เราเป็นวิหารแห่งศิลาที่มีชีวิตของพระเจ้าซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของพระองค์ โดยพระคุณแห่งพิธีศีลบัพติศมาพระองค์ทรงยอมรับเราให้เป็นทายาทแห่งความรอดอันอัศจรรย์ของพระองค์ แม้เราจะอยู่เพียงสองคนเพื่อเล่าถึงพระนามของพระองค์ แต่กระนั้นพระองค์ก็ยังทรงพระกรุณามาสถิตอยู่กับเราด้วยพระคุณและความโปรดปรานทั้งสิ้นของพระองค์
เมื่อกษัตริย์ซาโลมอนทรงอุทิศถวายพระวิหารในกรุงเยรูซาเล็ม พระองค์ทรงอธิษฐานว่า “แต่พระเจ้าจะทรงประทับที่แผ่นดินโลกหรือ ดูเถิด ฟ้าสวรรค์และฟ้าสวรรค์อันสูงที่สุดยังรับพระองค์อยู่ไม่ได้ พระนิเวศซึ่งข้าพระองค์ได้สร้างขึ้น จะรับพระองค์ไม่ได้ยิ่งกว่านั้นสักเท่าใด” (1 พงศ์กษัตริย์ 8:27) พระวิหารอันงดงามหลังใหม่นี้จะบรรจุพระเจ้าผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลกได้อย่างไร “พระเจ้าจะทรงประทับที่แผ่นดินโลกหรือ” เรารู้ว่าพระองค์ได้ทรงกระทำเช่นนั้นจริง ๆ พระเจ้าผู้ซึ่งแม้แต่ฟ้าสวรรค์สูงสุดก็ยังรับไว้ไม่ได้ ทรงมาปฏิสนธิในครรภ์ของหญิงพรหมจารี พระองค์ทรงบังเกิดที่เมืองเบธเลเฮม ทรงถูกพันด้วยผ้าอ้อม และทรงถูกวางให้นอนหลับในรางหญ้า
พระเจ้าเองไม่อาจถูกกักขังไว้ในสิ่งก่อสร้างที่ทำด้วยไม้และหินได้ “พระวาทะได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์และทรงอยู่ท่ามกลางเรา” (ยอห์น 1:14ข) แม้ว่าพันธกิจของพระองค์จะเป็นการสั่งสอน การรักษาโรค และความรักเมตตา แต่พระบุตรของพระเจ้า (พระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา) ทรงเป็นศิลาที่ถูกปฏิเสธโดยผู้ก่อสร้าง เช่นเดียวกับศิลาที่ถูกทอดทิ้ง พระเยซูทรงถูกนำตัวออกไปนอกกรุงเยรูซาเล็ม ซึ่งเป็นเมืองที่ประดิษฐานพระวิหารของพระองค์ และทรงถูกตรึงบนกางเขน ในความตาย พระบุตรของพระเจ้าไม่มีอุโมงค์ฝังศพที่แกะสลักอย่างงดงามหรืออนุสรณ์สถานเป็นของพระองค์เอง พระองค์ทรงถูกฝังไว้ในอุโมงค์ฝังศพใหม่ที่ขอยืมมา แต่กระนั้นพระองค์ผู้ซึ่งแม้แต่สรวงสวรรค์อันสูงสุดก็ไม่อาจเก็บพระองค์ไว้ อุโมงค์ฝังศพก็ไม่อาจเก็บพระองค์ไว้ได้นาน ในวันที่สามหลังการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ พระเยซูทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย ความบาป ความตาย และซาตานพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงโดยไม่มีพลังที่จะทำอันตรายต่อผู้ที่วางใจในพระเยซูได้ตลอดไป
จากนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าของเราผู้ทรงถูกตรึง ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมา และทรงได้รับการเชิดชูทรงทำพันธกิจในการสร้างพระนิเวศเพื่อพระองค์เอง พระนิเวศหลังนี้ (ซึ่งงดงามกว่าพระวิหารของซาโลมอน) ถูกสร้างขึ้นบนรากฐานของอัครทูตและผู้เผยพระวจนะ พระเยซูผู้ทรงเคยเป็นศิลาที่ถูกปฏิเสธทรงเป็นศิลามุมเอก (ดู เอเฟซัส 2:20; สดุดี 118:22) รากฐานตามหลักพระคัมภีร์อันศักดิ์สิทธิ์และศิลาหัวมุมอันล้ำค่า กำลังรองรับวัสดุก่อสร้างที่แปลกประหลาดและมีมูลค่าสูงยิ่งบางอย่าง นั่นคือ “ท่านทั้งหลายก็เสมือนศิลาที่มีชีวิต ที่กำลังก่อขึ้นเป็นพระนิเวศฝ่ายพระวิญญาณ เป็นปุโรหิตบริสุทธิ์” (1 เปโตร 2:5ก) เราคือศิลาที่มีชีวิตซึ่งถูกซื้อไว้ด้วยราคาสูงลิ่วด้วยพระโลหิตของพระผู้ช่วยให้รอดของเรา เราไม่เหมือนศิลาทั่วไป แต่เราเป็นศิลาที่มีชีวิต หายใจได้ และเคลื่อนไหวได้ ซึ่งถูกสร้างขึ้นให้เป็นที่ประทับของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราแต่ละคนซึ่งเป็นศิลาที่มีชีวิต ได้รับการตกแต่งและประกอบเข้าด้วยกันในพระนิเวศฝ่ายวิญญาณนี้เพื่อปรนนิบัติองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยการรับใช้ผู้อื่น พระวิหารของพระวิญญาณหลังนี้ (ซึ่งประกอบด้วยศิลาที่มีชีวิตที่ถูกหลอมรวมกันเป็นพระนิเวศฝ่ายวิญญาณอันกว้างใหญ่) ปรากฏอยู่ในคริสตชนขนาดใหญ่และในชุมชนแห่งความเชื่อขนาดเล็ก ในทุกที่ทุกแห่ง (ไม่ว่าใหญ่หรือเล็ก) องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ที่แม้แต่สวรรค์สูงสุดก็ยังมิอาจบรรจุได้นั้น พระองค์ทรงเลือกที่จะสถิตอยู่ท่ามกลางเรา
เราอธิษฐาน: องค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเป็นขึ้นมา โปรดนำข้าพระองค์และเพื่อนศิลาที่มีชีวิตก้อนอื่น ๆ ให้ดำเนินชีวิตแห่งการรับใช้ในพระนามของพระองค์ อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- คุณเคยเห็นบ้านที่สร้างขึ้นจากการเริ่มตอกเสาเข็มบ้างหรือไม่ อะไรคือส่วนสำคัญที่สุดที่ต้องใส่เข้าไปก่อน
- แม้ซาโลมอนเคยสร้างพระวิหารที่งดงามเพื่อถวายเกียรติพระเจ้า แต่พระเจ้าเสด็จมาสถิตอยู่ท่ามกลางเราอย่างแท้จริงด้วยวิธีใด ดูยอห์น 1:1-14
- การเปรียบเทียบว่าเราเป็นเหมือน “ศิลาที่มีชีวิต” ซึ่งถูกสร้างให้เป็นพระวิหารของพระเจ้านั้นมีความหมายและความสำคัญอย่างไร สิ่งนี้หนุนใจให้คุณมองเห็นตนเองในแนวทางใหม่หรือไม่
© : Lutheran Hour Ministries

