ธรรมชีวิตประจำวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2026 “เพียงสิ่งเดียว”

สดุดี 27:4 – ข้าพเจ้าทูลขอสิ่งหนึ่งจากพระเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าจะเสาะแสวงหาเสมอ คือที่ข้าพเจ้าจะได้อยู่ในพระนิเวศของพระเจ้า ตลอดวันเวลาชั่วชีวิตของข้าพเจ้า เพื่อจะดูความงามของพระเจ้า และเพื่อจะพินิจพิจารณาอยู่ในพระวิหารของพระองค์

คุณอยากได้อะไรในวันคริสต์มาส นี่เป็นเรื่องที่เร็วเกินไปหรือเปล่าที่จะคิดถึงเรื่องนั้น บางทีคุณอาจมีรายการสิ่งที่อยากทำหรือสถานที่ที่อยากไปเยือนอยู่แล้ว แต่ผู้เขียนสดุดีกลับมีรายการความปรารถนาที่สั้นมาก ท่านมีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ต้องการ นั่นคือ การได้อาศัยอยู่ในพระนิเวศขององค์พระผู้เป็นเจ้าตลอดชั่วชีวิตของท่าน ณ ที่แห่งนั้นซึ่งเป็นที่ประทับของพระเจ้า ท่านปรารถนาที่จะได้ชื่นชมความงดงามขององค์พระผู้เป็นเจ้าและแสวงหาความรู้ในพระวิหาร นั่นคือ ท่านต้องการตั้งคำถาม เรียนรู้ และเติบโตขึ้นในสติปัญญาที่มาจากพระเจ้า

ผู้เขียนสดุดีไม่ใช่เพียงคนเดียวในพระคัมภีร์ที่มีความปรารถนาอันเรียบง่ายและมุ่งเน้นเพียงสิ่งเดียว แต่โมเสสปรารถนาจะเห็นพระสิริของพระเจ้าเพื่อเป็นเครื่องยืนยันถึงการสถิตอยู่และความโปรดปรานของพระองค์ และพระองค์ทรงอนุญาตให้โมเสสได้เห็นพระสิริของพระองค์เพียงชั่วขณะในขณะที่พระองค์เสด็จผ่านไป (ดู อพยพ 33:13-23) ซาโลมอนอาจทูลขอของประทานมากมายจากพระเจ้าได้ แต่ท่านกลับทูลขอเพียงสิ่งเดียว คือสติปัญญาในการปกครองประชากรของพระเจ้าอย่างดี (ดู 1 พงศ์กษัตริย์ 3:9) เหล่าสาวกของพระเยซูละทิ้งทุกสิ่งเพื่อติดตามพระผู้ช่วยให้รอด และพบว่าในพระองค์นั้นมีทุกสิ่งที่พวกเขาต้องการ ดังคำกล่าวที่ว่า “พระองค์เจ้าข้า พวกข้าพระองค์จะจากไปหาผู้ใดเล่า พระองค์มีถ้อยคำซึ่งให้มีชีวิตนิรันดร์” (ยอห์น 6:68ข) มารีย์นั่งลงที่พระบาทของพระเยซู โดยวางธุระอื่นทั้งหมดไว้เบื้องหลัง เพื่อรับฟังสิ่งจำเป็นเพียงสิ่งเดียว นั่นคือ พระวจนะจากพระผู้ช่วยให้รอดของเธอ (ดู ลูกา 10:42) ฟีลิปสาวกคนหนึ่งกล่าวว่าเขาจะพอใจกับสิ่งเดียวเท่านั้น คือการได้เห็นพระบิดา พระเยซูตรัสตอบว่า “ผู้ที่ได้เห็นเรา ก็ได้เห็นพระบิดา… ท่านไม่เชื่อหรือว่า เราอยู่ในพระบิดาและพระบิดาทรงอยู่ในเรา” (ยอห์น 14:9ข, 10ก) โธมัสปรารถนาสิ่งเดียว คือหลักฐานยืนยันการคืนพระชนม์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า และเขาก็ได้รับหลักฐานที่เขาต้องการนั้น (ดู ยอห์น 20:27)

บรรดาธรรมิกชนเหล่านี้ต่างแสวงหาสิ่งเดียวเท่านั้น คือการได้อยู่เฉพาะพระพักตร์องค์พระผู้เป็นเจ้า ได้เรียนรู้จากพระองค์ ได้สดับฟังพระวจนะ และได้เพ่งมองความงดงามของพระองค์ด้วยสายตาแห่งความเชื่ออันกระจ่างชัด แม้เราจะยังไม่ได้เห็นพระผู้ช่วยให้รอดผู้ทรงถูกตรึงกางเขนและทรงคืนพระชนม์ด้วยตาตนเองเหมือนอย่างที่โธมัสและคนอื่น ๆ เห็น แต่สักวันหนึ่งเราจะได้เห็นพระองค์อย่างแน่นอน ในระหว่างนี้ เรายังคงแสวงหาสิ่งเดิม คือการดำเนินชีวิตอยู่เฉพาะพระพักตร์องค์พระผู้เป็นเจ้าในทุก ๆ วัน การแสวงหาความเข้าใจในพระวจนะ การรับฟัง และการเรียนรู้ เราได้ยินพระสุรเสียงของพระเยซูผ่านทางพระวจนะของพระองค์ และเมื่อเรานมัสการพระองค์ เราก็ได้รับของประทานแห่งพระกายและพระโลหิตของพระองค์ในพิธีมหาสนิท เราอธิษฐานตามถ้อยคำในพระธรรมสดุดี ขอให้เราได้ดำเนินชีวิตร่วมกับองค์พระผู้เป็นเจ้าและนมัสการพระองค์ตลอดไป จนกว่าเราจะได้เข้าสู่การสถิตอยู่ด้วยของพระองค์ชั่วนิรันดร์ และได้เห็นความงดงามของพระผู้ช่วยให้รอดผู้ทรงพระชนม์อยู่ด้วยตาของเราเอง

เราอธิษฐาน: องค์พระผู้เป็นเจ้า ข้าพระองค์ปรารถนาที่จะศึกษาพระวจนะอันบริสุทธิ์ของพระองค์ และนมัสการในการทรงสถิตอยู่ด้วยของพระองค์ทั้งในเวลานี้และตลอดไปเป็นนิตย์ อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. คุณคิดว่าผู้เขียนสดุดีจะรักษาใจให้จดจ่ออยู่กับสิ่งเดียวได้อย่างไร ท่ามกลางสิ่งเร้าที่เบี่ยงแบนความสนใจมากมายในศตวรรษที่ 21
  2. เป็นไปได้ไหมว่าการได้อาศัยอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้ามีความหมายลึกซึ้งต่อคนในสมัยโบราณมากกว่าเราในปัจจุบัน
  3. เมื่อความเชื่อของคุณสั่นคลอน มีข้อพระคัมภีร์ตอนใดบ้างที่ช่วยเสริมสร้างความเชื่อของคุณในพระเจ้า

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.