ธรรมชีวิตประจำวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม 2026 “แสงสว่างของพระเจ้าที่ผ่านทะลุทุกอย่าง”

อิสยาห์ 60:1 – จงลุกขึ้น ฉายแสง เพราะว่าความสว่างของเจ้ามาแล้ว และพระสิริของพระเจ้าขึ้นมาเหนือเจ้า

ในพระคัมภีร์เดิม คำว่า “ความสว่าง” มีความเกี่ยวข้องกับองค์พระผู้เป็นเจ้า ในหนังสือสดุดี 27:1ก เราอ่านพบว่า “พระเจ้าทรงเป็นความสว่างของข้าพเจ้า” ในหนังสืออิสยาห์ 60:19ข เราอ่านพบว่า “พระเจ้าจะทรงเป็นความสว่างเป็นนิตย์ของเจ้า” โยบกล่าวว่า “ข้าเดินฝ่าความมืดไปด้วยความสว่างของพระองค์” (โยบ 29:3ข) และในพระธรรมมีคาห์ เราได้อ่านพบว่า “เมื่อข้านั่งอยู่ในความมืด พระเจ้าจะทรงเป็นความสว่างแก่ข้า” (มีคาห์ 7:8ข)

จิตวิญญาณแห่งความหวังเดียวกันนี้ยังคงดำเนินต่อไปในพันธสัญญาใหม่ บรรดาครูสอนศาสนา (รับบี) ในสมัยพันธสัญญาเดิมกล่าวว่าพระนามของพระเมสสิยาห์คือ “ความสว่าง” เมื่อพระเยซูตรัสว่า “เราเป็นความสว่างของโลก” พระองค์ทรงประกาศว่าพระองค์คือ ผู้ทำให้คำพยากรณ์อันรุ่งโรจน์นั้นสำเร็จเป็นจริง (ยอห์น 8:12ข) พระเยซูทรงกล่าวถ้อยคำที่แสดงถึงความเป็นพระเจ้าอย่างสูงสุดเท่าที่จะทรงทำได้ และเมื่อเรื่องราวในพันธสัญญาใหม่ดำเนินไป พระเยซูผู้ทรงเป็นความสว่างของโลกก็ทรงปรากฏอยู่ด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ก่อนที่เซาโลจะกลับใจใหม่ ขณะที่ท่านกำลังเดินทางไปยังเมืองดามัสกัส พระคัมภีร์บันทึกว่า “ในทันใดนั้น มีแสงสว่างส่องมาจากฟ้าล้อมตัวเขาไว้รอบ” (กิจการ 9:3ข) นั่นคือ การทรงสถิตอยู่ของพระเจ้า และจากนั้น เซาโล (ผู้ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นอัครทูตเปาโล) ก็ได้ยินพระสุรเสียงของพระผู้ช่วยให้รอดตรัสกับท่านด้วยพระเมตตาคุณ!

อัครทูตยอห์นยังคงสานต่อเรื่องราวของพระเยซูและข่าวสารแห่งแสงสว่างและความหวังของพระองค์ โดยเขียนว่า “นี่เป็นข้อความที่เราได้ยินจากพระองค์ และบอกแก่ท่านทั้งหลาย คือว่าพระเจ้าทรงเป็นความสว่าง และความมืดในพระองค์ไม่มีเลย ถ้าเราจะว่าเราร่วมสามัคคีธรรมกับพระองค์และยังดำเนินอยู่ในความมืด เราก็พูดมุสา และไม่ได้ดำเนินชีวิตตามความจริง แต่ถ้าเราดำเนินอยู่ในความสว่าง เหมือนอย่างพระองค์ทรงสถิตในความสว่าง เราก็ร่วมสามัคคีธรรมซึ่งกันและกัน และพระโลหิตของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ก็ชำระเราทั้งหลายให้ปราศจากบาปทั้งสิ้น” (1 ยอห์น 1:5-7)

ในพระเยซูคริสต์ และโดยของประทานแห่งความเชื่อจากพระเจ้า แสงสว่างของคุณได้มาถึงแล้ว เมื่อพระเยซูทรงสถิตอยู่ในคุณโดยของประทานแห่งความเชื่อจากพระเจ้า อำนาจใด ๆ ของมารก็ไม่สามารถทำลายคุณได้ จงให้พระสัญญาของพระเจ้าที่ตรัสผ่านทางยอห์นเป็นเครื่องปลอบใจและความหวังของคุณทุกวัน “เพราะว่าพระองค์ผู้ทรงอยู่ในท่านทั้งหลายเป็นใหญ่กว่าผู้นั้นที่อยู่ในโลก” (1 ยอห์น 4:4ข)

เมื่อพระวจนะของพระเจ้ามาถึงเราและส่องสว่างเข้าไปยังส่วนลึกที่สุดของจิตใจ แสงสว่างจากพระเจ้านี้จะเปิดเผยให้เห็นถึงบาปและความบกพร่องทั้งปวงของเรา เราต่างรู้สึกละอายใจอย่างยิ่งและไม่อาจหาข้อแก้ตัวใด ๆ มาปกปิดตนเองได้ นี่คือเหตุผลที่พระเยซูและแสงสว่างแห่งพระวจนะของพระองค์จึงนำมาซึ่งการปลอบโยนอย่างลึกซึ้ง ด้วยของประทานแห่งการกลับใจและความเชื่อที่พระเจ้าประทานให้ พระเยซูทรงนำเสื้อคลุมแห่งความชอบธรรมอันสมบูรณ์แบบของพระองค์มาสวมทับเราไว้ ดังที่พระคัมภีร์กล่าวว่า “เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำพระองค์ผู้ทรงไม่มีบาปให้บาป เพราะเห็นแก่เรา เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าทางพระองค์” (2 โครินธ์ 5:21) พระเจ้าทรงกระทำเช่นนี้เพื่อให้เราสามารถยืนอยู่หน้าเบื้องพระพักตร์พระองค์ได้อย่างบริสุทธิ์และชอบธรรม โดยไม่ต้องรู้สึกละอายใจอีกต่อไปเมื่อเข้ามาเฝ้าพระบิดาผู้สถิตในสวรรค์

บัดนี้ เราแต่ละคนสามารถเผชิญหน้ากับความกลัวด้วยความกล้าหาญ เราสามารถกล่าวถ้อยคำเดียวกับเปาโลได้ว่า “ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้ โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า” (ฟิลิปปี 4:13) พี่น้องทั้งหลาย จงลุกขึ้นและเปล่งแสงสว่างออกมา! จงให้แสงสว่างของท่านส่องสว่างท่ามกลางเพื่อนบ้านและมิตรสหาย เพื่อที่พวกเขาจะได้ถวายพระเกียรติแด่พระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์เช่นกัน

เราอธิษฐาน: ข้าแต่พระบิดาแห่งฟ้าสวรรค์ ขอบพระคุณพระองค์สำหรับความสว่างของพระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระองค์ เราอธิษฐานในพระนามของพระองค์ อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. คำกล่าวที่ว่า “พระเจ้าทรงเป็นความสว่าง และในพระองค์ไม่มีความมืดเลย” นั้นหมายความว่าอย่างไร
  2. เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเรากำลังดำเนินอยู่ในความสว่างและไม่ได้อยู่ในความมืด ในแง่ของความสัมพันธ์ที่เรามีต่อพระเยซู
  3. มีวิธีใดบ้างที่เราจะเป็น “ความสว่าง” ให้แก่ผู้อื่นได้

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.