“ถ้าผู้ใดไม่ยอมรับเราและไม่รับคำของเรา ผู้นั้นจะมีสิ่งหนึ่งพิพากษาเขา คำที่เราได้กล่าวแล้วนั้นแหละจะพิพากษาเขาในวันสุดท้าย”

พระเยซูทรงตรัสในช่วงสุดท้ายของการทำพันธกิจในที่สาธารณะ โดยพระองค์ทรงตรัสว่าพระองค์ไม่ได้เสด็จมาในโลกเพื่อพิพากษาลงโทษมนุษย์ แต่มาเพื่อประทานความรอดและชีวิต ดังนั้น การที่มนุษย์ปฏิเสธไม่ยอมรับพระองค์และคำสอน จึงไม่ใช่เรื่องของการทำผิดกฎเกณฑ์ภายนอก แต่เป็นการตัดสินใจเลือกที่จะเดินในความมืดด้วยตนเอง ปฏิเสธคำสอนแห่งสัจจะที่พระเยซูทรงตรัสที่พวกเขาเคยได้ยินแล้วปฏิเสธนั่นเอง จะกลับกลายเป็นมาตรฐานและหลักฐานสำคัญที่พิพากษาตัวเขาเองในวันสิ้นยุคอย่างไม่อาจปฏิเสธได้เมื่อวันแห่งการพิพากษามาถึงอย่างแน่นอน

ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่ ขอพระองค์ทรงโปรดให้ความจริงอันประเสริฐนี้ในหัวใจของข้าพระองค์ในทุกๆ วัน เพื่อให้ข้าพระองค์มีความเชื่อที่มั่นคงและสัตย์ซื่อ พร้อมที่จะต้อนรับและยอมรับพระเยซูคริสต์เจ้าอย่างหมดหัวใจ ว่าพระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ และทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าแท้จริงแต่เพียงพระองค์เดียวในชีวิตของข้าพระองค์ตลอดไป ขอทรงโปรดอย่าให้สิ่งใดในโลกนี้ หรือความสงสัยใดๆ มาทำให้ความเชื่อของข้าพระองค์สั่นคลอน ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงนำทางให้ทุกความคิด คำพูด และการดำเนินชีวิตของข้าพระองค์ เป็นการประกาศยอมรับพระนามอันบริสุทธิ์ของพระองค์ด้วยความเต็มใจสำหรับข้าพระองค์ตลอดไป ข้าพระองค์กราบทูลอธิษฐานด้วยความเชื่ออย่างสุดหัวใจต่อพระองค์ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

ถ้าผู้ใดไม่ยอมรับเราและไม่รับคำของเรา ผู้นั้นจะมีสิ่งหนึ่งพิพากษาเขา คำที่เราได้กล่าวแล้วนั้นแหละจะพิพากษาเขาในวันสุดท้าย – ยอห์น 12:48

ชื่อ-ที่อยู่-ที่ติดต่อ

Comments are closed.