“คนที่ดูหมิ่นพระวจนะก็ทำลายตนเอง แต่คนที่นับถือพระบัญญัติจะได้รับบำเหน็จ”

พระวจนะของพระเจ้าได้เปรียบเทียบอย่างชัดเจนระหว่างผลลัพธ์ของความโอหังและความยำเกรง ว่าพระวจนะและพระบัญญัตินั้นไม่ได้หมายถึงเพียงข้อบังคับ แต่คือสติปัญญาและคำสอนในการดำเนินชีวิตจากพระเจ้า คนที่ดูหมิ่นหรือเพิกเฉยต่อคำเตือนสติจากพระวจนะก็เท่ากับกำลังพาตัวเองไปสู่ความหายนะ และทำลายอนาคตของตนเองด้วยความประมาท ในทางตรงกันข้าม ผู้ที่เอาใจใส่ ให้ความเคารพ และปฏิบัติตามพระบัญญัติด้วยใจถ่อม ย่อมได้รับบำเหน็จหรือพระพรจากพระเจ้า ซึ่งไม่ใช่เพียงรางวัลในเชิงวัตถุ แต่คือชีวิตที่ปลอดภัย มีสันติสุข และเต็มไปด้วยสติปัญญาที่นำทางไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างแท้จริง

ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงพระคุณและพระพร ขอทรงโปรดอย่าให้ท่าทีแห่งความโอหัง การดูหมิ่น หรือการเพิกเฉยต่อพระวจนะของพระองค์เกิดขึ้นในใจของข้าพระองค์เลย ขอทรงทำลายความดื้อดึงและขอทรงโปรดประทานดวงใจที่อ่อนสุภาพ ยำเกรง และตระหนักในคุณค่าอันสว่างไสวแห่งพระคำของพระองค์อยู่เสมอ ขอพระองค์ทรงโปรดประทานกำลังและสติปัญญาแก่ข้าพระองค์ เพื่อให้มีใจที่เชื่อฟังและพร้อมที่จะกระทำตามพระบัญญัติของพระองค์ในทุกๆ วัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งธรรมบัญญัติแห่งความรักที่พระองค์ทรงมอบไว้ ขอทรงเจิมหัวใจของข้าพระองค์ให้เต็มล้นด้วยความรักแบบพระองค์ เพื่อที่ข้าพระองค์จะสามารถรักพระเจ้าสุดจิตสุดใจ และรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเองได้อย่างแท้จริง ขอทรงให้ชีวิตของข้าพระองค์เป็นผู้นำพระพรและสะท้อนความดีงามของพระองค์ออกไปผ่านความรักและการกระทำนี้ด้วยเถิด ข้าพระองค์กราบทูลอธิษฐานต่อพระองค์ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

คนที่ดูหมิ่นพระวจนะก็ทำลายตนเอง แต่คนที่นับถือพระบัญญัติจะได้รับบำเหน็จ – สุภาษิต 13:13

ชื่อ-ที่อยู่-ที่ติดต่อ

Comments are closed.