“ถ้าคนที่ไม่มีความเชื่อ จะเชิญท่านไปในงานเลี้ยงและท่านเต็มใจไป สิ่งที่เขาตั้งให้รับประทาน ก็รับประทานได้ ไม่ต้องถามอะไรโดยเห็นแก่ใจสำนึกผิดชอบ”

  • เมื่อคริสเตียนในเมืองโครินธ์มีปัญหาเรื่องการกินอาหารที่อาจเคยถูกนำไปกราบไหว้รูปเคารพมาก่อน อ.เปาโลจึงอธิบายถึงเรื่องเสรีภาพในพระคริสต์ที่ควบคู่กับความรักและความรับผิดชอบ โดยอธิบายว่าสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างล้วนทานได้ และคริสเตียนมีเสรีภาพที่จะไปร่วมงานเลี้ยงของคนต่างความเชื่อได้อย่างสนิทใจโดยไม่ต้องระแวงหรือคอยซักไซ้ไล่เลียงแหล่งที่มาของอาหารให้เป็นกังวล แต่อย่างไรก็ตาม เสรีภาพนี้ต้องอยู่ภายใต้หลักใจสำนึกผิดชอบด้วยคือ หากไม่มีใครทักท้วงก็กินได้เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดี แต่ถ้ามีผู้อื่นทักขึ้นมาว่าอาหารนั้นผ่านพิธีไหว้รูปเคารพ คริสเตียนก็ควรเลือกที่จะไม่กิน ไม่ใช่เพราะกลัวมลทินทางพิธีกรรม แต่เพื่อเห็นแก่จิตสำนึกของคนที่ทักท้วงและเพื่อไม่ให้เป็นเหตุให้ความเชื่อของผู้อื่นต้องสะดุดลงนั่นเอง
  • ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงเปี่ยมด้วยสติปัญญาและความรัก ขอพระองค์ทรงโปรดนำย่างก้าวและการดำเนินชีวิตของข้าพระองค์ในทุกๆ วัน ท่ามกลางสังคมที่หลากหลาย ทั้งในกลุ่มพี่น้องผู้เชื่อและผู้ที่ยังไม่รู้จักพระองค์ ขอทรงประทานความไวต่อเสียงของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพื่อให้ข้าพระองค์รู้ว่าสิ่งใดควรทำ สิ่งใดควรพูด และสิ่งใดควรละเว้น ในเวลาและสถานที่ที่เหมาะสม ขอทรงโปรดให้ข้าพระองค์ใช้เสรีภาพในพระคริสต์ด้วยความรัก มีจิตสำนึกที่เอื้อเฟื้อและแคร์ความรู้สึกของผู้อื่น ไม่เป็นเหตุที่ทำให้ผู้ใดต้องสะดุดหรือหลงจิตหลงทิศทางไปเพราะการกระทำของข้าพระองค์ ขอทรงให้ข้าพระองค์สามารถอยู่ร่วมกับผู้ที่ไม่เชื่อได้อย่างกลมกลืน แสดงออกถึงความจริงใจและความรักของพระองค์ผ่านการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยพระคุณ ขอทรงให้ทุกการตัดสินใจ ท่าที และคำพูดของข้าพระองค์ เป็นแสงสว่างที่นำทุกคนให้ได้เห็นพระลักษณะอันงดงามของพระองค์ผ่านชีวิตของข้าพระองค์ด้วยเถิด ข้าพระองค์อธิษฐานต่อพระเจ้าในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน
  • ถ้าคนที่ไม่มีความเชื่อ จะเชิญท่านไปในงานเลี้ยงและท่านเต็มใจไป สิ่งที่เขาตั้งให้รับประทาน ก็รับประทานได้ ไม่ต้องถามอะไรโดยเห็นแก่ใจสำนึกผิดชอบ – 1 โครินธ์ 10:27

Comments are closed.