1 เธสะโลนิกา 2:1-2ก, 5-6ก, 7-13 – ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ท่านเองก็ทราบว่า การที่เรามาเยี่ยมท่านนั้นไม่ไร้ประโยชน์เลย ถึงแม้ว่าเราต้องทนการยากลำบาก และได้รับการอัปยศต่าง ๆ มาแล้วที่เมืองฟีลิปปี ซึ่งท่านก็ทราบอยู่ เราก็ยังมีใจกล้าในพระเจ้าของเรา ที่ได้ประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้าแก่ท่านทั้งหลาย … เพราะว่าเราไม่ได้ใช้คำยกยอใด ๆ เลย ซึ่งท่านก็รู้อยู่ หรือมิได้ใช้คำพูดเคลือบคลุมเพื่อความโลภเลย พระเจ้าทรงเป็นพยานฝ่ายเรา และแม้ในฐานะเป็นอัครทูตของพระคริสต์ เราจะเรียกร้องก็ได้ แต่เราก็ไม่แสวงหาศักดิ์ศรีจากมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นจากท่านหรือจากคนอื่น แต่ว่าเราอยู่ในหมู่พวกท่าน ด้วยความสุภาพอ่อนโยน เหมือนมารดาที่เลี้ยงดูลูกของตน เมื่อเรารักท่านอย่างนี้แล้ว เราก็มีใจพร้อมที่จะเผื่อแผ่เจือจาน มิใช่แต่เพียงข่าวประเสริฐของพระเจ้าเท่านั้น แต่อุทิศตัวเราให้แก่ท่านด้วย เพราะท่านเป็นที่รักยิ่งของเรา ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย ท่านคงจำได้ถึงการทำงานอันเหน็ดเหนื่อย และความยากลำบากของเรา เมื่อเราประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้าให้ท่านฟัง เราทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อเราจะไม่เป็นภาระแก่ผู้ใดในพวกท่าน ท่านทั้งหลายเป็นพยานฝ่ายเรา และพระเจ้าก็ทรงเป็นพยานด้วยว่าเราได้ประพฤติตัวบริสุทธิ์ เที่ยงธรรม และปราศจากข้อตำหนิในหมู่พวกท่านที่เชื่อ ดังที่ท่านรู้แล้วว่าเราได้เตือนสติหนุนใจและกำชับท่านทุกคนดังบิดากระทำต่อบุตร เพื่อให้ท่านประพฤติอย่างสมควรต่อพระเจ้า ผู้ทรงเรียกท่านให้เข้ามาในแผ่นดิน และพระสิริของพระองค์ เราขอบพระคุณพระเจ้าเสมอ เพราะว่าเมื่อท่านทั้งหลายได้รับพระวจนะของพระเจ้าซึ่งท่านได้ยินจากเรา ท่านไม่ได้รับไว้อย่างเป็นคำของมนุษย์ แต่ได้รับไว้ตามความเป็นจริง คือเป็นพระวจนะของพระเจ้า ซึ่งกำลังทำงานอยู่ภายในท่านทั้งหลายที่เชื่อ
ข้าพเจ้าจำได้ว่ามีอยู่หลายครั้งที่ชายหนุ่มในคริสตจักรเข้ามาหาสามีของข้าพเจ้าแล้วพูดว่า “ผมอยากเป็นศิษยาภิบาลเหมือนอาจารย์ ผมควรทำยังไงเพื่อเริ่มต้นก้าวแรกครับ”
เชาว์จะยิ้มให้พวกเขาแล้วพูดว่า “มากับผมสิ” พวกเขาก็จะเดินตามอาจารย์เข้าไปในห้องน้ำ แล้วอาจารย์ก็ยื่นแปรงขัดโถส้วมให้พลางพูดว่า “มาเริ่มกันเลย เดี๋ยวทำไปพร้อม ๆ กับผมนะ”
นั่นเป็นเรื่องที่น่าตกใจสำหรับพวกเขาบางคน! เขาเห็นเพียงภาพแห่งความสง่างาม เห็นชายคนนั้นยืนอยู่บนธรรมาสน์ในวันอาทิตย์ หรือเห็นผู้คนเข้ามาทักทายเขาตามท้องถนนและในร้านอาหาร แต่เขาไม่เคยเห็นมุมที่ไม่ได้ดูสวยหรูเหล่านั้นเลย ไม่ว่าจะเป็นการล้างห้องน้ำ การให้คำปรึกษาและปลอบโยนผู้คน หรือภาระงานเอกสารที่ไม่จบไม่สิ้น
แต่เรื่องนั้นก็เป็นเรื่องปกติสำหรับผู้นำคริสเตียนเช่นกัน เพราะผู้รับใช้ของพระคริสต์จำเป็นต้องประพฤติตนเยี่ยงพระคริสต์
เปาโลบรรยายถึงท่าทีของตนเองว่า “เพราะว่าเราไม่ได้ใช้คำยกยอใด ๆ เลย … แต่ว่าเราอยู่ในหมู่พวกท่านด้วยความสุภาพอ่อนโยน เหมือนมารดาที่เลี้ยงดูลูกของตน … ดังบิดากระทำต่อบุตร”
เรารู้ว่าพระเยซูทรงปฏิบัติตนอย่างไร พระองค์ทรงล้างเท้าให้เหล่าสาวกและทรงทำอาหารเช้าให้พวกเขา พระองค์ทรงห่วงใยความเป็นอยู่ของพวกเขาอยู่เสมอ และทรงสอนให้พวกเขาปฏิบัติต่อผู้คนที่พระองค์ทรงส่งพวกเขาไปหาด้วยเช่นเดียวกัน และในท้ายที่สุด พระองค์ทรงทนทุกข์ สิ้นพระชนม์ และคืนพระชนม์เพื่อผู้คนที่พระองค์ทรงรัก เพื่อให้เขาได้รับชีวิตใหม่และได้เป็นบุตรของพระเจ้าตลอดไป
บัดนี้ พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเยซูสถิตอยู่ในคริสเตียนทุกคน และทรงหล่อหลอมให้เราเป็นเหมือนพระองค์ ไม่ว่าเราจะปรนนิบัติผู้อื่นด้วยวิธีใดก็ตาม สิ่งที่เราทำล้วนเปี่ยมด้วยความรัก เพราะพระเจ้าทรงรักเราและประทานพระเยซูมาเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเรา
เราอธิษฐาน: ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงใช้ข้าพระองค์ให้ดูแลผู้คนในแบบที่พระองค์ทรงกระทำ ขอบพระคุณที่พระองค์ทรงรักข้าพระองค์ อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- ในบรรดาศิษยาภิบาลและผู้นำคริสเตียนที่คุณเคยรู้จัก ใครที่มีลักษณะเหมือนพระเยซูมากที่สุด
- ทำไมคุณคิดเช่นนั้น
- พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทำงานผ่านทางคุณเพื่อแสดงความรักของพระเยซูแก่ผู้อื่นอย่างไร
© : Lutheran Hour Ministries

