สดุดี 18:4-6 – สายมัจจุราชล้อมข้าพระองค์ไว้ กระแสแห่งความหายนะท่วมทับข้าพระองค์ สายใยของแดนผู้ตายพันตัวข้าพระองค์ บ่วงมัจจุราชปะทะข้าพระองค์ ในยามทุกข์ระทมใจ ข้าพเจ้าร้องทูลต่อพระเจ้า ข้าพเจ้าร้องทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าของข้าพเจ้าจากพระวิหารของพระองค์ พระองค์ทรงสดับเสียงของข้าพเจ้า และเสียงร้องของข้าพเจ้าได้ยินไปถึงพระกรรณของพระองค์
ดาวิดประพันธ์สดุดีบทนี้ด้วยการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์หลังจากที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงช่วยกู้พระองค์ให้พ้นจากศัตรูทั้งปวง พระองค์เคยตกอยู่ในวงล้อมของความตายและความพินาศอย่างแท้จริง กระแสแห่งความพินาศอันเชี่ยวกรากข่มขู่จะพัดพาพระองค์ไป ศัตรูมากมายรวมถึงกษัตริย์ซาอูลต่างพยายามจะเอาชีวิตของพระองค์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่พระเจ้าทรงฟังเสียงร้องทูลขอความช่วยเหลือของพระองค์และทรงช่วยกู้พระองค์ไว้ เราเองก็เช่นเดียวกับกษัตริย์ดาวิดที่เคยตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคามแห่งความตาย บ่วงแห่งความตายพันธนาการและดักรอเราอยู่ประหนึ่งกับดักหรือบ่วงแร้ว สิ่งเดียวที่รอคอยเราอยู่คือความพินาศนิรันดร์เพราะเราละเมิดพระบัญญัติของพระเจ้า เราทำบาปต่อพระเจ้าและต่อผู้อื่น ซึ่งความตายคือบทลงโทษอันยุติธรรมสำหรับความบาปนั้น และเราไม่สามารถหลุดพ้นจากบ่วงแห่งความตายนี้ได้ด้วยกำลังของตนเอง
เราต่างตกอยู่ในบ่วงแห่งบาปและต้องเผชิญกับบทลงโทษคือความตายอย่างสิ้นเชิง พระคัมภีร์บันทึกไว้ว่ากษัตริย์ดาวิดผู้เขียนสดุดีก็เคยตกอยู่ในสภาพเช่นเดียวกันนี้ แต่เราก็ทราบดีว่าพระองค์ทรงกลับใจใหม่ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความผิดของตน ทั้งเรื่องการล่วงประเวณีกับนางบัทเชบาและการฆาตกรรมอุรีอาห์ผู้เป็นสามีของนาง ดาวิดยอมรับบาปและร้องทูลต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยถ้อยคำที่เป็นแบบอย่างให้แก่คำอธิษฐานของเราด้วยเช่นกันว่า “ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงแสดงพระกรุณาต่อข้าพระองค์ตามความรักมั่นคงของพระองค์ ขอทรงลบการทรยศของข้าพระองค์ออกไปตามแต่พระกรุณาอันอุดมของพระองค์ ขอทรงล้างข้าพระองค์จากความบาปผิดให้หมดสิ้น และทรงชำระข้าพระองค์จากบาปของข้าพระองค์” (สดุดี 51:1-2) คำตอบเพียงประการเดียวสำหรับบ่วงแห่งบาปและความตายคือพระเมตตาอันเปี่ยมล้นของพระเจ้า ในยามที่เราติดอยู่ในบ่วงแห่งบาปและความตาย เราจึงร้องทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า เพราะเรารู้ว่าในพระวิหารบนสวรรค์นั้น พระองค์ทรงฟังคำอธิษฐานของเราและเสด็จลงมาเพื่อช่วยกู้เราให้รอด
พระบุตรของพระเจ้าคือ พระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดของเราเสด็จลงมาจากสวรรค์เพื่อช่วยกู้เรา เราได้รับความรอดจากความตายเพราะพระเยซูไม่ทรงรับการช่วยกู้ให้พ้นจากความตายนั้น ขณะที่พระองค์ทรงถูกตรึงอยู่บนกางเขน เหล่าศัตรูต่างเยาะเย้ยและท้าทายพระองค์ว่า “ถ้าเจ้าเป็นบุตรของพระเจ้า จงลงมาจากกางเขนเถิด … เขาช่วยคนอื่นให้รอดได้ แต่ช่วยตัวเองไม่ได้” (มัทธิว 27:40ข, 42ก) พระเยซูมิได้ทรงช่วยพระองค์เอง พระองค์มิได้เสด็จลงมาจากกางเขน แต่พระองค์ทรงเผชิญหน้ากับกระแสแห่งการทำลายล้างและบ่วงแห่งความตายที่เป็นกับดักเรา พันธนาการแห่งความตายที่รัดรึงเราอยู่นั้นถูกปลดเปลื้องไปจากเราและตกอยู่กับพระเยซูแทน โดยการสิ้นพระชนม์และการคืนพระชนม์ของพระองค์ พระเยซูทรงทำลายโซ่ตรวนแห่งบาปและความตาย พระเจ้าทรงฟังคำอธิษฐานขอความช่วยเหลือของเราและเสด็จลงมาเพื่อช่วยกู้เรา และด้วยความเชื่อ ชัยชนะของพระเยซูจึงกลายเป็นชัยชนะของเรา เราได้รับการช่วยกู้แล้ว “สาธุการแด่พระเจ้า ผู้ทรงประทานชัยชนะแก่เราทั้งหลายโดยพระเยซูคริสตเจ้าของเรา” (1 โครินธ์ 15:57)
เราอธิษฐาน: องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ร้องทูลขอความช่วยเหลือ และพระองค์ทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ไว้ ขอทรงเสริมกำลังข้าพระองค์ทุกวันให้ได้รับใช้พระองค์ด้วยการรับใช้ผู้อื่น อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- คุณเคยรู้สึกว่าตนเองติดอยู่ในวังวนแห่งบาปอย่างถอนตัวไม่ขึ้นบ้างไหม
- คุณแสวงหาและพบกับพระเมตตาของพระเจ้าท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากนั้นหรือไม่ มีข้อพระคัมภีร์ตอนใดบ้างที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อคุณในช่วงเวลาดังกล่าว
- พระเจ้าทรงสำแดงพระคุณ พระเมตตา และสันติสุขแก่โลกผ่านทางพระราชกิจของพระเยซูคริสต์อย่างไร
© : Lutheran Hour Ministries

