เยเรมีย์ 15:15, 18-21 – [เยเรมีย์กล่าว] “ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงทราบ ขอทรงระลึกถึงข้าพระองค์และเยี่ยมเยียนข้าพระองค์ ขอทรงแก้แค้นผู้ข่มเหงข้าพระองค์เพื่อข้าพระองค์ เพราะการอดกลั้นพระทัยของพระองค์นั้น ขออย่าทรงนำข้าพระองค์ไปเสีย ขอทรงตระหนักว่าข้าพระองค์ทนการติเตียนด้วยเห็นแก่พระองค์ … ไฉนความเจ็บของข้าพระองค์มิได้หยุดยั้ง บาดแผลของข้าพระองค์ก็รักษาไม่หาย มันไม่ยอมหาย พระองค์ทรงเป็นเหมือนลำธารหลอกลวงแก่ข้าพระองค์หรือ หรืออย่างน้ำที่เหือดแห้ง เพราะฉะนั้น พระเจ้าจึงตรัสว่า “ถ้าเจ้ากลับมา เราจะให้เจ้ากลับสู่สภาพดี และเจ้าจะยืนอยู่ต่อหน้าเรา ถ้าเจ้าออกปากพูดแต่สิ่งประเสริฐและไม่พูดสิ่งเลวทราม เจ้าจะเป็นเหมือนปากของเรา เขาทั้งหลายจะหันกลับมาหาเจ้า แต่เจ้าอย่าหันไปหาเขา เราจะกระทำเจ้าให้เป็นกำแพงป้อมทองสัมฤทธิ์แก่ชนชาตินี้ เขาทั้งหลายก็จะต่อสู้กับเจ้า แต่เขาจะไม่ชนะเจ้า เพราะเราอยู่กับเจ้า จะช่วยเจ้าให้รอดและช่วยกู้เจ้า พระเจ้าตรัสดังนี้ เราจะช่วยกู้เจ้าจากมือของคนอธรรม และไถ่เจ้าจากกำมือของคนอำมหิต”
เยเรมีย์ผู้น่าสงสาร! ท่านต้องเผชิญกับเรื่องราวหนักหนาสาหัสมามากมาย เพราะท่านถ่ายทอดถ้อยคำของพระเจ้า ผู้คนจึงพากันเกลียดชังท่าน พวกเขามองว่าท่านเป็นตัวขัดขวางความสุขสนุกสนาน เพราะท่านมักจะพูดถึงการพิพากษาอันน่าสะพรึงกลัวที่จะมาถึงเพื่อลงโทษความผิดทั้งหลายที่พวกเขากระทำ ด้วยเหตุนี้ ท่านจึงถูกจับกุม ถูกทำร้าย และถึงขั้นตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต
แน่นอนว่าเยเรมีย์ย่อมต้องบ่นออกมา ซึ่งข้าพเจ้าเองก็คงทำแบบเดียวกันหากต้องใช้ชีวิตอย่างท่าน! ท่านบ่นกับพระเจ้า ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ควรทำแล้วไม่ใช่หรือ เพราะพระเจ้าทรงเข้าใจอย่างแน่นอน พระองค์จะไม่ทรงแปลกพระทัยหรือขุ่นเคืองพระทัยเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งพระองค์ยังทรงอดทนอย่างยิ่งจนกระทั่งถึงวินาทีที่เยเรมีย์ล้ำเส้นเกินขอบเขตไปในที่สุด
นั่นคือช่วงที่เยเรมีย์หันมาตัดพ้อต่อว่าพระเจ้าเอง ท่านกล่าวกับองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า “พระองค์ทรงเป็นเหมือนลำธารหลอกลวงแก่ข้าพระองค์หรือ หรืออย่างน้ำที่เหือดแห้ง” เยเรมีย์กำลังโกรธเกรี้ยว และท่านระบายความรู้สึกนั้นออกมาด้วยการตั้งคำถามถึงความสัตย์ซื่อของพระเจ้าที่ทรงมีต่อท่านอย่างจงใจ ทั้งที่ท่านก็ได้ประจักษ์ถึงความสัตย์ซื่อนั้นมาแล้ววันแล้ววันเล่า
พระเจ้าไม่ทรงยอมให้เป็นเช่นนั้น มิใช่เพราะทรงถือสาเรื่องการดูหมิ่น แต่เป็นเพราะเยเรมีย์กำลังทำให้ความเชื่อของตนเองตกอยู่ในความเสี่ยง การเล่นสนุกกับความคิดที่เรารู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จนั้นเป็นเรื่องอันตรายเสมอ ดังนั้น พระเจ้าจึงทรงตักเตือนท่านอย่างจริงจัง เพราะพระองค์ทรงรักเยเรมีย์และไม่ปรารถนาจะสูญเสียท่านไป พระองค์ตรัสว่า “ถ้าเจ้ากลับมา เราจะให้เจ้ากลับสู่สภาพดี และเจ้าจะยืนอยู่ต่อหน้าเรา ถ้าเจ้าออกปากพูดแต่สิ่งประเสริฐและไม่พูดสิ่งเลวทราม เจ้าจะเป็นเหมือนปากของเรา”
พระเจ้าก็ทรงมีท่าทีต่อเราเช่นเดียวกัน เมื่อเราถลำลึกเกินไปจนพระองค์ทรงเห็นว่าความเชื่อของเรากำลังตกอยู่ในอันตราย พระองค์จะทรงฉุดรั้งเรากลับมาจากจุดวิกฤตนั้น เพราะพระองค์ทรงรักและไม่ปรารถนาจะสูญเสียเราไป พระองค์เสด็จมาเพื่อรับเรามาเป็นของพระองค์ผ่านทางความทุกข์ทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการคืนพระชนม์ของพระเยซู หากพระองค์ทรงเห็นคุณค่าในตัวเรามากถึงเพียงนั้น พระองค์ย่อมไม่ยอมปล่อยมือจากเราไปโดยง่ายในตอนนี้อย่างแน่นอน
ดังนั้น เราจึงสามารถหันกลับมาหาพระเจ้าผู้ทรงเป็นพระบิดาของเราได้เสมอ แล้วทูลว่า “ลูกขอโทษ ขอทรงรับลูกกลับมาเถิด” และพระองค์ก็จะทรงทำเช่นนั้น พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าที่มีพระลักษณะเช่นนี้ คือทรงกริ้วช้า ทรงพร้อมจะให้อภัย และทรงเฝ้าดูแลปกป้องเราอยู่เสมอ พระองค์ทรงปรารถนาให้เราอยู่กับพระองค์ตลอดไปเพราะพระองค์ทรงรักเรา และไม่มีบาปใดร้ายแรงเกินกว่าที่พระองค์จะปฏิเสธไม่รับเรากลับมา การสิ้นพระชนม์และการคืนพระชนม์ของพระเยซูทรงครอบคลุมบาปทั้งปวงของเรา แม้กระทั่งบาปที่เรากระทำลงไปในขณะที่เป็นคริสเตียนแล้วก็ตาม!
เราอธิษฐาน: พระผู้เป็นเจ้า เมื่อข้าพระองค์ต้องการให้พระองค์ทรงฉุดช่วยข้าพระองค์ให้พ้นจากอันตราย ขอโปรดทรงช่วยเหลือและนำข้าพระองค์กลับมาหาพระองค์อย่างปลอดภัยด้วย อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- คุณเคยเห็นคนที่คุณรักตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยงอันตรายหรือไม่
- คุณทำอย่างไรกับเรื่องนั้น เพราะเหตุใด
- สิ่งนั้นบอกอะไรแก่คุณเกี่ยวกับความรู้สึกที่พระเจ้าทรงมีต่อคุณ
© : Lutheran Hour Ministries

