สดุดี 138:7-8 – แม้ข้าพระองค์เดินอยู่กลางความลำบากยากเย็น พระองค์ทรงสงวนชีวิตข้าพระองค์ไว้ พระองค์ทรงเหยียดพระหัตถ์ของพระองค์ออกต่อต้านความพิโรธของศัตรูของข้าพระองค์ และพระหัตถ์ขวาของพระองค์ก็ช่วยกู้ข้าพระองค์ พระเจ้าจะทรงให้สำเร็จพระประสงค์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ความรักมั่นคงของพระองค์ดำรงเป็นนิตย์ ขออย่าทรงละทิ้งพระหัตถกิจของพระองค์
ผู้เขียนสดุดีมีความมั่นใจอย่างยิ่ง นี่คือความจริงที่เขามั่นใจอย่างแน่วแน่ว่า “พระเจ้าจะทรงให้สำเร็จพระประสงค์ของพระองค์แก่ข้าพระองค์” องค์พระผู้เป็นเจ้าจะไม่ทรงทอดทิ้งเขา และพระองค์จะไม่ทรงทอดทิ้งเราเช่นกัน พระประสงค์สูงสุดของพระเจ้าที่มีต่อเราคือ ความรอดนิรันดร์ พระประสงค์นั้นสำเร็จแล้วผ่านทางการสิ้นพระชนม์และการคืนพระชนม์ของพระบุตรของพระองค์ ดังที่เราทราบจากพระสัญญาที่คุ้นเคยว่า “เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่จะมีชีวิตนิรันดร์” (ยอห์น 3:16) เราสามารถร่วมกับผู้เขียนสดุดีในการมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมในของประทานอันยิ่งใหญ่แห่งชีวิตนิรันดร์นี้ ผ่านทางความเชื่อในพระเยซู
กระนั้น ในบางช่วงเวลาของการเดินทาง เรากลับสะดุดและหวั่นไหวในความมั่นใจนั้น เราเริ่มไม่แน่ใจว่าพระประสงค์ของพระเจ้ากำลังสำเร็จลงในชีวิตของเราหรือไม่ เช่นเดียวกับผู้เขียนสดุดี เราพบว่าตนเองกำลังเดินอยู่ “ท่ามกลางความทุกข์ยาก” อันนำมาซึ่งคำถามมากมาย คำอธิษฐานของเราไม่ได้เต็มเปี่ยมไปด้วยความชื่นชมยินดีที่ได้เห็นพระประสงค์ของพระองค์สำเร็จ แต่กลับเต็มไปด้วยความสงสัยและคำถามต่าง ๆ เช่น “พระองค์เจ้าข้า ทำไมเรื่องนี้จึงเกิดขึ้นกับข้าพระองค์ ความโศกเศร้าและความทุกข์ยากนี้จะมีพระประสงค์ใดซ่อนอยู่หรือ ข้าพระองค์ทำสิ่งใดผิดพลาดไปหรือ ข้าพระองค์ต้องต่อสู้กับบาปและการล่อลวงอยู่ตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้มีจุดประสงค์อะไรหรือไม่” ทว่าท่ามกลางความทุกข์ยากในชีวิต ท่ามกลางบาปและความโศกเศร้า รวมถึงคำถามและความหวาดกลัว พระเจ้ายังคงทรงกระทำการเพื่อให้พระประสงค์ของพระองค์ที่มีต่อเราสำเร็จเป็นจริง พระองค์ทรงแสวงหาที่จะเรียกเราให้กลับใจและดึงเราให้เข้ามาใกล้ชิดพระองค์อยู่เสมอ เปรียบเสมือนผู้เลี้ยงแกะที่ออกตามหาแกะหลงหาย องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงติดตามเราด้วยความรัก ทรงมุ่งมั่นที่จะเสริมสร้างความเชื่อของเราให้เข้มแข็งผ่านทางความหวังและพระสัญญาในพระวจนะของพระองค์ รวมถึงผ่านทางของประทานแห่งพระกายและพระโลหิตของพระองค์ในพิธีมหาสนิท
พระเยซูทรงสัญญาไว้ว่า “เพราะนี่แหละเป็นพระประสงค์ของพระบิดาของเรา ที่จะให้ทุกคนที่เห็นพระบุตร และวางใจในพระบุตรได้มีชีวิตนิรันดร์ และเราจะให้ผู้นั้นฟื้นขึ้นมาในวันสุดท้าย” (ยอห์น 6:40) พระหัตถ์อันเปี่ยมด้วยความรักของพระผู้ช่วยให้รอดถูกตรึงไว้บนไม้กางเขนขณะที่พระองค์ทรงกางแขนออก พระองค์ทรงรับบาปทั้งหลายของเราไว้และประทานพระชนม์ชีพของพระองค์เพื่อรักษาชีวิตของเราไว้ ด้วยพระคุณของพระเจ้าผ่านทางความเชื่อในพระเยซู เราจึงได้รับการทรงยกขึ้นจากความตายสู่ชีวิตใหม่ พระเจ้าทรงสร้างเราขึ้นใหม่ให้เป็นประชากรของพระองค์ “เพราะว่าเราเป็นฝีพระหัตถ์ของพระองค์ ที่ทรงสร้างขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อให้ประกอบการดี ซึ่งพระเจ้าได้ทรงดำริไว้ล่วงหน้าเพื่อให้เรากระทำ” (เอเฟซัส 2:10) ในแต่ละวัน พระประสงค์ของพระองค์สำเร็จในตัวเราเมื่อเราดำเนินตามวิถีทางของพระองค์ และพระประสงค์สูงสุดของพระองค์จะสำเร็จสมบูรณ์เมื่อเรามีชีวิตอยู่ชั่วนิรันดร์เฉพาะพระพักตร์ของพระองค์ เราคือผลงานแห่งพระหัตถ์ของพระองค์ และพระองค์จะไม่ทรงทอดทิ้งเราอย่างแน่นอน
เราอธิษฐาน: ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า เมื่อข้าพระองค์ดำเนินท่ามกลางความทุกข์ยาก ขอทรงรักษาชีวิตของข้าพระองค์ไว้ และทรงทำให้พระประสงค์ของพระองค์สำเร็จเป็นจริงในตัวข้าพระองค์ อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- คุณคิดว่าชีวิตของคุณมีเป้าหมายหรือไม่ หากมี เป้าหมายนั้นมีอะไรเป็นศูนย์กลาง
- คุณคิดว่าเป้าหมายของพระเจ้าที่มีต่อชีวิตของคุณคืออะไร เป้าหมายนั้นแตกต่างจากเป้าหมายของคุณเองหรือไม่
- การตระหนักว่าเราเป็น “ฝีพระหัตถ์ของพระเจ้า ผู้ทรงสร้างเราขึ้นในพระเยซูคริสต์เพื่อประกอบการดี” ช่วยให้คุณเห็นภาพชัดเจนขึ้นหรือไม่ว่าคุณต้องการดำเนินชีวิตอย่างไร
© : Lutheran Hour Ministries

