เลวีนิติ 19:1-2, 15-18 – พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “จงกล่าวแก่ชุมนุมชนอิสราเอลว่า เจ้าทั้งหลายต้องบริสุทธิ์ เพราะเราพระเยโฮวาห์พระเจ้าของเจ้าเป็นผู้บริสุทธิ์ … เจ้าอย่าพิพากษาด้วยความอยุติธรรม เจ้าอย่าลำเอียงเข้าข้างคนจนหรือเห็นแก่หน้าผู้เป็นใหญ่ แต่เจ้าจงพิพากษาเพื่อนบ้านของเจ้าด้วยความชอบธรรม อย่าเทียวขึ้นเทียวล่องคอยส่อเสียดท่ามกลางชนชาติของตน และอย่าปองร้ายต่อชีวิตของเพื่อนบ้าน เราคือพระเจ้า อย่าเกลียดชังพี่น้องของเจ้าอยู่ในใจ แต่เจ้าจงตักเตือนเพื่อนบ้านของเจ้า เพื่อเจ้าจะไม่ต้องรับโทษเพราะเขา เจ้าอย่าแก้แค้นหรือผูกพยาบาทลูกหลานญาติพี่น้องของเจ้า แต่เจ้าจงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง เราคือพระเจ้า”
นานมาแล้ว สมัยที่ข้าพเจ้ายังเป็นเด็กเล็ก ๆ ข้าพเจ้าเคยเชื่อในคำกล่าวที่ว่า “ไม้และก้อนหินอาจทำให้กระดูกข้าพเจ้าหักได้ แต่ถ้อยคำร้าย ๆ จะไม่มีวันทำร้ายข้าพเจ้าได้เลย” ข้าพเจ้าคิดเข้าข้างตัวเองว่า “เดี๋ยวผู้คนก็จะรู้จักข้าพเจ้า แล้วถ้ามีใครมาพูดโกหกใส่ร้ายข้าพเจ้า พวกเขาก็จะรู้ทันทีว่าเรื่องเหล่านั้นไม่มีทางเป็นความจริง และคำโกหกพวกนั้นก็จะไม่ส่งผลร้ายอะไรต่อข้าพเจ้า” (ใช่แล้ว… ตอนนั้นข้าพเจ้ายังเด็กมาก!)
พระเจ้าทรงรู้ดีกว่า ปัญหาคือ มนุษย์เราไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น เรามีนิสัยแย่ ๆ ที่มักจะหลงเชื่อคำพูดของคนอื่นอย่างหน้ามืดตามัว ทั้งที่คนเหล่านั้นขึ้นชื่อว่าเป็นคนโกหกหลอกลวง และแม้กระทั่งคนที่ถูกกล่าวหาด้วยเรื่องโกหกนั้นไม่เคยแสดงท่าทีอื่นใดต่อเราเลยนอกจากความเมตตาและความดีงามก็ตาม
สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีกเมื่อการนินทาว่าร้ายกลายเป็นเหมือนกีฬาสำหรับบางคน พวกเขาได้รับความเพลิดเพลินจากการพูดจาว่าร้ายผู้อื่น หรือที่แย่ไปกว่านั้นคือ การใช้อำนาจที่มีอยู่เพื่อทำลายชีวิตของคนอื่น ด้วยเหตุนี้ พระเจ้าจึงทรงถือว่าถ้อยคำทั้งหลายที่เราพูดออกไปอย่างขาดความยั้งคิดหรือด้วยเจตนาร้ายเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง
ในช่วงวัยหนุ่มสาว ข้าพเจ้าเรียนรู้จากประสบการณ์อันเจ็บปวดว่า คำพูดสามารถสร้างความเสียหายได้มากเพียงใด แต่ในขณะเดียวกัน ข้าพเจ้าก็ตระหนักว่า มีบุคคลเพียงผู้เดียวที่จะไม่มีวันทำร้ายข้าพเจ้าด้วยถ้อยคำที่พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าหรือตรัสถึงข้าพเจ้าเลย นั่นคือ พระเยซู พระผู้ช่วยให้รอดของข้าพเจ้า พระนามหนึ่งของพระองค์คือ “พระวาทะของพระเจ้า” และพระวาทะนั้นนำมาซึ่งชีวิต มิใช่ความตาย
พระเยซูทรงเป็นผู้ที่ตรัสกับเราว่า “บาปของเจ้าได้รับการอภัยแล้ว” แม้กระทั่งบาปที่เกิดจากคำพูดของเรา และพระองค์ทรงยืนยันคำตรัสนั้นด้วยพระวรกายและพระชนม์ชีพของพระองค์เอง ซึ่งทรงสละเพื่อเราบนไม้กางเขน และเมื่อพระเยซูทรงคืนพระชนม์ พระองค์เสด็จมาหาประชากรของพระองค์และตรัสว่า “สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลาย” เพราะบัดนี้เราไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวการพิพากษาของพระเจ้าอีกต่อไป เมื่อพระเจ้าพระบิดาทรงมองมายังเรา พระองค์ทรงเรียกเราว่า “ลูก” และพระเยซูตรัสกับเราว่า “อย่ากลัวเลย เพราะเราได้ไถ่เจ้าแล้ว เราได้เรียกเจ้าตามชื่อ เจ้าเป็นของเรา… เพราะเจ้าประเสริฐในสายตาของเรา และได้รับเกียรติและเรารักเจ้า” (อิสยาห์ 43:1ข, 4ก)
เราอธิษฐาน: ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงทราบถึงบาปที่เกิดจากลิ้นของข้าพระองค์ ขอทรงโปรดอภัยและบันดาลให้ถ้อยคำของข้าพระองค์เป็นเช่นเดียวกับของพระองค์ด้วยเถิด อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- คุณจะใช้คำพูดของคุณเพื่อนำพระพรมาสู่ผู้อื่นได้อย่างไร
- จงเล่าเหตุการณ์ที่คุณได้รับความช่วยเหลือจากคำพูดของใครบางคน
- ถ้อยคำที่ดีที่สุดที่พระเยซูตรัสกับคุณคืออะไร
© : Lutheran Hour Ministries

