ธรรมชีวิตประจำวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2026 “หัวใจสำคัญของเรื่อง”

มัทธิว 22:21ข – [พระเยซูตรัสกับพวกฟาริสี] “เหตุฉะนั้น ของของซีซาร์จงถวายแก่ซีซาร์ และของของพระเจ้าจงถวายแด่พระเจ้า”

พวกฟาริสีคิดว่าตนได้วางกับดักล่อให้พระเยซูติดหล่มแล้ว พวกเขาถามพระองค์ว่าควรจ่ายภาษีให้แก่ซีซาร์หรือไม่ ซึ่งนับเป็นคำถามที่มีนัยแฝงและมุ่งบีบให้พระองค์ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

แต่พระเยซูทรงถามคำถามกลับไปว่า “รูปและคำจารึกนี้เป็นของใคร” (บนเหรียญสำหรับจ่ายภาษี) นั้น พวกเขาจึงตอบว่า “ของซีซาร์” (ดู มัทธิว 22:17-21) จากนั้น พระเยซูจึงตรัสถ้อยคำอันโด่งดังว่า “เหตุฉะนั้น ของของซีซาร์จงถวายแก่ซีซาร์ และของของพระเจ้าจงถวายแด่พระเจ้า”

ด้วยถ้อยคำเหล่านี้ พระเยซูไม่ได้เพียงแค่ให้คำตอบเรื่องการเสียภาษีเท่านั้น แต่พระองค์ทรงชี้ให้เห็นถึงหัวใจสำคัญของเรื่อง คือความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพระเจ้า เราทุกคนต่างก็มีช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก และแน่นอนว่าเราอาจไม่ได้ตอบสนองต่อเหตุการณ์เหล่านั้นในแบบที่เราต้องการเสมอไป บางครั้งเราอาจแสดงออกด้วยความโกรธ ความหงุดหงิด หรือเพียงแค่การนิ่งเงียบ เราอาจตกหลุมพรางบางอย่าง ซึ่งบางครั้งก็เป็นกับดักที่เราสร้างขึ้นมาเอง

แต่นี่คือ เหตุผลที่พระเยซูเสด็จมา พระองค์ไม่ได้เสด็จมาเพียงเพื่อจะหลีกหนีจากกับดักที่พวกฟาริสีวางไว้ในเหตุการณ์ที่บันทึกไว้ในพระธรรมมัทธิวเท่านั้น แต่พระองค์เสด็จมาเพื่อปลดปล่อยเราทั้งหลายให้พ้นจากกับดักที่ร้ายแรงที่สุด เพื่อฉุดดึงเราออกมาจากสถานการณ์ที่คับขันที่สุด นั่นคือ กับดักแห่งบาปของเราเอง และสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าแผนการร้ายใด ๆ ของมนุษย์ ก็คือ เล่ห์เหลี่ยมของสิ่งที่มีพระคัมภีร์เปรียบเปรยว่าเป็นดั่งสิงห์คำรามที่เที่ยวเสาะหาเหยื่อ นั่นคือ มารร้ายหรือซาตานนั่นเอง

ท่านออกัสติน ครูผู้ยิ่งใหญ่แห่งคริสตจักรยุคแรกกล่าวว่าซาตานคิดว่ามันต้อนพระเยซูเข้าสู่กับดักที่ร้ายกาจที่สุดแล้ว… นั่นคือ ตอนที่พระองค์ทรงอยู่บนไม้กางเขน ซาตานคิดในใจว่า “คราวนี้ข้าจัดการแกได้อยู่หมัดแล้ว” แต่ออกัสตินใช้ถ้อยคำที่น่าสนใจมากในคำเทศนาครั้งหนึ่งของท่านโดยกล่าวว่าไม้กางเขนนั้นเปรียบเสมือน “กับดักหนูของซาตาน”

ในขณะที่มารคิดว่ามันต้อนพระเยซูเจ้าเข้ามุมได้ตามที่ต้องการแล้ว แต่กลายเป็นว่ากับดักนั้นย้อนกลับมาเล่นงานตัวมันเสียเอง และบัดนี้ มารกลับเป็นฝ่ายที่ติดกับเสียเอง เพราะพระคริสต์ทรงหลุดพ้นจากกับดักที่ร้ายแรงที่สุด นั่นคือความตาย พระองค์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตายและเสด็จออกมาจากอุโมงค์ฝังพระศพ เมื่อทรงหลุดพ้นจากกับดักนั้นแล้ว พระองค์ก็ทรงปลดปล่อยทั้งคุณและข้าพเจ้า ไม่ใช่แค่จากสถานการณ์คับขันในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาที่ยากลำบาก การรับมือกับผู้คนที่มีเล่ห์เหลี่ยม หรือปัญหาซับซ้อนยุ่งยากสารพัดรูปแบบ แต่พระองค์ยังทรงปลดปล่อยคุณให้พ้นจากกับดักที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด คือ บาป ความตาย และนรก พระเยซูเจ้าทรงช่วยกู้ทั้งคุณและข้าพเจ้าให้พ้นจากสิ่งเหล่านี้ทั้งสิ้นด้วยการวายพระชนม์และการคืนพระชนม์ของพระองค์

ยามที่เราล้มเหลวหรือพลาดพลั้งซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน พระองค์ยังคงฉุดดึงเราให้ลุกขึ้นยืน คุณมั่นใจในสิ่งนี้ได้เลย นี่คือ เหตุผลที่เราสามารถดำเนินชีวิตประจำวันด้วยความกล้าหาญและมั่นใจ พร้อมที่จะเป็นพยานที่น่าประทับใจแม้ในยามที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เพราะในห้วงเวลานั้น เรารู้ดีว่าจะต้องมุ่งไปที่จุดใด นั่นคือ การเข้าถึงหัวใจสำคัญของเรื่องราว

เราอธิษฐาน: องค์พระเยซูผู้ประเสริฐ เราขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงช่วยกู้เราให้พ้นจากกับดักร้ายแรงที่สุดแห่งบาป ความตาย และซาตาน ขอประทานความกล้าหาญและความองอาจแก่เรา เพื่อที่เราจะประกาศเป็นพยานถึงพระองค์ อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. มีสถานการณ์ที่ยากลำบากหรือคับขันแบบไหนบ้างที่คุณมักจะเผชิญอยู่บ่อยครั้ง
  2. คุณได้เห็นและสัมผัสประสบการณ์การทรงช่วยกู้ขององค์พระผู้เป็นเจ้าในชีวิตของคุณเองอย่างไรบ้าง
  3. เมื่อคุณนึกถึง “หัวใจสำคัญ” ของข่าวประเสริฐ คุณชอบเน้นย้ำประเด็นใดของข่าวสารนั้นเป็นพิเศษ

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.