ธรรมชีวิตประจำวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2026 “คนที่สอนได้”

มัทธิว 21:28-32 – [พระเยซูตรัสกับผู้นำศาสนาที่ท้าทายสิทธิอำนาจของพระองค์] “ท่านทั้งหลายคิดเห็นอย่างไร คนหนึ่งมีบุตรชายสองคน บิดาไปหาบุตรคนแรกว่า ‘ลูกเอ๋ย วันนี้จงไปทำงานในสวนองุ่นเถิด’ บุตรคนนั้นตอบว่า ‘ไม่ไป’ แต่ภายหลังกลับใจแล้วไปทำ บิดาจึงไปหาบุตรคนที่สองพูดเช่นเดียวกัน บุตรนั้นกล่าวว่า ‘ไปขอรับ’ แต่ไม่ไป ก็บุตรสองคนนี้คนไหนเป็นผู้ทำตามใจของบิดาเล่า” เขาทูลตอบว่า “คือบุตรคนแรก” พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า พวกเก็บภาษีและหญิงแพศยาก็เข้าในแผ่นดินของพระเจ้าก่อนท่านทั้งหลาย ด้วยยอห์นได้มาหาพวกท่านสอนทางชอบธรรม ท่านหาเชื่อไม่ แต่พวกเก็บภาษีและพวกหญิงแพศยาได้เชื่อ ฝ่ายท่านทั้งหลายถึงแม้ได้เห็นแล้วภายหลังก็มิได้กลับใจเชื่อยอห์น”

“อ๋อ คุณโดนสั่งสอนเข้าให้แล้ว” เป็นประโยคที่ข้าพเจ้าได้ยินบ่อยเวลาเล่นบาสเกตบอล นั่นหมายถึงการที่คู่แข่งเลี้ยงบอลผ่านตัวคุณเข้าไปทำคะแนนต่อหน้าต่อตา หรืออะไรทำนองนั้น นัยของคำพูดนี้ก็คือ ผู้เล่นฝ่ายรุกคนนั้นได้ “สั่งสอนบทเรียน” ให้คุณรู้ซึ้งถึงความต่างชั้น หรือเปรียบได้ว่าเขาพาคุณไปเข้าโรงเรียนนั่นเอง ข้าพเจ้าเคยคุยเรื่องนี้กับลูกชายวัย 16 ปี แล้วเขาก็บอกว่า “พ่อครับ เดี๋ยวนี้เขาไม่พูดคำนั้นกันแล้ว” งั้นเวลาที่ใครสักคนเลี้ยงบอลผ่านคุณไปได้ง่าย ๆ เขาพูดว่าอะไรกันล่ะ ข้าพเจ้าถาม “เขาก็พูดกันว่าโดน ‘แกง’ หรือ ‘พัง’ ครับ” อ๋อ… อย่างนั้นเองสินะ สรุปว่าทุกวันนี้คนที่กำลัง “สั่งสอนบทเรียน” ให้ข้าพเจ้าอยู่ก็คือ ลูกชายวัย 16 ปีของข้าพเจ้านี่เอง

ไม่ว่าคนแต่ละยุคสมัยจะใช้คำแสลงแบบไหน แต่เราทุกคนต่างก็เข้าใจความรู้สึกนั้นดี และนั่นคือ สิ่งที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ตอนนี้ระหว่างพระเยซูกับเหล่าผู้นำทางศาสนา พระองค์ทรงกำลังสั่งสอนบทเรียนสำคัญให้พวกเขา เพราะพวกเขาท้าทายสิทธิอำนาจของพระองค์ด้วยคำถามที่ว่า “ใครเป็นผู้มอบสิทธิอำนาจนี้ให้แก่ท่าน” แม้จะมีคำกล่าวที่ว่าไม่มีคำถามไหนที่โง่เขลา แต่หากคุณอ่านหนังสือมัทธิวมาโดยตลอด คุณจะรู้ว่ากรณีนี้เป็นข้อยกเว้น เพราะถึงตอนนี้มันชัดเจนอยู่แล้วว่าสิทธิอำนาจของพระเยซูมาจากไหน ทว่าเหล่าผู้นำทางศาสนากลับปฏิเสธที่จะเรียนรู้จากพระองค์ ดังนั้น แทนที่จะยอมให้สถานะทางสังคมของตนต้องสั่นคลอนหรือศักดิ์ศรีต้องมัวหมอง พวกเขาจึงเลือกที่จะจัดการกับพระองค์ด้วยการสั่งให้นำพระองค์ไปตรึงกางเขนเสีย

ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งในแผนการของพระเจ้า พระเยซูทรงถวายพระองค์เองเพื่อเป็นผู้รับโทษแทนเรา เพื่อช่วยเราให้พ้นจากพระพิโรธอันชอบธรรมของพระเจ้าอันเนื่องมาจากการกบฏด้วยความเย่อหยิ่งของเรา แต่ยังมีสิ่งสำคัญยิ่งกว่านั้น เพราะพระเยซูทรงเป็นมากกว่าแค่ผู้รับโทษแทนเรา พระองค์ทรงเป็น “ต้นแบบ” ของเรา (ซึ่งมีความหมายลึกซึ้งกว่าแค่ตัวอย่างทั่วไป) ในฐานะต้นแบบ พระเยซูทรงวางรูปแบบชีวิตที่พระวิญญาณบริสุทธิ์จะทรงหล่อหลอมเราให้เป็นไปตามนั้น พระคัมภีร์กล่าวว่า “ถึงแม้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระบุตร พระองค์ก็ทรงเรียนรู้ที่จะนอบน้อมยอมเชื่อฟังโดยความทุกข์ลำบากที่พระองค์ได้ทรงทน” (ฮีบรู 5:8) คุณได้ยินไหม พระเยซูทรงเรียนรู้ พระองค์ทรงยอมให้พระองค์เองได้รับการฝึกสอนเพื่อเราทุกคน พระบุตรของพระเจ้าผู้ทรงรอบรู้และดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์ทรงถ่อมพระทัยลงมาเพื่อยอมรับการสั่งสอน (ดู ลูกา 2:52) เพื่อที่คุณและข้าพเจ้าจะได้เป็นเหมือนพระองค์

บ่อยครั้งที่ข้าพเจ้ารู้สึกอับอายเมื่อความไม่รู้ (หรือการไม่เชื่อฟัง) ของข้าพเจ้าถูกเปิดเผยออกมา แต่เมื่ออยู่กับพระเยซู ความอับอายเหล่านั้นจะหายไป พระองค์ทรงรักเรามากพอที่จะหล่อหลอมให้เราเป็นผู้ที่พร้อมจะเรียนรู้และรับการสอน เช่นเดียวกับที่พระองค์ทรงรักอดีตหญิงโสเภณีและอดีตคนเก็บภาษีที่เคยคดโกง การยอมรับการสอนไม่ได้ทำให้คุณดูต่ำต้อยลง และไม่ได้หมายความว่าคุณจะยอมรับทุกสิ่งที่ได้ยินโดยปราศจากการไตร่ตรอง หรือหมายความว่าคุณเป็นคนหูเบาเชื่อคนง่าย แต่เพียงแค่หมายความว่าคุณไม่ใช่พระเจ้า ทว่าคุณถูกสร้างมาเพื่อพระเจ้า เพื่อที่จะเป็นบุตรชายหรือบุตรสาวที่เชื่อฟังพระองค์ พระองค์ทรงรักคุณและปรารถนาที่จะร่วมทางไปกับคุณ พร้อมทั้งสอนทุกสิ่งทุกอย่างที่พระองค์ทรงรู้ให้แก่คุณ และพระองค์ก็พร้อมจะใช้เวลาชั่วนิรันดร์เพื่อทำสิ่งนั้น

เราอธิษฐาน: ขอองค์พระเยซูเจ้าทรงโปรดประทานจิตใจที่พร้อมจะเรียนรู้แก่ข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะเรียนรู้จากพระองค์ อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. เมื่อเร็ว ๆ นี้ คุณได้เรียนรู้สิ่งสำคัญโดยไม่คาดคิดในสถานการณ์ใดบ้าง
  2. คุณรู้สึกว่าการเรียนรู้จากใครเป็นเรื่องยาก เช่น เด็ก คู่สมรส คนแปลกหน้า ผู้เชี่ยวชาญ หรือศัตร
  3. แม้เราจะเรียนรู้จากแหล่งข้อมูลและผู้คนมากมาย แต่พระเยซูตรัสว่าเรามีพระอาจารย์เพียงพระองค์เดียว (ดู มัทธิว 23:8-10) พระองค์ทรงกำลังสอนอะไรคุณบ้างในช่วงเวลานี้

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.