ธรรมชีวิตประจำวันพุธที่ 2 กันยายน 2026 “ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติอย่างครบถ้วน”

โรม 13:1-3, 6-10 – ทุกคนจงยอมอยู่ใต้บังคับของผู้ที่มีอำนาจปกครอง เพราะว่าไม่มีอำนาจใดเลยที่มิได้มาจากพระเจ้า และผู้ที่ทรงอำนาจนั้น พระเจ้าทรงแต่งตั้งขึ้น เหตุฉะนั้น ผู้ที่ขัดขืนอำนาจนั้นก็ขัดขืนผู้ซึ่งพระเจ้าทรงแต่งตั้งขึ้น และผู้ที่ขัดขืนนั้นจะต้องถูกพิพากษาลงโทษ เพราะว่าผู้ครอบครองนั้นไม่น่ากลัวเลยสำหรับคนที่ทำความดี แต่ว่าเป็นที่น่ากลัวสำหรับคนที่ทำความชั่ว ท่านไม่อยากจะกลัวผู้มีอำนาจหรือ ถ้าเช่นนั้นก็จงประพฤติแต่ความดี แล้วท่านก็จะได้เป็นที่พอใจของผู้มีอำนาจนั้น … เพราะเหตุผลอันเดียวกันท่านจึงได้เสียส่วยสาอากรด้วย เพราะว่าผู้มีอำนาจนั้นเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า และปฏิบัติหน้าที่นี้อยู่ ท่านจงให้แก่ทุกคนตามที่เขาควรจะได้รับ จงเสียส่วยสาอากรตามที่ควร เสียภาษีตามที่ควร ความยำเกรงควรแก่ผู้ใดจงยำเกรงผู้นั้น จงให้เกียรติยศแก่ผู้ที่ควรจะได้รับ อย่าเป็นหนี้อะไรใคร นอกจากความรักซึ่งมีต่อกัน เพราะว่าผู้ที่รักเพื่อนบ้าน ก็ได้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติครบถ้วนแล้ว พระบัญญัติกล่าวว่า อย่าล่วงประเวณีผัวเมียเขา อย่าฆ่าคน อย่าลักทรัพย์ อย่าโลภ ทั้งพระบัญญัติอื่น ๆ ก็รวมอยู่ในข้อนี้คือ ท่านจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตัวเอง ความรักไม่ทำอันตรายเพื่อนบ้านเลย เหตุฉะนั้นความรักจึงเป็นการปฏิบัติตามธรรมบัญญัติอย่างครบถ้วน

นี่เป็นหนึ่งในข้อพระคัมภีร์ที่เข้าใจและปฏิบัติตามได้ยากที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการทำสิ่งที่ถูกต้องทั้งต่อพระเจ้าและต่อรัฐบาล ข้อความตอนนี้ถือเป็นเรื่องท้าทายมาตั้งแต่สมัยของเปาโลเอง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตัวท่านต้องถูกตัดศีรษะตามคำสั่งของจักรพรรดิเนโร เราเข้าใจได้ไม่ยากว่าเหตุใดเราจึงต้องจ่ายภาษีและเชื่อฟังรัฐบาลที่ดีซึ่งทำหน้าที่ตามพระประสงค์ของพระเจ้า แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราต้องอยู่ภายใต้การปกครองของผู้นำอย่างเนโร พอลพต หรือฮิตเลอร์ จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อรัฐบาลกลายเป็นฝ่ายที่เลวร้ายเสียเอง

นั่นเป็นจุดที่ข้อความตอนท้ายของเปาโลเข้ามามีบทบาทสำคัญคือ “ท่านจงให้แก่ทุกคนตามที่เขาควรจะได้รับ … ความรักไม่ทำอันตรายเพื่อนบ้านเลย เหตุฉะนั้น ความรักจึงเป็นการปฏิบัติตามธรรมบัญญัติอย่างครบถ้วน” หรือดังที่พระเยซูตรัสไว้ว่า “ของของซีซาร์จงถวายแก่ซีซาร์ และของของพระเจ้าจงถวายแด่พระเจ้า” (มาระโก 12:17ข)

มีบางสิ่งที่ควรแก่การมอบให้รัฐบาล แม้จะเป็นรัฐบาลที่ไม่ดีก็ตาม คุณคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “จงให้เกียรติเครื่องแบบ หากคุณไม่อาจให้เกียรติคนที่สวมใส่ก็ตาม” แต่เมื่อรัฐบาลขัดแย้งกับพระเจ้า สิ่งที่เปโตรยึดถือปฏิบัติถือเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว นั่นคือ “ข้าพเจ้าจำต้องเชื่อฟังพระเจ้ายิ่งกว่าเชื่อฟังมนุษย์” (กิจการ 5:29) พระเยซูเองก็ทรงกระทำเช่นนั้น เมื่อพระองค์ทรงยอมให้เจ้าหน้าที่ของรัฐจับกุม ทั้งที่คนเหล่านั้นไม่มีเจตนาจะให้ความเป็นธรรมแก่พระองค์ในการพิจารณาคดีเลย แต่ถึงแม้พระองค์จะยอมมอบพระองค์เองให้แก่พวกเขา พระองค์กลับไม่ได้มอบชีวิตของเหล่าสาวกไปด้วย เพราะ “ความรักไม่ทำร้ายเพื่อนบ้าน” พระเยซูทรงเห็นคุณค่าชีวิตของพวกเขาและชีวิตของเราสำคัญยิ่งกว่าชีวิตของพระองค์เอง พระองค์ทรงให้ความเคารพและเชื่อฟังเจ้าหน้าที่บ้านเมืองตามที่ควรจะเป็น แต่ในขณะเดียวกัน พระองค์ก็ทรงถวายสิ่งที่ควรแก่พระเจ้า นั่นคือการเชื่อฟังอย่างหมดสิ้นหัวใจ ชีวิตของพระองค์ และการช่วยกู้เราให้รอด

“ความรักจึงเป็นการปฏิบัติตามธรรมบัญญัติอย่างครบถ้วน” พระวิญญาณบริสุทธิ์ตรัสผ่านทางเปาโล เมื่อเราต้องเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก เราสามารถหันไปพึ่งพาพระเยซูพระผู้ช่วยให้รอดเพื่อขอความช่วยเหลือในการดำเนินตามแบบอย่างแห่งความรักของพระองค์ พระองค์ทรงสิ้นพระชนม์และคืนพระชนม์เพื่อเรา เพื่อให้เราได้เป็นบุตรของพระเจ้า และถวายสิ่งที่ควรเป็นของพระองค์แด่พระองค์ด้วยความชื่นชมยินดี นั่นคือชีวิตของเรา การเชื่อฟังของเรา และตัวตนทั้งหมดของเรา

เราอธิษฐาน: เมื่อข้าพระองค์ไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไร ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงสำแดงวิธีการให้ข้าพระองค์รู้เถิด อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. คุณเคยต้องเลือกระหว่างพระประสงค์ของพระเจ้ากับคำสั่งของผู้มีอำนาจหรือไม่
  2. หากเคย เหตุการณ์นั้นเป็นอย่างไรบ้าง
  3. พระเยซูทรงยอมรับอำนาจของมนุษย์ในแง่มุมใดบ้าง และทรงให้ความสำคัญกับพระเจ้าเป็นอันดับแรกในแง่มุมใดบ้าง

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.