ธรรมชีวิตประจำวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2026 “จงอยู่กับความเป็นจริง!”

โรม 12:14, 18-21 – จงอวยพรแก่คนที่เคี่ยวเข็ญท่าน จงให้พร อย่าแช่งด่าเลย … ถ้าเป็นได้คือเท่าที่เรื่องขึ้นอยู่กับท่าน จงอยู่อย่างสงบสุขกับทุกคน ดูก่อน ท่านผู้เป็นที่รักของข้าพเจ้า อย่าทำการแก้แค้น แต่จงมอบการนั้นไว้ แล้วแต่พระเจ้าจะทรงลงพระอาชญา เพราะมีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “การแก้แค้นเป็นของเรา เราเองจะตอบสนอง” อย่าแก้แค้นเลย ถ้าศัตรูของท่านหิว จงให้อาหารเขารับประทาน ถ้าเขากระหายน้ำก็จงให้น้ำเขาดื่ม เพราะว่าการทำอย่างนั้น เป็นการสุมถ่านที่ลุกโพลงไว้บนศีรษะของเขา อย่าให้ความชั่วชนะเราได้ แต่จงชนะความชั่วด้วยความดี

เรื่องนี้ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงเหตุการณ์ตอนที่คริสตจักรของเราเกิดความขัดแย้ง และมีผู้นำบางคนกำลังหารือกันว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร มีคนหนึ่งเสนอให้ลงโทษอย่างรุนแรงแก่ผู้ที่ก่อปัญหา ซึ่งข้าพเจ้าและสามีรู้สึกว่านั่นไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสม เราจึงเสนอวิธีจัดการกับสมาชิกเหล่านั้นด้วยสันติวิธี แต่กลับได้รับคำตอบว่า “วิธีนั้นอาจจะใช้ได้ในพระคัมภีร์ แต่นี่คือโลกแห่งความเป็นจริง เราต้องมองโลกตามความเป็นจริงนะ!” คำพูดนั้นทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกตกใจและสะเทือนใจมาก

เพราะสิ่งที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ตรัสไว้ในข้อพระคัมภีร์ตอนนี้เป็นสิ่งที่เป็นจริงและนำไปปฏิบัติได้จริงอย่างที่สุด เราต่างรู้ดีว่าการใช้ความรุนแรงตอบโต้ความรุนแรงนั้นมีแต่จะทำให้ความขัดแย้งยืดเยื้อออกไป ทุกครั้งที่มีคนถูกทำร้าย เขาก็มักจะหันไปทำร้ายผู้อื่นเพื่อแก้แค้น จนสถานการณ์บานปลายเกินควบคุม มีเพียงหนทางเดียวที่จะยุติวงจรความบาดหมางเช่นนี้ได้ นั่นคือการปฏิบัติตามคำแนะนำของเปาโลที่ว่า เราต้องไม่แก้แค้นด้วยตนเอง แต่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพระเจ้าที่จะจัดการเรื่องนี้ ในระหว่างนั้น เราก็ทำดีต่อศัตรูเท่าที่มีโอกาส ซึ่งการกระทำเช่นนี้มักจะทำให้พวกเขาถึงกับทำตัวไม่ถูกหรือตกตะลึงไปเลยทีเดียว

แต่มันจะได้ผลไหม ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณนิยามคำว่า “ได้ผล” ไว้อย่างไร วิธีนี้อาจไม่ได้หยุดยั้งศัตรูไม่ให้คิดทำร้ายคุณ อันที่จริง พวกเขาอาจมองว่าคุณกำลังวางแผนร้ายอะไรบางอย่างและยิ่งพยายามทำร้ายคุณหนักขึ้นด้วยซ้ำ แต่นั่นจะทำให้พวกเขาต้องฉุกคิดอย่างแน่นอน และบางครั้งสิ่งนี้ก็เป็นการหว่านเมล็ดพันธุ์แห่งข่าวประเสริฐลงในใจของพวกเขา ซึ่งคุณอาจได้เห็นเมล็ดพันธุ์นั้นเติบโตงอกงามแม้จะผ่านไปหลายปีแล้วก็ตาม ในที่สุดพวกเขาก็จะรวบรวมความกล้าเพื่อถามคุณว่า “ทำไมคุณถึงไม่ทำร้ายผม/ฉันทั้งที่มีโอกาส” และนั่นคือโอกาสที่เราจะได้บอกเล่าเรื่องราวของพระเยซูให้พวกเขาฟัง

เพราะพระเยซูทรงเป็นผู้ริเริ่มทำสิ่งนี้ก่อนใช่ไหม มนุษย์เราต่างหากที่กบฏต่อพระเจ้าและเลือกเดินไปตามทางของตนเอง ทั้งที่พระองค์ทรงเปี่ยมด้วยความรักและความเมตตาต่อเรา แต่กระนั้น พระเจ้าก็มิได้ทอดทิ้งให้เราต้องพินาศไปเอง พระองค์เสด็จมาเพื่อตามหาเรา ทรงบังเกิดในโลกนี้ในฐานะทารกมนุษย์เพื่อเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระองค์ทรงยอมให้เราแสดงความเป็นศัตรูต่อพระเจ้าผ่านการกระทำอันเลวร้ายทั้งหลายที่เรากระทำต่อพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นการทรยศ การเฆี่ยนตี การเยาะเย้ยถากถาง ไปจนถึงการตรึงพระองค์บนไม้กางเขน และพระองค์ทรงรับเอาความชั่วร้ายเหล่านั้นทั้งหมดมาและทำลายมันให้สิ้นไปที่ไม้กางเขน

บัดนี้ ใครก็ตามที่ปรารถนาสามารถกลับมามีสันติสุขกับพระเจ้าได้อีกครั้ง ไม่เพียงเท่านั้น แต่ยังได้เป็นถึงบุตรของพระเจ้าอีกด้วย! เมื่อพระเยซูทรงคืนพระชนม์ พระองค์ทรงเปิดประตูสวรรค์ต้อนรับเรา บันทึกความผิดบาปที่เคยเป็นโทษแก่เรานั้นได้ถูกลบล้างไปแล้ว หากเรายอมให้พระองค์ทรงนำทาง พระเยซูจะทรงพาเรากลับไปอยู่กับพระองค์ในฐานะพี่น้อง โดยที่อดีตของเราได้รับการอภัยและอนาคตของเราก็เปี่ยมไปด้วยความรัก

เราอธิษฐาน: องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ปรารถนาสิ่งนี้ แต่ข้าพระองค์ไม่สามารถทำได้ด้วยกำลังของตนเองได้ ขอพระองค์ทรงกระทำผ่านทางข้าพระองค์ด้วยเถิด อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. คุณมีศัตรูหรือไม่
  2. คุณรับมือกับพวกเขาด้วยวิธีใด ด้วยการแก้แค้นหรือด้วยความเมตตา
  3. จะเกิดอะไรขึ้นหากคุณทูลขอให้พระเยซูทรงจัดการสิ่งต่าง ๆ ในวิถีทางของพระองค์ โดยทรงกระทำผ่านตัวคุณ

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.