ธรรมชีวิตประจำวันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม 2026 “อย่าแตะต้อง”

มัทธิว 13:24-30, 36-43 – พระองค์ตรัสคำอุปมาอีกข้อหนึ่งให้เขาทั้งหลายฟังว่า “แผ่นดินสวรรค์เปรียบเหมือนคนหนึ่งได้หว่านพืชดีในนาของตน แต่เมื่อคนทั้งหลายนอนหลับอยู่ ศัตรูของคนนั้นมาหว่านข้าวละมานปนกับข้าวดีนั้นไว้แล้วก็หลบไป ครั้นต้นข้าวนั้นงอกขึ้นออกรวงแล้ว ข้าวละมานก็ขึ้นปรากฏด้วย ทาสแห่งเจ้าบ้านจึงมาแจ้งแก่นายว่า ‘นายเจ้าข้า ท่านได้หว่านพืชดีไว้ในนาของท่านมิใช่หรือ แต่มีข้าวละมานมาจากไหน’ นายก็ตอบว่า ‘นี่เป็นการกระทำของศัตรู’ พวกทาสจึงถามว่า ‘ท่านปรารถนาจะให้พวกเราไปถอนและเก็บข้าวละมานหรือ’ แต่นายตอบว่า ‘อย่าเลยเกลือกว่า เมื่อกำลังถอนข้าวละมานจะถอนข้าวดีด้วย ให้ทั้งสองจำเริญไปด้วยกันจนถึงฤดูเกี่ยว และในเวลาเกี่ยวนั้นเราจะสั่งผู้เกี่ยวว่า ‘จงเก็บข้าวละมานก่อน มัดเป็นฟ่อนเผาไฟเสีย แต่ข้าวดีนั้นจงเก็บไว้ในยุ้งฉางของเรา’” … แล้วพระเยซูเสด็จไปจากคนเหล่านั้นเข้าไปในเรือน พวกสาวกมาเฝ้าพระองค์ทูลว่า “ขอพระองค์ทรงโปรดอธิบายให้พวกข้าพระองค์เข้าใจคำอุปมาที่ว่าด้วยข้าวละมานในนานั้น” พระองค์ตรัสตอบเขาว่า “ผู้หว่านเมล็ดพืชดีนั้นได้แก่บุตรมนุษย์ และนานั้นได้แก่โลก ส่วนเมล็ดพืชดีได้แก่พลเมืองแห่งแผ่นดินของพระเจ้า แต่ข้าวละมานได้แก่พลเมืองของมารร้าย ศัตรูผู้หว่านเมล็ดพืชชั่วได้แก่มารนั้น ฤดูเกี่ยวได้แก่เวลาสิ้นยุค และผู้เกี่ยวนั้นได้แก่ทูตสวรรค์ เหตุฉะนั้น เขาเก็บข้าวละมานเผาไฟเสียอย่างไร เมื่อเวลาสิ้นยุคก็จะเป็นอย่างนั้น บุตรมนุษย์จะใช้ทูตของท่านออกไปเก็บกวาดทุกสิ่งที่ทำให้หลงผิด และบรรดาผู้ที่กระทำชั่วไปจากแผ่นดินของท่าน และจะทิ้งลงในเตาไฟอันลุกโพลง ที่นั่นจะมีการร้องไห้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน คราวนั้นผู้ชอบธรรมจะส่องแสงอยู่ในแผ่นดินพระบิดาของเขาดุจดวงอาทิตย์ ใครมีหูจงฟังเถิด”

คุณเคยอยากจะบอกพระเจ้าไหมว่าควรทำภารกิจของพระองค์อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการพิพากษาผู้อื่น มันน่าหงุดหงิดใจเหลือเกินที่ต้องเห็นเพื่อนมนุษย์บางคนใช้ชีวิตในแบบที่เรามองว่าเลวร้าย จนดูเหมือนสมควรจะถูกถอนรากถอนโคนแล้วโยนทิ้งลงกองขยะ เรามองเห็นความชั่วร้ายที่พวกเขาทำอยู่ แล้วทำไมพระเจ้าถึงยังทรงอดทนกับคนพวกนี้อยู่อีก

พระเยซูทรงอธิบายเหตุผลไว้ในคำอุปมานี้ พระองค์ทรงเปรียบโลกเสมือนทุ่งข้าวสาลีที่พระองค์ทรงหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งประชากรของพระองค์ลงไป แต่ในทุ่งเดียวกันนั้นกลับมีวัชพืชงอกงามขึ้นมาด้วย ซึ่งเป็นวัชพืชที่พระเยซูมิได้ทรงหว่าน แต่เป็นฝีมือของมารร้าย! คนกลุ่มนี้ใช้ชีวิตปะปนอยู่กับประชากรของพระเยซู และไม่มีทางที่จะกำจัดวัชพืชเหล่านั้นได้โดยไม่ส่งผลกระทบหรือสร้างความเสียหายแก่ประชากรที่พระเยซูทรงหว่านไว้ เพราะพวกเขาต่างอาศัยอยู่ในละแวกเดียวกัน เป็นสมาชิกคริสตจักรเดียวกัน หรือแม้กระทั่งเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน

ดังนั้น พระเจ้าจึงทรงอดทนรอคอยจนถึงวันที่พระเยซูจะเสด็จกลับมาเพื่อรับประชากรของพระองค์กลับบ้าน พระองค์จะไม่ทรงทำผิดพลาดแม้แต่น้อย เพราะพระองค์ทรงรู้จักประชากรของพระองค์เป็นอย่างดี ท้ายที่สุดแล้ว พระองค์คือผู้ที่ทรงทนทุกข์ สิ้นพระชนม์ และคืนพระชนม์เพื่อช่วยกู้เราทั้งหลาย! พระองค์จะทรงยุติความชั่วร้ายทั้งปวงที่กำลังรบกวนและทำร้ายเราอยู่ในขณะนี้ และในระหว่างที่รอคอยนั้น เราจะไม่เข้าไปจัดการด้วยมือของเราเอง แต่จะอธิษฐาน

เราอธิษฐาน: ขอพระผู้ช่วยให้รอดทรงช่วยให้ข้าพระองค์วางใจในพระองค์ แทนที่จะรีบด่วนตัดสินผู้อื่น อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. การแยกแยะความแตกต่างระหว่างวัชพืชกับพืชที่ดีนั้นเป็นเรื่องง่ายเสมอไปหรือไม่
  2. เล่าเหตุการณ์ที่คุณรู้สึกประหลาดใจเมื่อพบว่า คนที่คุณเคยคิดว่าเป็นเพียงวัชพืช แท้จริงแล้วกลับเป็นคนของพระเยซู
  3. มนุษย์ที่เป็นเหมือน “วัชพืช” จะสามารถเปลี่ยนแปลงเป็น “ข้าวสาลีที่ดี” ได้หรือไม่ และทำได้อย่างไร

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.