โรม 12:1-2, 6-8 – พี่น้องทั้งหลาย ด้วยเหตุนี้โดยเห็นแก่ความเมตตากรุณาของพระเจ้า ข้าพเจ้าจึงวิงวอนท่านทั้งหลายให้ถวายตัวของท่านแด่พระองค์ เพื่อเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิตอันบริสุทธิ์และเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ซึ่งเป็นการนมัสการโดยวิญญาณจิตของท่านทั้งหลาย อย่าประพฤติตามอย่างคนในยุคนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่ เพื่อท่านจะได้ทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า จะได้รู้ว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัยและอะไรดียอดเยี่ยม … ของประทานที่ต่างกัน ตามพระคุณที่ได้ประทานให้แก่เรา คือถ้าเป็นการเผยพระวจนะ ก็จงเผยตามกำลังของความเชื่อ ถ้าเป็นการปรนนิบัติก็จงปรนนิบัติ ถ้าเป็นการสั่งสอนก็จงสั่งสอน ถ้าเป็นการเตือนสติก็จงเตือนสติ ถ้าเป็นการบริจาค ก็จงให้ด้วยใจกว้างขวาง ผู้ที่ครอบครอง ก็จงครอบครองด้วยเอาใจใส่ ผู้ที่แสดงความเมตตา ก็จงแสดงด้วยใจยินดี
เปาโลบอกให้เราถวายร่างกายแด่พระเจ้าเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิต ฟังดูเป็นถ้อยคำที่แปลกทีเดียว คุณว่าไหม เพราะเครื่องบูชาทั้งหลายที่เราคุ้นเคยกันนั้นล้วนเป็นสิ่งที่ตายแล้วทั้งสิ้น!
ชาวอิสราเอลถวายสัตว์เป็นเครื่องบูชา ไม่ว่าจะเป็นแกะ แพะ วัว หรือนก ชนชาติอื่น ๆ ก็ถวายสัตว์เป็นเครื่องบูชาเช่นกัน และในบางครั้งก็ยังถวายมนุษย์ด้วยซ้ำ แต่มีสิ่งหนึ่งที่พวกเขาเหมือนกันคือ เมื่อเสร็จสิ้นพิธีบูชาแล้ว สิ่งที่นำมาถวายนั้นจะต้องตาย สัญชาตญาณของมนุษย์บอกเราว่าเรามีปัญหากับพระเจ้า แม้ว่าเราจะไม่ได้รู้จักพระองค์อย่างแท้จริง หรือแม้ว่าเราจะมองว่าพระองค์มีหลายองค์ก็ตาม อีกทั้งสัญชาตญาณยังบอกเราด้วยว่า หนทางเดียวที่จะสร้างสันติภาพและเป็นที่โปรดปรานในสายพระเนตรของพระเจ้าได้คือต้องมีบางสิ่งบางอย่างตายลง ด้วยเหตุนี้ ธรรมเนียมการฆ่าสัตว์เพื่อถวายบูชาจึงปรากฏอยู่ทั่วโลก
แน่นอนว่าเครื่องบูชาเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เกิดผลอย่างที่เราต้องการจริง ๆ หากทำได้สำเร็จ เราก็คงไม่ต้องนำมาถวายซ้ำแล้วซ้ำเล่าเช่นนั้น (ดู ฮีบรู 10:1-10) สิ่งที่เครื่องบูชาเหล่านั้นทำคือการตอกย้ำให้ระลึกถึงบาปของเราอยู่เสมอ เพราะคงเป็นเรื่องยากที่จะลืมเลือนว่ามีบางสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เมื่อเราต้องคอยนำเครื่องบูชาใหม่ ๆ มาถวายอยู่ตลอดเวลา
แต่พระเจ้าไม่ได้ทรงประสงค์ให้สภาพการณ์เช่นนั้นดำเนินต่อไปตลอดกาล พระองค์เสด็จมายังโลกของเราเพื่อสละพระชนม์ชีพเพื่อเรา และทรงกระทำเช่นนั้นเพียงครั้งเดียวและเป็นครั้งสุดท้าย การที่พระเยซูทรงยอมสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนนั้นช่วยลบล้างความผิดทั้งปวงของเรา ไม่ว่าจะเป็นในอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคต และเนื่องจากพระเจ้าทรงให้พระเยซูคืนพระชนม์ เราจึงรู้ว่าการเสียสละของพระองค์นั้นเป็นที่ยอมรับและบาปของเราได้รับการอภัยอย่างแท้จริง โดยไม่จำเป็นต้องมีการถวายเครื่องบูชาใด ๆ อีกต่อไปเพื่อให้ได้รับอภัยโทษตลอดนิรันดร์
แต่การถวายเครื่องบูชานั้นไม่ได้มีไว้เพื่อลบล้างความรู้สึกผิดและความละอายใจเท่านั้น บางครั้งผู้คนก็ถวายเพื่อขอบพระคุณพระเจ้า หรือเพียงเพราะพวกเขารักพระองค์ และการถวายเช่นนั้นยังคงดำเนินต่อไปจนถึงทุกวันนี้ผ่านทางร่างกายของเรา ซึ่งเป็นร่างกายที่มีชีวิตอยู่จริง เรารักพระเยซูและแสดงความรักนั้นออกมาด้วยการถวายตัวเราเองแด่พระเจ้าในทุก ๆ วันของชีวิต ในขณะที่เราดำเนินชีวิตในแต่ละวัน พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงประทับอยู่ภายในและทรงกระทำการผ่านทางเรา โดยทรงทำในสิ่งที่พระเยซูจะทรงกระทำ เช่น การรักผู้ที่โดดเดี่ยว การช่วยเหลือผู้ที่กำลังเดือดร้อน และการดูแลผู้ที่ไร้ที่พึ่ง เรามีความยินดีที่จะถวายตัวแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงรักเราเช่นนี้ เพราะนี่คือหนทางที่เราจะแสดงความรักตอบแทนพระองค์ได้
เราอธิษฐาน: องค์พระเยซูเจ้า พระองค์ทรงสละพระองค์เองเพื่อข้าพระองค์เพราะทรงรักข้าพระองค์ ข้าพระองค์ก็รักพระองค์ จึงขอมอบชีวิตแด่พระองค์ ขอทรงใช้ข้าพระองค์ อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- คุณรู้สึกดีใจหรือไม่ที่เราไม่จำเป็นต้องฆ่าสัตว์เพื่อเป็นเครื่องบูชาอีกต่อไป
- มีสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ อะไรบ้างที่คุณทำด้วยความรักที่มีต่อพระเยซู
- พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงช่วยให้คุณสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ที่คุณรู้สึกว่ายากลำบากด้วยความรักที่มีต่อพระเยซูได้อย่างไร ยกตัวอย่างมาสักเล็กน้อยได้ไหม
© : Lutheran Hour Ministries

