“องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงจัดระเบียบชีวิตของข้าฯ ใครเล่าจะทำลายพระราชกิจของพระองค์ได้ ในเวลาอันเหมาะสมของพระองค์ พระองค์ทรงเปลี่ยนความโศกเศร้าให้เป็นความชื่นชมยินดี ดังนั้น ขอให้ข้าฯ สงบนิ่ง ให้ร่างกาย วิญญาณ และจิตใจของข้าฯ รับเอามรดกแห่งการดูแลอันอ่อนโยนของพระองค์ตามพระประสงค์ของพระองค์”
“องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงจัดระเบียบชีวิตของข้าฯ” พ่อแม่จัดระเบียบชีวิตของลูก ๆ ของตนอย่างพิถีพิถันเพื่อทำให้เขาปลอดภัย และสอนเขาให้รู้จักเลือกสิ่งต่าง ๆ อย่างฉลาด เมื่อเด็กเติบโตขึ้น เขาเรียนรู้ที่จะตัดสินใจเรื่องง่าย ๆ ด้วยตนเองโดยยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของผู้ใหญ่แม้ว่าวัยรุ่นที่ชอบต่อต้านอาจไม่พอใจกับการชี้แนะดังกล่าวนักก็ตาม บทเพลงของเราอธิบายถึงแหล่งของการชี้แนะที่สำคัญยิ่งกว่านั้น นั่นคือ พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเฝ้าดูเราในขณะที่เรารับ “การดูแลอันอ่อนโยนของพระองค์ตามพระประสงค์ของพระองค์” เราพบความอุ่นใจจากการทรงดูแลเอาใจใส่ของพระผู้เป็นเจ้าของเรา ด้วยความอัศจรรย์ใจและการสรรเสริญ เรารู้ดีว่าพระองค์ทรงทราบถึงวันเวลาของเราก่อนที่เราจะมีชีวิตอยู่เสียด้วยซ้ำไป “วันทั้งหลายทุก ๆ วันที่กำหนดให้ข้าพระองค์นั้นก็ทรงจารึกไว้ในพระตำรับของพระองค์เมื่อครั้งยังไม่เกิดวันนั้นเลย” (สดุดี 139:16ข)
กระนั้น เช่นเดียวกับลูกที่ชอบต่อต้าน เราก็ไม่ต้องการให้ใคร (แม้แต่องค์พระผู้เป็นเจ้า) มาจัดระเบียบชีวิตของเรา เราอยากเป็นอิสระ แม้แต่วัฒนธรรมของเราก็ส่งเสริมให้ผู้คน “เป็นตัวของตัวเอง” หรือ “เป็นต้นตำรับ” ซึ่งหมายถึงการเป็นคนซื่อสัตย์ต่อตัวเองเท่านั้น ในฐานะคนบาป เราไม่ต้องการรับผิดชอบต่อพระผู้สร้างของเรา แต่พระเจ้าทรงจัดเตรียมความรอดของเราเอาไว้ด้วยความรักและความห่วงใย พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราทรงถูกกล่าวหาอย่างเป็นเท็จว่าหมิ่นประมาทพระเจ้าและกบฏต่อซีซาร์ พระเยซูทรงถูกตัดสินประหารชีวิตแม้พระองค์ไม่มีความผิดใดเลยก็ตาม พระองค์ทรงแบกบาปทั้งหลายของเราไว้ในพระกายของพระองค์บนกางเขน การสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่บาปของพระองค์ถูกจัดเตรียมไว้ตั้งแต่ก่อนวางรากสร้างโลก พระองค์ทรงถูกมอบไว้ให้สิ้นพระชนม์เพื่อความรอดของเรา “ตามที่พระเจ้าได้ทรงดำริแน่นอนล่วงหน้าไว้ก่อน” (กิจการ 2:23ข)
ในคำอธิษฐานขององค์พระผู้เป็นเจ้าเราทูลขอให้พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จในชีวิตของเรา พระองค์ได้ประทานพระบัญญัติของพระองค์เพื่อชี้นำชีวิตประจำวันและความสัมพันธ์ของเราให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์ เมื่อเราต้องตัดสินใจ เราหันไปพึ่งสติปัญญาจากพระวจนะของพระเจ้าและคำปรึกษาจากพี่น้องคริสเตียน ผู้เขียนสดุดีกล่าวว่าวันเวลาของเราถูกบันทึกไว้ในหนังสือของพระเจ้า แต่เรายังมีรายชื่ออยู่ในหนังสืออีกเล่มหนึ่งด้วย พระเจ้าทรงเลือกเราให้เป็นกรรมสิทธิ์ของพระองค์ และก่อนที่โลกจะถูกสร้างขึ้นชื่อของเราถูกบันทึกไว้ในหนังสือแห่งชีวิตของพระเมษโปดกแล้ว อะไรคือพระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับเรา พระเยซู พระเมษโปดกของพระเจ้าตรัสว่า “เพราะนี่แหละเป็นพระประสงค์ของพระบิดาของเรา ที่จะให้ทุกคนที่เห็นพระบุตร และวางใจในพระบุตรได้มีชีวิตนิรันดร์ และเราจะให้ผู้นั้นฟื้นขึ้นมาในวันสุดท้าย” (ยอห์น 6:40) โดยทางการสิ้นพระชนม์และการคืนพระชนม์ของพระเยซู เราได้รับการอภัยโทษและชีวิตนิรันดร์ ทุกอย่างได้ถูกจัดเรียงไว้เรียบร้อยแล้ว
เราอธิษฐาน: องค์พระผู้เป็นเจ้า โปรดนำข้าพระองค์ในแต่ละวันให้ดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระองค์ อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- พ่อแม่ของคุณหรือใครบางคนให้คำแนะนำที่ดีเยี่ยมอะไรกับคุณในขณะที่คุณยังหนุ่มสาว คุณส่งต่อคำแนะนำนี้ไปสู่คนอื่นอย่างไร
- เหตุใดการที่เราต้องรับผิดชอบต่อพระเจ้าจึงเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก
- เราจะดำเนินชีวิตเป็นคริสเตียนที่เกิดผลในโลกที่ทำให้เราเสียสมาธิใบนี้ได้อย่างไร ให้ดู ฮีบรู 12:1-2; อิสยาห์ 26:3; โคโลสี 3:2; และมัทธิว 6:33 เพื่อเป็นตัวช่วย
© : Lutheran Hour Ministries

