สดุดี 25:4-5 – ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงกระทำให้ข้าพระองค์รู้จักพระมรรคาของพระองค์ ขอทรงสอนวิถีของพระองค์แก่ข้าพระองค์ ขอทรงนำข้าพระองค์ไปในความจริงของพระองค์ และขอทรงสอนข้าพระองค์ เพราะพระองค์ทรงเป็นพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพระองค์ ข้าพระองค์รอคอยพระองค์อยู่วันยังค่ำ
การอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้องเป็นเรื่องสำคัญ ไกด์นำเที่ยวอาจบอกให้ลูกทัวร์เดินไปด้วยกันและอยู่ในเส้นทางที่กำหนดไว้ นักเดินป่าจำเป็นต้องเดินตามเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงงูหรือสัตว์ป่าอื่น ๆ พ่อแม่มักเตือนลูก ๆ ให้เดินบนทางเท้าและอยู่ห่างจากถนน แต่ถึงกระนั้น เราก็ยังเผลอออกนอกลู่นอกทางไปจนได้ เราอาจเลือกเส้นทางที่อันตรายในการเดินทาง และเลือกเส้นทางที่อันตรายยิ่งกว่าในการดำเนินชีวิต โดยเดินตามผู้คน แนวปฏิบัติ หรือปรัชญาที่อาจชักนำเราให้ห่างไกลจากองค์พระผู้เป็นเจ้า
ในแต่ละวัน เรามักถูกล่อลวงให้หลงออกไปจากวิถีแห่งความชอบธรรมที่องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงนำทางเรา ไม่ว่าจะเป็นค่านิยมของโลก ความขัดแย้งบนสื่อสังคมออนไลน์ หรือความบันเทิงต่าง ๆ ที่อาจชักจูงให้เราไขว้เขว จนท้ายที่สุดเราอาจหันไปดำเนินตามแนวคิดหรือวิถีทางที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อจิตวิญญาณ ทั้งผ่านทางความคิด คำพูด หรือการกระทำ คำสอนที่ผิดเพี้ยนอาจดึงเราให้ออกห่างจากความจริงในพระวจนะของพระเจ้า ทำให้เรามองไม่เห็นภัยอันตรายที่คุกคามจิตวิญญาณของเรา ดังที่พระคัมภีร์กล่าวว่า “มีทางหนึ่งซึ่งคนเราคิดว่าถูก แต่มันสิ้นสุดลงที่ทางของความมรณา” (สุภาษิต 16:25) กระนั้น พระเจ้าทรงเปรียบเสมือนผู้เลี้ยงแกะที่คอยติดตามแกะที่หลงหาย พระองค์ไม่ทรงทอดทิ้งเราให้หลงทางไปตามวิถีของตน แต่ทรงเรียกให้เรากลับใจและหันกลับมาหาพระองค์ โดยมีพระวจนะของพระองค์เป็นแสงสว่างนำทางเราไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง ดังที่กล่าวไว้ว่า “พระวจนะของพระองค์เป็นโคมสำหรับเท้าของข้าพระองค์ และเป็นความสว่างแก่มรรคาของข้าพระองค์” (สดุดี 119:105) พระวจนะของพระองค์เป็นโคมสำหรับเท้าของข้าพระองค์
วิถีแห่งบาปที่เราเลือกนำไปสู่ความตายและการถูกตัดขาดจากพระเจ้า แต่วิถีแห่งกางเขนที่พระเยซูทรงดำเนินนั้นนำไปสู่การสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่บาป ซึ่งนำเราเข้าสู่ความสัมพันธ์สนิทสนมกับพระเจ้า แม้ในยามที่วาระแห่งการสิ้นพระชนม์ใกล้เข้ามา พระเยซูมิได้ทรงหันเหไปจากหนทางที่อยู่เบื้องหน้าพระองค์เลย พระองค์ทรงมุ่งมั่นที่จะช่วยเราให้รอด ดังที่พระคัมภีร์กล่าวว่า “ครั้นจวนเวลาที่พระองค์จะทรงถูกรับขึ้นไป พระองค์ทรงตั้งพระทัยแน่วไปยังกรุงเยรูซาเล็ม” (ลูกา 9:51) พระองค์ทรงเป็นผู้เลี้ยงที่ดีผู้เสด็จมาเพื่อสละพระชนม์ชีพของพระองค์เพื่อแกะที่หลงหายไป เมื่อเราหลงทางซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ แต่พระเยซูทรงเรียกให้เรากลับใจใหม่และทรงให้อภัยบาปของเรา พระองค์ทรงนำเรากลับมาหาพระองค์และทรงนำเราไปในวิถีทางแห่งความชอบธรรมของพระองค์ ในทุก ๆ วันที่เราติดตามองค์พระผู้เป็นเจ้า เราอธิษฐานร่วมกับผู้เขียนสดุดีว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงกระทำให้ข้าพระองค์รู้จักพระมรรคาของพระองค์ ขอทรงสอนวิถีของพระองค์แก่ข้าพระองค์ ขอทรงนำข้าพระองค์ไปในความจริงของพระองค์ และขอทรงสอนข้าพระองค์” เรารู้ว่าผู้เลี้ยงของเราจะทรงฟังและตอบคำอธิษฐานของเรา เพราะพระองค์ทรงประทานพระสัญญาไว้ว่า “แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา และเรารู้จักแกะเหล่านั้น และแกะนั้นตามเรา เราให้ชีวิตนิรันดร์แก่แกะนั้น แกะนั้นจะไม่พินาศเลย และจะไม่มีผู้ใดแย่งชิงแกะเหล่านั้นไปจากมือของเราได้” (ยอห์น 10:27-28)
เราอธิษฐาน: ขอองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงนำข้าพระองค์ไปในความจริงของพระองค์ และทรงสอนให้ข้าพระองค์ดำเนินตามพระองค์ไปในวิถีทางอันชอบธรรมของพระองค์ อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- คุณเคยหลงทางในป่าหรือในพื้นที่ห่างไกลบ้างไหม ถ้าเคย คุณหาทางออกมาได้อย่างไร มีใครมาช่วยคุณหรือไม่
- เราเรียนรู้เรื่องราวของพระเจ้าได้จากพระวจนะของพระองค์ มีพระคัมภีร์ข้อใดบ้างที่ช่วยคุณได้ในยามที่คุณแสวงหาการทรงนำจากพระเจ้า
- เราสามารถเรียนรู้อะไรได้บ้างจากพระชนม์ชีพของพระเยซู ในยามที่เราต้องการความกล้าหาญเพื่อจะดำเนินชีวิตต่อไปตามแนวทางที่ถูกต้อง
© : Lutheran Hour Ministries

