ธรรมชีวิตประจำวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2026 “ทุกอย่างขึ้นอยู่กับสิ่งที่เรามีอยู่”

“พระองค์ทรงทราบดีว่าสิ่งใดดีที่สุดที่จะประทานให้แก่ข้าฯ/ ความหวังและความปรารถนาทั้งหลายที่หลอกหลอนข้าฯ/ ความสุขและความทุกข์ต่างก็มีวาระของมัน/ ข้าฯ จะไม่สงสัยในพระปัญญาของพระองค์เลย/ ให้ทุกสิ่งเป็นไปตามพระทัยของพระองค์เสมอ/ ข้าฯ มอบถวายเส้นทางของข้าฯ ไว้กับพระองค์”

“ความหวังและความปรารถนาทั้งหลายที่หลอกหลอนข้าฯ ความสุขและความทุกข์ต่างก็มีวาระของมัน” เรารู้ดีว่าการมีประสบการณ์กับความหวัง ความสุข และความทุกข์โศกนั้นเป็นอย่างไร ด้วยความหวังอันเปี่ยมล้นเราอธิษฐานขอให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น ขอทางออกให้กับความขัดแย้งในครอบครัว ขอการอภัยโทษในความผิดบาปของเรา และขอให้มีความรู้ความเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้นในพระคำของพระเจ้า เรารู้จักความสุขที่ได้จากมิตรสหาย ครอบครัว และการนมัสการ เช่นเดียวกับที่รู้จักความทุกข์โศกอย่างลึกซึ้งจากการเจ็บป่วย ความสูญเสีย และความโศกเศร้า อารมณ์และประสบการณ์ทั้งหมดเหล่านี้ต่างก็ “มีวาระของมัน” ในชีวิตของเรา ถ้อยคำในบทเพลงเตือนให้เรานึกถึงภูมิปัญญาแห่งพระคำของพระเจ้าที่ว่า “มีฤดูกาลสำหรับทุกสิ่ง และมีวาระสำหรับเรื่องราวทุกอย่างภายใต้ฟ้าสวรรค์… มีวาระร้องไห้ และวาระหัวเราะ… มีวาระแสวงหา และวาระทำหาย” (ปัญญาจารย์ 3:1, 4ก, 6ก)

ในพระคัมภีร์เราพบผู้คนมากมายที่รู้จักความหวัง ความชื่นชมยินดี และความโศกเศร้าแบบเดียวกัน ดาวิดอธิษฐานว่า “ข้าพระองค์จะต้องตรึกตรองในใจของข้าพระองค์และมีความทุกข์โศกอยู่ในใจตลอดไปนานเท่าใด ศัตรูของข้าพระองค์จะเหนือข้าพระองค์นานเท่าใด” (สดุดี 13:2) กระนั้นผู้เขียนสดุดีก็พบความชื่นชมยินดีในความรักมั่นคงของพระเจ้าโดยรู้ว่าพระเจ้าทรงทราบดีที่สุดเกี่ยวกับวิธีการทำให้ความหวังใจที่รอคอยสำเร็จ “จิตใจของข้าพระองค์จะเปรมปรีดิ์ในความรอดของพระองค์” (สดุดี 13:5) ชนชาติอิสราเอลผู้ใช้ชีวิตเป็นเชลยในต่างแดนต่างรู้จักทั้งความโหยหาและความสิ้นหวัง “กระดูกของเราแห้ง และความหวังของเราก็สิ้นไป” (เอเสเคียล 37:11) พระเจ้าทรงระบายลมปราณแห่งชีวิตและความชื่นชมยินดีลงไปในกระดูกแห้งเหล่านั้นและทรงนำประชากรของพระองค์กลับบ้าน สาวกของพระเยซูรู้จักความชื่นชมยินดีในการสถิตอยู่ขององค์พระผู้เป็นเจ้าของเขาเพียงเพื่อจะพบกับความโศกเศร้าและความหวังที่รอคอยหลังจากการสิ้นพระชนม์และการฝังพระศพของพระองค์ สาวกสองคนที่กำลังเดินทางไปเมืองเอมมาอูสพูดถึงความโหยหานั้นว่า “แต่เราทั้งหลายได้หวังใจว่าจะเป็นท่านผู้นั้นที่จะไถ่ชนชาติอิสราเอล” (ลูกา 24:21)

พระเจ้าทรงทราบดีที่สุดว่าจะประทานสิ่งที่เขาและเราเฝ้าปรารถนาและหวังไว้ด้วยวิธีใด พระองค์ทรงทำให้พระบุตรของพระองค์ผู้ถูกตรึงเป็นขึ้นมาจากความตาย พระเยซูทรงร่วมเดินทางไปกับสาวกเหล่านั้นและการสถิตอยู่ของพระองค์ ความสงสัยและความสิ้นหวังของเขาถูกเปลี่ยนเป็นความยินดีอย่างอัศจรรย์และความต้องการที่จะแบ่งปันข่าวดี พระผู้ช่วยให้รอดของเราผู้ถูกตรึงและคืนพระชนม์ทรงทราบถึงความหวังและความปรารถนาที่หลอกหลอนเรา พระองค์ทรงเดินเคียงข้างเราทั้งในวันแห่งความสุขและวันแห่งความทุกข์ เราสามารถวางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงทราบว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเรา พระเยซูทรงมีชัยเหนือซาตานและทรงลบล้างโทษทัณฑ์แห่งความตายที่คุกคามเพื่อทำลายล้างความหวังให้สิ้นลงโดยการสิ้นพระชนม์และการคืนพระชนม์ของพระองค์ เราวางใจในพระเจ้าสำหรับความรอดอันเป็นนิรันดร์ของเราผ่านทางของประทานแห่งพระคุณของพระองค์ เราสามารถวางใจพระองค์ในสิ่งสารพัดด้วยเช่นกัน “จงมอบทางของท่านไว้กับพระเจ้า วางใจในพระองค์ และพระองค์จะทรงกระทำให้สำเร็จ พระองค์จะทรงให้ความยุติธรรมแก่ท่านกระจ่างอย่างความสว่างและให้สิทธิของท่านแจ้งอย่างเที่ยงวัน” (สดุดี 37:5-6)

เราอธิษฐาน: พระบิดาแห่งฟ้าสวรรค์ เมื่อความโศกเศร้าสร้างปัญหาให้กับข้าพระองค์ โปรดนำข้าพระองค์ไปพบความหวังในพระสัญญาแห่งพระคำของพระองค์ อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. คุณจำได้หรือไม่ว่าตอนไหนที่พระเจ้าทรงอยู่กับคุณในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตคุณ
  2. อาจเป็นการยากที่จะมอบทางของเราไว้กับพระเจ้าเมื่อทุกสิ่งเลวร้ายลง ข้อพระคัมภีร์อย่างมัทธิว 6:25, โรม 8:31-32, และฟีลิปปี 4:19 เสริมกำลังให้เราบากบั่นต่อไปอย่างไรบ้าง
  3. คุณสามารถอยู่เคียงข้างกับใครบางคนในยามที่สิ่งต่าง ๆ กำลังสร้างปัญหาให้กับเขาด้วยวิธีใด

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.