“องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดเปิดใจข้าฯ เวลานี้ให้ได้ยิน และขอโปรดเสด็จเข้ามาใกล้ผ่านทางพระวจนะของพระองค์ ขอโปรดให้ข้าฯ ยึดมั่นในพระวจนะอันบริสุทธิ์ของพระองค์ตลอดไป ขอโปรดให้ข้าฯ คงความเป็นบุตรและทายาทของพระองค์ตลอดไป
บางครั้งคำถามเรื่องมรดกทำหน้าที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในเรื่องนิยาย พี่น้องทะเลาะกันเรื่องทรัพย์สินเงินทองและมรดกตกทอดของครอบครัว ทายาทต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนจึงจะได้รับมรดก เรื่องราวอาจลุกลามไปถึงการฆาตกรรมลึกลับโดยทายาทที่โลภมากหันไปก่ออาชญากรรมเพื่อให้ได้ครอบครองทรัพย์สมบัติของครอบครัว ปัญหาทำนองเดียวกันนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริง (หวังว่าจะไม่มีการฆาตกรรมลึกลับนะ) พระคัมภีร์กล่าวถึงประเด็นเรื่องการรับมรดกทรัพย์สินและที่ดินด้วยเช่นกัน ในพระคัมภีร์เดิมพระเจ้าทรงสถาปนากฎหมายเรื่องการครอบครองมรดกไว้ในอิสราเอลสมัยโบราณ คนเลวีซึ่งทำหน้าที่ในพลับพลาและไม่ได้ถือครองที่ดิน แต่จะได้รับส่วนแบ่งจากทศางค์เป็นมรดกของเขา ส่วนแผ่นดินแห่งพันธสัญญาถือเป็นมรดกของอิสราเอล ซึ่งเป็นของขวัญจากพระเจ้าผู้ทรงปลดปล่อยพวกเขาออกจากการเป็นทาส
ในเรื่องราวของพระคัมภีร์ใหม่เกี่ยวกับมรดก ชายคนหนึ่งทูลขอให้พระเยซูทรงช่วยไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างทายาท ซึ่งคำขอนี้นำไปสู่บทเรียนเรื่องทรัพย์สมบัติที่แท้จริง (ดู ลูกา 12:13-21) ในอุปมาเรื่องบุตรน้อยหลงหาย ทายาทผู้ละโมบได้ผลาญมรดกของตนไป แล้วกลับมาด้วยความสำนึกผิดและได้รับการต้อนรับและการยกโทษจากบิดาผู้เปี่ยมด้วยความรัก (ดู ลูกา 15:11-32) เศรษฐีหนุ่มคนหนึ่งทูลถามพระเยซูด้วยคำถามสำคัญว่า “ท่านอาจารย์ผู้ประเสริฐ ข้าพเจ้าจะกระทำประการใดจึงจะได้ชีวิตนิรันดร์” (มาระโก 10:17ข) เขาทูลถามถูกคนแล้วเกี่ยวกับเรื่องชีวิตนิรันดร์ แต่คำถามของชายหนุ่มคนนั้นมีข้อบกพร่อง ทายาทไม่ต้องทำสิ่งใดเลยเพื่อให้ได้มรดก การที่ทายาทจะได้รับทรัพย์สินเป็นมรดกได้ก็ต่อเมื่อมีใครบางคนเสียชีวิตก่อนเท่านั้น หรือในกรณีของคำถามนี้ก็คือ ชีวิตนิรันดร์
เมื่อพูดถึงพันธสัญญาแห่งการอภัยโทษและชีวิตอันเปี่ยมด้วยพระคุณของพระเจ้า ผู้เขียนฮีบรูอธิบายว่า “เพราะว่าในกรณีที่เกี่ยวกับหนังสือพินัยกรรม ก็จะต้องพิสูจน์ว่าผู้ทำหนังสือนั้นตายแล้ว” (ฮีบรู 9:16) พระเยซูทรงเป็นคำตอบสำหรับคำถามเรื่องชีวิตนิรันดร์ พระองค์ทรงทนทุกข์กับการลงโทษแห่งความตายที่เราสมควรได้รับ พระองค์สิ้นพระชนม์และทรงเป็นขึ้นมาจากความตายเพื่อทำให้เราเป็นทายาทแห่งชีวิตนิรันดร์ ชายหนุ่มที่ทูลถามพระเยซูอ้างว่าเขาได้รักษาธรรมบัญญัติครบทุกข้อมาตั้งแต่เด็ก แต่สิ่งนั้นยังไม่เพียงพอที่จะได้รับชีวิตนิรันดร์ พระเยซูทรงเรียกร้องให้ชายหนุ่มคนนั้นสละทรัพย์สมบัติฝ่ายโลกและทรงกล่าวคำเชิญชวนแห่งพระคุณว่า “จงตามเรามา” (มาระโก 10:21ข) มรดกแห่งชีวิตนิรันดร์เป็นของประทานเปล่า ๆ จากพระเจ้าซึ่งประทานให้โดยทางความเชื่อในพระเยซูคริสต์ การสิ้นพระชนม์ของพระผู้ช่วยให้รอดของเราซึ่งทำให้พินัยกรรมนั้นมีผลบังคับใช้นั้นได้เกิดขึ้นแล้ว พระเจ้าทรงโปรดให้เรามีคุณสมบัติเหมาะสม “ที่จะเข้าส่วนได้รับมรดกด้วยกันกับธรรมิกชนในความสว่าง” (โคโลสี 1:12ข) ของประทานนี้เป็นของเราแล้ว โดยพระคุณของพระเจ้าผ่านทางความเชื่อในพระเยซู เราจึงเป็นทายาทแห่งชีวิตนิรันดร์
เราอธิษฐาน: “องค์พระผู้เป็นเจ้า… โปรดให้ข้าพระองค์ผู้เป็นบุตรและทายาทของพระองค์คงอยู่ต่อไป” อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- วัฒนธรรมของเราเป็นวัฒนธรรมที่หมกมุ่นอยู่กับเงิน อะไรทำให้เงินเป็นสิ่งที่น่าดึงดูดใจมากกว่าทรัพย์สินประเภทอื่น
- อะไรคือข้อแตกต่างระหว่างการหาบางสิ่งบางอย่างมาได้ด้วยตนเองกับการได้รับบางสิ่งบางอย่างเป็นของขวัญ สิ่งนี้เชื่อมโยงกับความเข้าใจของเราเรื่องความรอดและพระราชกิจของพระเยซูอย่างไร
- การพูดคุยเรื่องความเชื่อเกี่ยวกับความรักของพระเจ้าและฐานะของมนุษย์ในโลกนี้เป็นเรื่องที่ยาก หากคุณต้องการความช่วยเหลือในเรื่องนี้ โปรดติดต่อศิษยาภิบาลของคุณเพื่อที่ให้ความเข้าใจและข้อมูลอย่างลึกซึ้งในเรื่องการสนทนาฝ่ายวิญญาณ
© : Lutheran Hour Ministries

