สดุดี 147:7-9 – จงร้องเพลงโมทนาพระคุณถวายพระเจ้า จงดีดพิณเขาคู่ถวายพระเจ้าของเรา พระองค์ทรงคลุมฟ้าสวรรค์ด้วยเมฆ พระองค์ทรงเตรียมฝนให้แก่แผ่นดินโลก พระองค์ทรงกระทำให้หญ้างอกบนภูเขา พระองค์ประทานอาหารแก่สัตว์และแก่ลูกกาที่ร้อง
ผู้ที่ยึดถือความเชื่อว่ามีพระเจ้า (Deism) โดยเชื่อว่าพระเจ้าทรงสร้างโลกขึ้นมาแล้วก็ทรงถอยห่างออกมา ปล่อยให้โลกดำเนินไปเองตามธรรมชาติ โดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่มีความเชื่อนี้มองว่าพระเจ้าไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตประจำวันของโลกหรือผู้คนแต่อย่างใด แต่พระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์เปิดเผยความจริงเกี่ยวกับพระผู้สร้างของเราเพื่อคัดค้านแนวคิดที่ผิดพลาดดังกล่าว เพราะแท้จริงแล้ว พระเจ้ามิได้ทรงทอดทิ้งโลกและผู้คนที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นมาเลย
พระผู้สร้างของเราทรงเข้ามามีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดในชีวิตประจำวันของสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง พระองค์ทรงค้ำจุนโลกและสิ่งมีชีวิตทั้งปวง พระองค์ทรงกำหนดให้มีเมฆบนท้องฟ้าในยามที่เตรียมจะประทานฝนลงมายังผืนดินที่แห้งแล้ง พระองค์ทรงบันดาลให้หญ้างอกงามเพื่อเป็นอาหารแก่สัตว์เลี้ยงและสัตว์ป่า พระองค์ทรงจัดเตรียมอาหารให้แก่นกและสัตว์ป่าทั้งหลาย พระองค์ทรงทำให้ธารน้ำ “พุพลุ่งขึ้นมาในหุบเขา” เพื่อ “ให้บรรดาสัตว์ป่าได้ดื่ม” (สดุดี 104:10ข, 11ข) พระเจ้าทรงประทานฝนและ “แผ่นดินโลกก็อิ่ม” ด้วยพระราชกิจอันเปี่ยมด้วยความรักของพระองค์ (สดุดี 104:13ข) ผ่านทางการทรงดูแลสิ่งที่พระองค์ทรงสร้าง พระเจ้าทรงเป็นพยานยืนยันถึงฤทธานุภาพและพระสิริของพระองค์เองว่า “พระองค์มิได้ทรงให้ขาดพยาน คือพระองค์ได้ทรงกระทำคุณให้ฝนตกจากฟ้าและให้มีฤดูเกิดผล ท่านทั้งหลายจึงอิ่มใจยินดีด้วยอาหาร” (กิจการ 14:17) แม้หลายคนจะชอบคิดไปเองว่าตนเป็นอิสระจากการดูแลเอาใจใส่ของพระเจ้า แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ พระเจ้า “ทรงเป็นผู้ประทานชีวิตและลมหายใจ และสิ่งสารพัดแก่คนทั้งปวงต่างหาก พระองค์ได้ทรงสร้างมนุษย์ทุกชาติสืบสายโลหิตอันเดียวกันให้อยู่ทั่วพิภพโลก และได้ทรงกำหนดเวลาและเขตแดนให้เขาอยู่” (กิจการ 17:25ข-26)
ความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อโลกและมนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้างนั้น กว้างไกลและลึกซึ้งยิ่งกว่าเพียงแค่การประทานพืชผลและสายฝน แม้ว่ามนุษย์จะปฏิเสธความรักของพระผู้สร้างและไม่ยอมรับในความยิ่งใหญ่ของพระองค์ด้วยความหยิ่งผยองอันเกิดจากบาป แต่พระเจ้าก็ทรงสำแดงพระเมตตาด้วยการเสด็จลงมาเพื่อช่วยกู้มนุษย์ที่พระองค์ทรงสร้างและทรงรัก พระองค์ทรงส่งพระบุตร คือองค์พระเยซูเจ้าของเรามาทนทุกข์และสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เพื่อให้การสิ้นพระชนม์นั้นนำโลกกลับมาคืนดีกับพระองค์ พระเจ้าทรงเรียกร้องให้ทุกคนกลับใจใหม่และเชื่อในข่าวประเสริฐเรื่องพระราชกิจแห่งความรอดของพระเยซู การที่พระเจ้าทรงดูแลสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างนั้นเปรียบเสมือนบทเรียนที่สะท้อนถึงความรักที่พระองค์ทรงมีต่อเรา ซึ่งเป็นความรักที่จะดำรงอยู่ตลอดไปเป็นนิตย์ ดังพระวจนะที่ว่า “จงดูนกในอากาศ มันมิได้หว่าน มิได้เกี่ยว มิได้ส่ำสมไว้ในยุ้งฉาง แต่พระบิดาของท่านทั้งหลาย ผู้ทรงสถิตในสวรรค์ทรงเลี้ยงนกไว้ ท่านทั้งหลายมิประเสริฐกว่านกหรือ” (มัทธิว 6:26)
เราอธิษฐาน: องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงดูแลข้าพระองค์และสรรพสิ่งที่ทรงสร้างในทุก ๆ วัน ข้าพระองค์จะสรรเสริญพระองค์ด้วยบทเพลงแห่งการขอบพระคุณ อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- หากพระเจ้าทรงสร้างโลกแล้วไม่ทรงใส่พระทัยโลก การบังเกิดของพระเยซูจะมีประโยชน์อะไร
- พระคัมภีร์บอกอะไรเราเกี่ยวกับการมีส่วนของพระเจ้าในการทรงสร้าง
- เราควรดูแลโลกตามธรรมชาติที่แวดล้อมเราอยู่ และผู้คนรอบ ๆ ตัวเราอย่างไร
© : Lutheran Hour Ministries

