สดุดี 32:5 – ข้าพระองค์สารภาพบาปของข้าพระองค์ต่อพระองค์ และข้าพระองค์มิได้ซ่อนบาปผิดของข้าพระองค์ไว้ ข้าพระองค์ทูลว่า “ข้าพระองค์จะสารภาพการละเมิดของข้าพระองค์ต่อพระเจ้า” แล้วพระองค์ทรงยกโทษบาปของข้าพระองค์
หลังจากที่อาดัมและเอวาไม่เชื่อฟังพระเจ้า พวกเขาก็หลบซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางต้นไม้ในสวนเอเดน ซึ่งเป็นการกระทำที่โง่เขลา เพราะพระเจ้าทรงทราบสิ่งที่พวกเขาทำและทรงทราบดีว่าจะหาพวกเขาพบที่ไหน ถึงกระนั้น พระองค์ก็ยังเสด็จมาตามหาและทรงเรียกให้เขากลับใจ โดยตรัสถามว่า “เจ้าอยู่ที่ไหน … เจ้ากินผลไม้ที่เราห้ามมิให้กินนั้นแล้วหรือ” (ปฐมกาล 3:9ข, 11ข) แม้ในเวลานั้น พระผู้เลี้ยงก็ยังทรงเสาะแสวงหาผู้ที่หลงหาย เช่นเดียวกับบรรพบุรุษคู่แรกของเราอย่างอาดัมและเอวา เราต่างพยายามอย่างสูญเปล่าที่จะปกปิดบาปและความอับอายของตน และพยายามอย่างไร้ผลที่จะหลบซ่อนจากพระพักตร์ของพระผู้สร้าง เราอาจทำสำเร็จในการซ่อนบาปจากสายตาผู้คนได้บ้างในช่วงเวลาหนึ่ง แต่เราไม่อาจซ่อนสิ่งนั้นให้พ้นจากสายพระเนตรของพระเจ้าได้เลย
พระเจ้าทรงส่งพระบุตรของพระองค์ คือพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรามา “เพื่อจะเที่ยวหาและช่วยผู้ที่หลงหายไปนั้นให้รอด” (ลูกา 19:10ข) ในภารกิจแห่งการแสวงหาและช่วยให้รอดนี้ ท้ายที่สุดแล้วพระบุตรของพระเจ้ากลับไม่มีที่ให้หลบซ่อน พระองค์ทรงถูกตรึงไว้บนไม้กางเขนท่ามกลางสายตาของผู้คนที่โกรธแค้น ตกตะลึง และโศกเศร้า พระองค์ทรงถูกเหล่าศัตรูเยาะเย้ยถากถาง พระองค์ทรงแบกรับบาปและความอับอายของเราไว้ในพระกาย ทั้งบาปของอาดัม บาปของเรา และบาปของมนุษย์ทั้งปวง ขณะที่พระองค์ทรงแขวนอยู่บนไม้กางเขนด้วยสภาพที่อ่อนแรงและไร้หนทางสู้ต่อหน้าสายตาชาวโลก พระบิดาผู้สถิตในสวรรค์ทรงทอดพระเนตรเห็นพระองค์แล้วทรงหันพระพักตร์หนี ปล่อยให้พระบุตรต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานและความตาย ในขณะที่พระเยซูทรงร้องออกมาว่า “พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ไฉนทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย” (มัทธิว 27:46ข) ในที่สุด พระศพของพระเยซูถูกอัญเชิญลงมาและนำไปบรรจุไว้ในอุโมงค์ฝังศพที่ถูกปิดผนึกไว้อย่างแน่นหนา จากนั้น ในวันที่สาม พระองค์ทรงคืนพระชนม์! พระองค์ทรงปรากฏพระองค์แก่พยานที่พระองค์ทรงเลือกไว้ ชัยชนะเหนือบาปและความตายของพระองค์ปรากฏชัดเจนผ่านรอยแผลที่ประทับอยู่บนพระวรกายที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ดังที่อัครทูตเปาโลได้อธิบายไว้ว่า “ถ้าพระคริสต์ไม่ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมา ความเชื่อของท่านก็ไร้ประโยชน์ ท่านก็ยังตกอยู่ในบาปของตน… แต่ความจริงพระคริสต์ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว” (1 โครินธ์ 15:17, 20ก)
บาปและความผิดของเราถูกตรึงไว้ที่กางเขน ถูกพิพากษาและถูกตัดสินโทษในพระวรกายของพระผู้ช่วยให้รอดผู้ทรงถูกตรึงกางเขน ด้วยความวางใจที่ถ่อมใจและสำนึกผิด พร้อมทั้งมั่นใจในการให้อภัยที่ได้มาจากการสิ้นพระชนม์บนกางเขนและการคืนพระชนม์จากอุโมงค์ฝังพระศพ เราจึงประกาศว่า “ข้าพระองค์จะสารภาพการละเมิดของข้าพระองค์ต่อพระเจ้า แล้วพระองค์ทรงยกโทษบาปของข้าพระองค์” พระเจ้าทรงให้อภัยความผิดบาป กล่าวคือทรงลบล้างความรู้สึกผิดอันเนื่องมาจากบาปของเรา เราไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนอีกต่อไป พระเจ้าทรงมองเห็นเราผ่านทางกางเขนของพระบุตรของพระองค์ และในสายพระเนตรของพระองค์นั้น เสมือนว่าเราไม่เคยกระทำบาปเหล่านั้นเลย ความรู้สึกผิดนั้นหมดไปแล้ว การละเมิดที่เราได้สารภาพไว้นั้นถูกขจัดออกไปจากสายพระเนตรของพระเจ้าตลอดกาล ในที่สุด วันนั้นจะมาถึง วันที่เราจะได้ยืนอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้าชั่วนิรันดร์และโห่ร้องด้วยความชื่นชมยินดีในความรอดของเรา และจนกว่าจะถึงเวลานั้น เรามั่นใจได้ว่าพระผู้เลี้ยงยังคงเสาะแสวงหาผู้ที่หลงหายอยู่เสมอ
เราอธิษฐาน: ข้าแต่พระผู้ช่วยให้รอด ข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์ทั้งในเวลานี้และตลอดไป สำหรับการให้อภัยที่พระองค์ทรงจัดหาไว้ให้แก่ข้าพระองค์บนไม้กางเขน อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- คุณยอมรับบาปของตนต่อพระเจ้าอย่างไร
- คุณคิดว่าอาดัมกับเอวาเชื่อจริง ๆ หรือไม่ว่าพวกเขาสามารถซ่อนตัวจากพระเจ้าได้ หากเป็นเช่นนั้น นั่นเป็นส่วนหนึ่งของการหลอกลวงของมารด้วยหรือไม่
- การทรงพระชนม์ การสิ้นพระชนม์ และการคืนพระชนม์ของพระเยซู ช่วยชำระเราให้พ้นจากความรู้สึกผิดอันเนื่องมาจากบาปทั้งปวงได้อย่างไร
© : Lutheran Hour Ministries

