุกตารางนิ้ว เขาจึงหว่านเมล็ดพันธุ์ออกไปอย่างเต็มที่และทั่วถึง

และนั่นก็คือ วิธีที่พระเจ้าทรงกระทำเช่นกัน มิใช่หรือ เมื่อพระเยซูทรงส่งข่าวประเสริฐออกไปสู่โลก พระองค์ทรงกระทำด้วยความใจกว้าง โดยทรงหว่านข่าวสารประเสริฐออกไปอย่างกว้างขวางและทั่วถึง ตลอดช่วงเวลาแห่งการปรนนิบัติรับใช้บนโลกในเวลาสั้น ๆ นั้นพระองค์ทรงประกาศแก่ฝูงชนในทุกหนแห่งที่เสด็จไป พระองค์ทรงสนทนากับผู้คนหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นคนมั่งมี ขอทาน สตรี หรือคนต่างชาติ กล่าวคือ ทุกคนที่พร้อมจะรับฟังเพียงชั่วครู่ พระองค์ถึงกับทรงสนทนากับปอนทิอัส ปีลาตเสียด้วยซ้ำ!

พระเยซูไม่เคยปิดบังข่าวประเสริฐเลย พระองค์ทรงมุ่งมั่นที่จะให้ทุกคนได้ยินคำเชื้อเชิญของพระองค์ นั่นคือ การเข้ามาหาพระองค์ด้วยความวางใจ เพื่อจะได้รับการอภัยโทษ และกลายเป็นบุตรของพระเจ้าผู้ได้รับพระพรและเป็นที่รัก ข้อเสนออันเปี่ยมด้วยพระคุณนี้เปิดกว้างสำหรับทุกคนที่พร้อมจะน้อมรับ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลย เพราะพระเยซูนี่เองคือ ผู้ที่ทรงทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นจริงเพื่อเราตั้งแต่แรกแล้ว!

พระเยซูทรงสละพระชนม์ชีพโดยตั้งพระทัยเหมือนเมล็ดพืชที่หว่านลงในดิน โดยทรงทราบว่าการเก็บเกี่ยวที่จะเกิดขึ้นจากชีวิต ความตาย และการคืนพระชนม์ของพระองค์นั้นจะยิ่งใหญ่ และบัดนี้เมื่อพระเยซูทรงคืนพระชนม์จากความตายแล้ว พระองค์จึงทรงมีความสุขที่ได้เห็นเรา ผู้เป็นผลเก็บเกี่ยวของพระองค์ และคำพยากรณ์ของผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ก็เป็นจริงแล้วว่า “เมื่อพระองค์ (พระเยซู) ทรงกระทำให้วิญญาณของท่านเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป ท่านจะเห็นพงศ์พันธุ์ของท่าน ท่านจะยืดวันทั้งหลายของท่าน น้ำพระทัยของพระเจ้าจะเจริญขึ้นในมือของท่าน ท่านจะเห็นผลแห่งความทุกข์ลำบากแห่งวิญญาณจิตของท่าน และพอใจโดยความรู้ของท่านผู้ชอบธรรมคือผู้รับใช้ของเรา จะกระทำให้คนเป็นอันมากนับได้ว่าเป็นคนชอบธรรม และท่านจะแบกบรรดาความบาปผิดของเขาทั้งหลาย” (อิสยาห์ 53:10ข-11)

เราอธิษฐาน: พระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า ขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงหว่านเมล็ดพันธุ์ของพระองค์อย่างเหลือล้น จนกระทั่งมาถึงตัวข้าพระองค์ อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. การแบ่งปันข่าวประเสริฐเป็นเรื่องสูญเปล่าหรือไม่
  2. คุณมีความเชื่อในพระเยซูได้อย่างไร
  3. ลองอธิษฐานขอให้พระเยซูทรงสอนวิธีแบ่งปันความเชื่อในแบบที่พระองค์ทรงทราบดีที่สุดว่าเหมาะสมกับคุณ

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.