มาระโก 1:21-22 – พระองค์กับพวกของพระองค์จึงเข้าไปในเมืองคาเปอรนาอุม และพอถึงวันสะบาโต พระองค์ได้เสด็จเข้าไปในธรรมศาลาเทศนาสั่งสอน เขาทั้งหลายก็อัศจรรย์ใจด้วยการสอนของพระองค์ เพราะว่าพระองค์ได้ทรงสั่งสอนเขาด้วยสิทธิอำนาจ หาเหมือนพวกธรรมาจารย์ไม่
ในฐานะศิษยาภิบาล ข้าพเจ้ามักขับรถที่ใช้งานได้จริงและไว้ใจได้ แต่เมื่อเพื่อนชวนให้นั่งรถสปอร์ตคันหรูของเขา ข้าพเจ้าก็รีบคว้าโอกาสนั้นไว้ทันที รถคันนี้ดูงดงามสะดุดตา และถึงแม้จะต้องขยับตัวขลุกขลักอยู่บ้างตอนเข้าไปนั่ง แต่สัมผัสภายในก็น่าประทับใจทีเดียว ขณะที่รถแล่นอยู่ห่างจากพื้นถนนเพียงไม่กี่นิ้ว เพื่อนของข้าพเจ้าก็โชว์สมรรถนะของรถอย่างเต็มที่ ตอนเข้าเกียร์หนึ่ง แรงกระชากทำให้ตัวข้าพเจ้าหงายไปด้านหลัง พอเข้าเกียร์สอง ร่างกายข้าพเจ้าก็ถูกกดติดแน่นกับเบาะนั่ง และเมื่อเข้าเกียร์สาม ข้าพเจ้าก็เข้าใจเลยว่าทำไมรถยี่ห้อนี้ถึงได้ชื่อว่าเป็นรถสปอร์ตที่มีขุมพลังมหาศาล
ไม่นานนัก เราก็มาพบกับรถตำรวจที่จอดอยู่ข้างทาง เพื่อนของข้าพเจ้ารีบเหยียบเบรกกะทันหัน ส่วนรถบรรทุกพ่วงคันที่เพิ่งถูกเราทิ้งห่างไปก็ต้องรีบชะลอความเร็วลงให้ถูกต้องตามกฎหมาย รถทุกคันทั้งสองฝั่งถนนต่างพากันชะลอความเร็วลง ซึ่งนั่นคือประเด็นสำคัญ เพราะแม้รถสปอร์ตจะมีพละกำลังมหาศาล และรถบรรทุกพ่วงเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ก็มีกำลังแรงไม่แพ้กัน แต่รถตำรวจที่จอดอยู่นิ่ง ๆ คันนั้นต่างหากที่มีสิทธิอำนาจ
ใครคือผู้ที่มี “สิทธิอำนาจ” ในชีวิตของคุณ ข้าพเจ้าไม่ได้กำลังถามว่าใครสามารถทำให้คุณหวาดกลัวได้ อันธพาลอาจสร้างความหวาดผวา หรือเผด็จการอาจข่มขู่คุกคาม แต่คนเหล่านั้นไม่ควรมีสิทธิอำนาจเหนือคุณเลย อำนาจที่แท้จริงควรเป็นของผู้ที่คุณเคารพและให้เกียรติ และความเคารพนั้นควรเกิดขึ้นจากการที่คุณเต็มใจมอบให้ ไม่ใช่เพราะถูกบังคับเรียกร้อง หรือเพราะความรู้สึกจำยอมไม่ว่าจะด้วยเหตุผลที่มีอยู่จริงหรือคิดไปเอง แต่เป็นเพราะบุคคลนั้นสมควรได้รับความเคารพด้วยตัวของเขาเอง
ไม่มีผู้ใดสมควรได้รับเกียรติและความเคารพจากเรามากไปกว่าพระเยซู ผู้ที่เคยได้ยินพระองค์ตรัสเมื่อครั้งยังอยู่บนโลกต่างยืนยันได้ว่า พระองค์ทรงสั่งสอนด้วยสิทธิอำนาจ พระองค์ทรงสอนให้ผู้คนรักศัตรูและทำดีต่อผู้ที่ข่มเหงตน อีกทั้งยังตรัสแก่ทุกคนที่รับฟังว่า พระเจ้าทรงปรารถนาให้ผู้คนแสดงออกถึงความซาบซึ้งในความรักของพระองค์ผ่านวิธีการดำเนินชีวิตและความจริงใจจากภายในจิตใจ มิใช่ด้วยเงินทองที่นำมาถวายไว้ในคลังของพระวิหาร
แม้คำสอนของพระเยซูจะมีความสำคัญเพียงใด แต่อำนาจของพระองค์นั้นตั้งอยู่บนรากฐานที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก พระเยซูทรงสละบัลลังก์ในสวรรค์ เสด็จมายังโลกมนุษย์ และทรงยอมรับโทษแทนคนบาป ซึ่งก็คือพวกเราทุกคน การเสียสละของพระองค์นั้นไม่อาจหาเหตุผลทางตรรกะมาอธิบายได้เลย กระนั้นก็ตาม ด้วยความทุกข์ทรมาน บาดแผลจากการถูกเฆี่ยนตี และการถูกตรึงกางเขนของพระองค์ ทำให้ทุกคนที่วางใจในพระองค์ในฐานะพระผู้ช่วยให้รอด มั่นใจได้ว่าตนได้รับการอภัยโทษและมีชีวิตนิรันดร์รออยู่เบื้องหน้า สิ่งนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นได้จากองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรักเท่านั้น และเป็นการกระทำที่ทำให้พระองค์ทรงมีสิทธิอำนาจคู่ควรแก่การนมัสการของเรา
เราอธิษฐาน: ข้าแต่พระบิดาแห่งฟ้าสวรรค์ ผู้ทรงปกครองจักรวาล ขอทรงสอนให้ข้าพระองค์น้อมรับสติปัญญาและสิทธิอำนาจของพระองค์ในทุกสิ่งที่ข้าพระองค์พูดและกระทำ ในพระนามของพระเยซู อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- จงระบุชื่อบุคคลสามคนที่คุณถือว่าเป็นผู้มี “สิทธิอำนาจ” พวกเขามีสิทธิอำนาจในด้านใด
- พระเยซูตรัสด้วยสิทธิอำนาจ เหตุใดเราจึงควรรับฟังพระองค์
- การดำเนินชีวิตภายใต้สิทธิอำนาจของพระเจ้าส่งผลดีต่อเราอย่างไร
© : Lutheran Hour Ministries

