ธรรมชีวิตประจำวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม 2026 “เพียงคำขอเดียว”

ลูกา 10:1-9 – ภายหลังเหตุการณ์เหล่านั้น พระเยซูทรงตั้งสาวกอื่นอีกเจ็ดสิบคนไว้ และใช้เขาออกไปทีละสองคน ๆ ให้ล่วงหน้าพระองค์ไปก่อน ให้เข้าไปทุกเมืองและทุกตำบลที่พระองค์จะเสด็จไปนั้น  พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ข้าวที่ต้องเกี่ยวนั้นมีมากแต่คนงานยังน้อยอยู่ เหตุฉะนั้น พวกท่านจงอ้อนวอนพระองค์ผู้ทรงเป็นเจ้าของนาให้ส่งคนงานมาเก็บเกี่ยวพืชผลของพระองค์  ไปเถอะ ดูเถิด เราใช้ท่านทั้งหลายไปดุจลูกแกะอยู่ท่ามกลางฝูงสุนัขป่า  อย่าเอาไถ้เงิน หรือย่าม หรือรองเท้าไป และอย่าคำนับผู้ใดตามทาง  ถ้าจะเข้าไปในเรือนใด ๆ จงพูดก่อนว่า ‘ให้ความสุขมีแก่เรือนนี้เถิด’  ถ้าลูกแห่งสันติสุขอยู่ที่นั่น สันติสุขของท่านจะอยู่กับเขา ถ้าหาไม่ สันติสุขของท่านจะกลับอยู่กับท่านอีก จงอาศัยอยู่ในเรือนนั้น กินและดื่มของซึ่งเขาจะให้นั้น ด้วยว่าผู้ทำงานสมควรจะได้รับค่าจ้างของตน  อย่าเที่ยวจากเรือนนี้ไปเรือนโน้น  ถ้าท่านจะเข้าไปในเมืองใด ๆ และเขารับรองท่านไว้จงกินของที่เขาตั้งให้ และจงรักษาคนป่วยในเมืองนั้นให้หาย และแจ้งแก่เขาว่า ‘แผ่นดินของพระเจ้ามาใกล้ท่านทั้งหลายแล้ว’”

หากคุณเป็นเหมือนกับข้าพเจ้า คุณคงคุ้นเคยกับการได้รับคำขอให้ช่วยอธิษฐานเผื่อ  ผู้คนในคริสตจักรต่างขอให้คุณช่วยอธิษฐานเผื่อเขา ซึ่งมักจะมีรายชื่อระบุไว้ในใบข่าวสารของคริสตจักรด้วย  นอกจากนี้ คุณอาจมีเพื่อนและคนในครอบครัวที่โทรศัพท์มาขอให้คุณช่วยอธิษฐานเผื่อ และด้วยความรักที่คุณมีต่อเขา คุณจึงอธิษฐานเผื่อเขาเหล่านั้น

แล้วพระเยซูเจ้าล่ะ  เพิ่งเมื่อปีที่แล้วนี่เองที่ข้าพเจ้าตระหนักว่าพระองค์ก็ทรงมีคำขอให้เราอธิษฐานเผื่อเช่นกัน ซึ่งเท่าที่ข้าพเจ้าทราบ นี่เป็นเพียงเรื่องเดียวที่พระองค์ทรงขอจากเรา นั่นคือ “ข้าวที่ต้องเกี่ยวนั้นมีมากแต่คนงานยังน้อยอยู่ เหตุฉะนั้น พวกท่านจงอ้อนวอนพระองค์ผู้ทรงเป็นเจ้าของนาให้ส่งคนงานมาเก็บเกี่ยวพืชผลของพระองค์”

นี่ฟังดูเป็นสิ่งที่พระเยซูจะตรัสถามใช่ไหม เพราะสิ่งเดียวที่พระองค์ปรารถนาที่สุดคือ การที่มนุษย์จำนวนมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้จะได้รับความรอด ได้กลับมาคืนดีกับพระเจ้า ได้รับอิสรภาพจากความชั่วร้าย และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของพระเจ้าในฐานะบุตรอันเป็นที่รักของพระองค์  ทั้งนี้ก็เพราะพระองค์ทรงรักเราและทรงปรารถนาให้เราได้กลับบ้าน  แต่สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร  พระเยซูทรงวางแผนที่จะทนทุกข์และสิ้นพระชนม์อย่างเจ็บปวดและน่าอับอายบนไม้กางเขนเพื่อให้สิ่งนี้เกิดขึ้นจริง  จากนั้น พระองค์จะทรงทำลายอำนาจแห่งความตายด้วยการเป็นขึ้นมาจากความตายเพื่อเราทุกคน

นี่คือ เหตุผลสำคัญที่พระองค์เสด็จมาในโลกนี้ เมื่อพระเยซูสิ้นพระชนม์ พระองค์จะเปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์ที่ถูกฝังลงในอุโมงค์ฝังศพ เป็นเมล็ดพันธุ์ที่จะงอกงามขึ้นสู่ชีวิตใหม่และก่อให้เกิดผลผลิตอันมากมายมหาศาล ซึ่งผลผลิตนั้นรวมถึงตัวคุณและข้าพเจ้าด้วย กล่าวคือ ทุกคนที่วางใจในพระเยซูและได้รับชีวิตใหม่จากพระวิญญาณบริสุทธิ์

แต่การที่พวกเขาจะเชื่อได้นั้น จำเป็นต้องมีใครสักคนไปบอกเล่าเรื่องราวของพระเยซูให้เขาฟัง  และนั่นคือเหตุผลที่พระเยซูทรงขอให้เราอธิษฐาน พระองค์ทรงต้องการให้มีผู้คนจำนวนมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ออกไปประกาศข่าวประเสริฐ ทรงต้องการผู้เก็บเกี่ยวจำนวนมากที่สุดเท่าที่พระองค์จะทรงหาได้  ด้วยเหตุนี้ พระองค์จึงทรงเรียกเรา และทรงบอกให้เราอธิษฐานขอให้มีผู้มาช่วยงานเพิ่มขึ้น

เราอธิษฐาน: ข้าแต่พระบิดาเจ้า โปรดทรงเรียกผู้เก็บเกี่ยวเข้ามาในทุ่งนาของพระองค์ให้มากยิ่งขึ้น เพื่อที่ผู้คนจำนวนมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้จะได้รับความรอดผ่านทางพระเยซู พระบุตรของพระองค์ อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. คุณจะนำคำอธิษฐานของพระเยซูมาเป็นส่วนหนึ่งในการอธิษฐานของคุณเองอย่างสม่ำเสมอได้อย่างไร
  2. คุณเคยเล่าเรื่องพระเยซูให้ใครฟังบ้างไหม
  3. หากคุณรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องยาก คุณจะหาความช่วยเหลือได้จากที่ไหน

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.