ธรรมชีวิตประจำวันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2026 “มาดูเถิด”

ยอห์น 1:45-46 – ฟีลิปไปหานาธานาเอลบอกเขาว่า “เราได้พบพระองค์ผู้ที่โมเสสได้กล่าวถึงในหนังสือธรรมบัญญัติ และที่พวกผู้เผยพระวจนะได้กล่าวถึง คือ พระเยซูชาวนาซาเร็ธบุตรโยเซฟ” นาธานาเอลถามเขาว่า “สิ่งดีอันใดจะมาจากนาซาเร็ธได้หรือ” ฟีลิปตอบว่า “มาดูเถิด”

ในยุคที่มีภาพซึ่งสร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) แพร่หลายอยู่ทั่วไป การจะแยกแยะว่าภาพไหนเป็นของจริงหรือของปลอมนั้นทำได้ยาก เมื่อเร็วๆ นี้เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งนำภาพที่พวกเราวางแผนจะใช้ในโครงการมาให้ดู ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของข้าพเจ้าคือ “ภาพนี้ดูเหมือนงานเอไอชัดๆ” ข้าพเจ้าไม่อยากใช้ภาพที่ถูกสร้างขึ้นมาหลอกตาสำหรับโครงการนี้ ข้าพเจ้าต้องการภาพที่เป็นของจริงมากกว่า และถึงแม้ว่าภาพนั้นจะมาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและมีการยืนยันว่าไม่ได้สร้างขึ้นด้วยเอไอ แต่ข้าพเจ้าก็ยังอดสงสัยไม่ได้ เพราะมันดูสวยงามสมบูรณ์แบบเกินจริงไปสักหน่อย ภาพนั้นเป็นทิวทัศน์ที่งดงามไร้ที่ติ มีแสงแดดส่องกระทบยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ ซึ่งตั้งอยู่เบื้องหลังทะเลสาบน้ำตื้นสีเขียวครามใสราวกระจกที่ดูเหมือนในเขตร้อน ข้าพเจ้าลองค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมและพบว่ามีการระบุชื่อช่างภาพไว้อย่างชัดเจน ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดี แต่ลึกๆ แล้วข้าพเจ้าก็ยังไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองอยู่ดี (หรืออาจจะไม่อยากเชื่อเองมากกว่า) จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ข้าพเจ้าเปลี่ยนใจคือตอนที่นำภาพนี้ไปให้เพื่อนดู เธอเห็นภาพแล้วก็พูดขึ้นมาว่า “ฉันเคยไปที่นั่นมาแล้วนะ มันเป็นสถานที่ที่มีอยู่จริง” เธอเล่าว่าเธอเคยเอาเท้าจุ่มลงในน้ำสีเขียวครามใสสะอาดแห่งนั้น และเคยเล่นสกีบนเนินเขาที่มีหิมะปกคลุมซึ่งเห็นอยู่ในฉากหลังด้วย คำบอกเล่านั้นทำให้ข้าพเจ้าเปลี่ยนความคิดทันที ไม่เพียงแต่ข้าพเจ้าจะเชื่อว่าสถานที่นี้มีอยู่จริง แต่ตอนนี้ข้าพเจ้ายังอยากจะไปเห็นด้วยตาตัวเองอีกด้วย!

มีหลายสิ่งเกี่ยวกับพระเยซูที่อาจฟังดูดีเกินกว่าจะเป็นจริงได้ ไม่ว่าจะเป็นการที่พระองค์ทรงเป็นพระวาทะของพระเจ้าที่มาบังเกิดเป็นมนุษย์ ทรงเป็นพระวาทะผู้ทรงสร้างและชื่นชมยินดีในตัวคุณ การที่พระองค์เสด็จมาเพื่อขจัดความมืดมิดแห่งบาป ความตาย และมารร้าย ซึ่งผู้ใดก็ตามที่วางใจในพระองค์จะไม่ต้องพินาศอยู่ในความมืดมิดนิรันดร์ เพราะความมืดไม่อาจกักขังพระเยซูไว้ในความตายได้ เนื่องจากพระองค์ทรงคืนพระชนม์และทรงสัญญาว่าจะทรงทำให้คุณเป็นขึ้นมาจากความตาย และทรงทำให้ทุกสิ่งงดงามตามเวลาที่เหมาะสม นี่ฟังดูดีเกินจริงไปบ้างไหม หากเป็นเช่นนั้น อะไรเล่าที่จะเปลี่ยนใจคุณ หรือนำคุณกลับมาสู่ความเชื่ออีกครั้ง อะไรที่จะพาคุณก้าวข้ามเส้นแบ่งจากความสงสัยไปสู่ความเชื่อ จากความสงสัยไปสู่ความอัศจรรย์ใจและความปรารถนาที่จะลองสัมผัสชีวิตของพระเจ้า หรือกระโจนลงสู่สายน้ำแห่งพระเจ้า และออกสำรวจขุนเขาแห่งพระเจ้า คงไม่ใช่แค่เรื่องเดียว แต่เป็นได้หลายสิ่ง ทั้งสิ่งที่มีอิทธิพล การสะกิดใจเพียงเล็กน้อย หรือชิ้นส่วนหลักฐานเล็กๆ แต่ในอีกแง่หนึ่ง สิ่งเหล่านั้นทั้งหมดก็รวมเป็นสิ่งเดียว นั่นคือ “พยาน” เราต้องการพยาน เราต้องการพยานต่างๆ เช่น เพื่อนของข้าพเจ้า ซึ่งเป็นผู้ที่เคยไปที่นั่นมาแล้ว ได้สัมผัสความงดงามนั้นด้วยตนเอง และเชื้อเชิญให้เราเข้ามา (หรือกลับเข้ามา) เพื่อจะได้เห็นด้วยตาตนเอง

ในวาระเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ของพันธกิจวิทยุลูเธอรัน นี่คือสิ่งที่เราหวังว่าจะมอบให้แก่คุณผ่านบทเรียนเฝ้าเดี่ยว รายการวิทยุ พอดแคสต์ วิดีโอ หลักสูตรออนไลน์ รวมถึงหนังสือและคู่มือต่างๆ ที่เราจัดทำขึ้น ข้าพเจ้าอธิษฐานขอให้บรรดาวิทยากร นักเขียน และทีมงานเบื้องหลังในพันธกิจนี้เป็นเสมือนเพื่อนที่เข้าใจและผ่านประสบการณ์ชีวิตมาเช่นเดียวกับคุณ เพื่อช่วยให้คุณแยกแยะสิ่งที่เป็นของปลอม และได้สัมผัสอีกครั้งถึงฤทธานุภาพของพระเยซูและพระวจนะของพระองค์ในพระคัมภีร์ ซึ่งจะนำเราทุกคนก้าวข้ามผ่านประตูสู่ครอบครัวแห่งความเชื่อและวิถีชีวิตร่วมกับพระเจ้า นั่นคือชีวิตที่แท้จริง รวมถึงการเป็นเพื่อนที่พร้อมจะเอ่ยชวนผู้ที่ยังมีความสงสัยหรือห่างเหินจากพระเจ้าว่า “คุณก็มาร่วมกับเราได้นะ”

เราอธิษฐาน: ข้าแต่พระบิดา ขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงส่งพระเยซูมาเป็นพยานของพระองค์ และทรงทำให้เราเป็นของพระองค์ อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. อะไรช่วยให้คุณแยกแยะได้ว่าสิ่งใดคือเรื่องจริงและสิ่งใดคือเรื่องไม่จริง
  2. ใครบ้างที่ช่วยให้คุณมองเห็นพระเยซูได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
  3. ใครบ้างที่อาจจำเป็นต้องเห็นพระเยซูในตัวคุณ และคุณกำลังแสดงให้เขาเห็นอย่างไร

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.