ธรรมชีวิตประจำวันอังคารที่ 22 กันยายน 2026 “เกรงกลัวพระเจ้า”

เอเสเคียล 18:1, 25-28, 30-32 – พระวจนะของพระเจ้ามายังข้าพเจ้าอีกว่า … “แต่เจ้ายังกล่าวว่า ‘วิธีการขององค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ยุติธรรม’ โอ พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย จงฟังเถอะ วิธีการของเราไม่ยุติธรรมหรือ วิธีการของเจ้ามิใช่หรือที่ไม่ยุติธรรม’ เมื่อคนชอบธรรมหันกลับจากความชอบธรรมของเขาและกระทำความชั่ว เขาจะต้องตายเพราะการนั้น เขาจะต้องตายด้วยเหตุความบาปชั่วที่เขาได้กระทำ และเมื่อคนอธรรมหันกลับจากความอธรรมที่ตนกระทำไป และกระทำความยุติธรรมและความชอบธรรม เขาก็ได้ช่วยชีวิตของเขาเองไว้ เพราะเขาได้ตรึกตรองและหันกลับจากการทรยศซึ่งเขาได้กระทำไป เขาจะดำรงชีวิตอยู่แน่นอน เขาไม่ต้องตาย … พระเจ้าตรัสว่า โอ พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย เพราะฉะนั้นเราจะพิพากษาเจ้าทุกคนตามทางประพฤติของคนนั้น ๆ จงกลับใจและหันกลับเสียจากการกบฏทั้งสิ้นของเจ้า เกรงว่าความบาปชั่วของเจ้าจะเป็นสิ่งสะดุดให้เจ้าพินาศ จงละทิ้งการกบฏทั้งสิ้นซึ่งเจ้าได้กบฏต่อเรา จงทำตัวให้มีจิตใจใหม่และวิญญาณใหม่ โอ พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย เจ้าจะตายเสียทำไมเล่า พระเจ้าตรัสว่า เราไม่มีความพอใจในความตายของผู้หนึ่งผู้ใดเลย จงหันกลับและดำรงชีวิตอยู่”

บางครั้งข้าพเจ้าก็นึกสงสัยว่าพระเจ้าทรงรู้สึกอย่างไรเมื่อเห็นผู้คนที่พระองค์ทรงสร้างมาพยายามวิ่งหนีพระองค์ไปด้วยความหวาดกลัวอยู่ตลอดเวลา ข้าพเจ้าจินตนาการว่าคงเป็นความรู้สึกที่บีบคั้นหัวใจอย่างยิ่ง ในมุมมองของเรานั้น เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ไม่ยาก เพราะเราต่างเป็นคนที่มีบาดแผลทางใจและเต็มไปด้วยบาป ซึ่งเราเองก็รู้ถึงความจริงข้อนี้ดี ความรู้สึกผิดและความละอายใจทำให้เราหวาดกลัวที่จะต้องอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของพระเจ้า แต่ในมุมมองของพระองค์เล่า พระเจ้าถึงกับต้องตรัสกับเราว่า “เราไม่มีความพอใจในความตายของผู้หนึ่งผู้ใดเลย จงหันกลับและดำรงชีวิตอยู่!”

หากเราหยุดพิจารณาถ้อยคำของพระองค์สักครู่ ก็จะเห็นได้ชัดเจนว่าเป็นความจริง พระเจ้าผู้ประเสริฐผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งย่อมไม่มีทางเป็นผู้ที่ชื่นชอบความตายหรือปรารถนาให้ผู้คนต้องพินาศ พระองค์มิได้เป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน เพราะมารต่างหากที่ต้องการให้ผู้คนต้องตาย ไม่ใช่พระเจ้า

แต่สัญชาตญาณลึก ๆ ของเรายังคงเป็นการหันหลังหนี ไม่ว่าเราจะพยายามสักเพียงใด เราก็ไม่อาจปฏิบัติตามพระวจนะของพระเจ้าที่ว่า “จงละทิ้งการกบฏทั้งสิ้นซึ่งเจ้าได้กบฏต่อเรา จงทำตัวให้มีจิตใจใหม่และวิญญาณใหม่” นี่ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในเราเลย เพราะเราไม่อาจช่วยตัวเองได้

พระเจ้าทรงทราบเรื่องนี้ดีเช่นกัน นั่นคือ เหตุผลที่พระองค์เสด็จมายังโลกของเราในฐานะมนุษย์ เพื่อมาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา พระเยซูเสด็จมาเพื่อช่วยกู้เราผู้ไม่อาจช่วยตนเองให้รอดได้ พระองค์ทรงขจัดความชั่วร้ายทั้งปวงของเรา และประทานหัวใจใหม่ซึ่งเป็นเครื่องหมายของบุตรของพระเจ้า พระองค์ทรงกระทำสิ่งนี้เพื่อเรา ผ่านทางความทุกข์ทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการคืนพระชนม์ของพระองค์เอง และนั่นมิใช่สิ่งที่สะท้อนถึงพระลักษณะอันแสนดีของพระเจ้าที่เราได้รู้จักหรือ ที่พระองค์ทรงเลือกเผชิญความตายด้วยพระองค์เอง โดยการเสด็จมาบังเกิดเป็นมนุษย์แทนที่จะให้เราต้องเผชิญกับสิ่งนั้น

ในที่สุดเราก็ไม่ต้องวิ่งหนีอีกต่อไป สิ่งที่เราทำเองไม่ได้นั้น พระเจ้าทรงกระทำเพื่อเราแล้ว พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์ทรงนำเราให้หันกลับมาหาพระองค์ และประทานความเชื่อและความวางใจในพระเยซู พระผู้ช่วยให้รอดของเรา เราสามารถยืนอยู่ต่อพระพักตร์พระบิดาได้ก็เพราะพระเยซู เพราะพระเจ้าผู้ทรงเป็นตรีเอกานุภาพและทรงรักเรานั้นทรงจัดเตรียมหนทางให้เราได้ดำเนินชีวิตร่วมกับพระองค์ด้วยความชื่นชมยินดีและสันติสุขตลอดไป

เราอธิษฐาน: ขอบพระคุณพระเจ้าที่ทรงช่วยกู้ข้าพระองค์ในยามที่ข้าพระองค์ไม่อาจช่วยเหลือตนเองได้เลย อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. คุณเคยรู้สึกเกรงกลัวพระเจ้ามากที่สุดเมื่อใด เพราะเหตุใด
  2. คุณพบความช่วยเหลือและการปลอบประโลมใจในพระเยซูได้อย่างไร
  3. จงอ่านโรม 8:31-39 โดยเฉพาะข้อ 34 พระเยซูกำลังทรงทำสิ่งใดเพื่อคุณอยู่ในขณะนี้

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.