ธรรมชีวิตประจำวันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2026 “การเจ็บครรภ์และการคลอดบุตร”

โรม 8:18-27 – เพราะข้าพเจ้าเห็นว่าความทุกข์ลำบากแห่งสมัยปัจจุบันไม่สมควรที่จะเอาไปเปรียบกับศักดิ์ศรีซึ่งจะเผยให้แก่เราทั้งหลาย ด้วยว่าสรรพสิ่งที่ทรงสร้างแล้ว มีความเพียรคอยท่าปรารถนาให้บุตรทั้งหลายของพระเจ้าปรากฏ เพราะว่าสรรพสิ่งเหล่านั้นต้องเข้าอยู่ในอำนาจของอนิจจัง ไม่ใช่ตามใจชอบของตนเอง แต่เป็นไปตามที่พระเจ้าได้ทรงให้เข้าอยู่นั้น ด้วยมีความหวังใจว่า สรรพสิ่งเหล่านั้นจะได้รอดจากอำนาจแห่งความเสื่อมสลาย และจะเข้าในเสรีภาพและศักดิ์ศรีแห่งบุตรทั้งหลายของพระเจ้า เรารู้อยู่ว่าบรรดาสรรพสิ่งที่ทรงสร้างนั้นกำลังคร่ำครวญ และผจญความทุกข์ยากด้วยกันมาจนทุกวันนี้ และไม่ใช่เท่านั้น แต่เราทั้งหลายเองด้วย ผู้ได้รับพระวิญญาณเป็นผลแรก ตัวเราเองก็ยังคร่ำครวญคอยการที่พระเจ้าทรงให้เป็นบุตร คือที่จะทรงให้กายของเราทั้งหลายรอดตาย เหตุว่าเราทั้งหลายรอดแม้เป็นเพียงความหวังใจ แต่ความหวังใจในสิ่งที่เราเห็นได้ หาเป็นความหวังใจไม่ ด้วยว่าใครเล่าจะยังหวังในสิ่งที่เขาเห็น แต่ถ้าเราทั้งหลายคอยหวังใจในสิ่งที่เรายังไม่ได้เห็น เราจึงมีความเพียรคอยสิ่งนั้น ในทำนองเดียวกัน พระวิญญาณก็ทรงช่วยเราเมื่อเราอ่อนกำลังด้วย เพราะเราไม่รู้ว่าเราควรจะอธิษฐานขอสิ่งใดอย่างไร แต่พระวิญญาณทรงช่วยขอแทนเรา ในเมื่อเราคร่ำครวญอธิษฐานไม่เป็นคำ และพระองค์ผู้ทรงชันสูตรใจมนุษย์ ก็ทรงทราบความหมายของพระวิญญาณเพราะว่าพระวิญญาณทรงอธิษฐานขอเพื่อธรรมิกชนตามที่ชอบพระทัยพระเจ้า

ข้าพเจ้าไม่ชอบช่วงเวลาที่เจ็บท้องคลอดเลย มันเจ็บปวดมาก แถมยังยาวนานและยาแก้ปวดก็ไม่ได้ผลด้วย สิ่งเดียวที่ช่วยให้ข้าพเจ้าผ่านมาได้คือ ความคิดถึงลูกน้อยที่จะได้พบกันเมื่อทุกอย่างสิ้นสุดลง ความคิดนี้ไม่ได้ทำให้ประสบการณ์นั้นง่ายขึ้น แต่ก็ช่วยให้พอจะทนไหวอยู่บ้าง

เปาโลใช้ภาพเปรียบเทียบเรื่องความเจ็บปวดจากการคลอดบุตรเพื่ออธิบายสภาพชีวิตของเราในปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโลกของเราเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความทุกข์ทรมาน และเสียงคร่ำครวญ และไม่ใช่แค่โลกของมนุษย์เท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ เมื่อมนุษย์หันหลังให้พระเจ้าและทำลายชีวิตของตนเอง พระเจ้าก็ทรงอนุญาตให้สรรพสิ่งที่เหลืออยู่ต้องได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจของเราไปด้วย ดังนั้น แม้แต่พืชและสัตว์ต่างก็ต้องเผชิญกับความตายและความเสื่อมสลายในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งที่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่ความผิดของสิ่งเหล่านั้นเลย

แต่นั่นยังไม่ใช่บทสรุปของเรื่องราวทั้งหมด พระเจ้าทรงเลือกที่จะช่วยกู้และสร้างสรรพสิ่งขึ้นใหม่ผ่านทางพระชนม์ชีพ ความทุกข์ทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ พระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูทรงประทานความรอดและชีวิตแก่ทุกคนที่วางใจในพระองค์แล้ว และพระองค์ทรงสัญญาว่าจะเสด็จกลับมาอีกครั้งในวาระสุดท้าย เมื่อถึงเวลานั้น พระองค์จะทรงทำให้ภารกิจเพื่อสรรพสิ่งทั้งปวงสำเร็จสมบูรณ์ พระเยซูจะทรงทำลายความชั่วร้ายและต้นตอแห่งความชั่วร้ายทั้งปวงให้หมดสิ้นไป พร้อมทั้งทรงสร้างทุกสิ่งขึ้นใหม่ให้เป็นไปตามที่ควรจะเป็น นับตั้งแต่ร่างกายที่ต้องเสื่อมสลายของเราไปจนถึงจุลินทรีย์ที่เล็กที่สุดและดวงดาวที่ยิ่งใหญ่ที่สุด นี่คือสิ่งที่เรารอคอย คือวันที่พระเจ้า “จะทรงเช็ดน้ำตาทุก ๆ หยดจากตาของเขา ความตายจะไม่มีอีกต่อไป การคร่ำครวญ การร้องไห้ และการเจ็บปวดจะไม่มีอีกต่อไป เพราะยุคเดิมนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว … พระองค์ (พระเยซู) ตรัสอีกว่า ‘จงเขียนไว้เถิด เพราะว่าถ้อยคำเหล่านี้เป็นคำสัตย์ซื่อและสัตย์จริง’” (วิวรณ์ 21:4, 5ข)

เราอธิษฐาน: ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า การรอคอยนี้ช่างยากจะทนไหว ขอโปรดเสด็จมาโดยเร็ว และขอให้เราพร้อมรับการเสด็จมาของพระองค์ อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. คุณทราบหรือไม่ว่าพระเยซูทรงกำลังไถ่สรรพสิ่งที่ทรงสร้าง ไม่ใช่เพียงแค่มนุษย์เท่านั้น
  2. อะไรที่คุณเฝ้ารอคอยมากที่สุดเกี่ยวกับการเสด็จกลับมาของพระเยซู
  3. คุณจินตนาการว่าฟ้าสวรรค์ใหม่และแผ่นดินโลกใหม่จะเป็นอย่างไร

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.