สดุดี 149:4 – เพราะพระเจ้าทรงปรีดีในประชากรของพระองค์ พระองค์ทรงประดับชัยให้แก่คนใจถ่อม
ในบางครั้ง เมื่อเราส่องกระจกหรือนึกถึงความสามารถพิเศษที่เรามี เราอาจมองว่าตนเองนั้นดี (หรือดูดี) อยู่บ้าง แต่เมื่อเราพิจารณาถึงความบาปและการที่เราไม่เชื่อฟังพระบัญญัติของพระเจ้า ภาพที่ปรากฏกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงและเป็นภาพที่ไม่น่าดูเลย ดังที่เรายอมรับในบทสารภาพบาปในพิธีนมัสการว่า “โดยธรรมชาตเราเป็นคนบาปและไม่สะอาด” และเราทำบาปต่อพระเจ้า “ทั้งทางความคิด วาจา และการกระทำ” แม้เราอยากหลอกตัวเองว่าเราเชื่อฟังพระเจ้าได้ดีพอสมควร แต่พระบัญญัติของพระองค์ไม่เปิดช่องให้เราหลีกเลี่ยงหรือหาข้อแก้ตัวได้เลย “เพราะว่าผู้ใดรักษาธรรมบัญญัติได้ทั้งหมด แต่ผิดอยู่ข้อเดียว ผู้นั้นก็เป็นผู้ผิดธรรมบัญญัติทั้งหมด” (ยากอบ 2:10) หรือดังที่พระเยซูตรัสว่า “เหตุฉะนี้ ท่านทั้งหลายจงเป็นคนดีรอบคอบ เหมือนอย่างพระบิดาของท่าน ผู้ทรงสถิตในสวรรค์เป็นผู้ดีรอบคอบ” (มัทธิว 5:48) ภาพสะท้อนของตัวเราที่ปรากฏในกระจกแห่งพระบัญญัติของพระเจ้านั้นเป็นภาพที่ตรงตามความเป็นจริง แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่าภาคภูมิใจสำหรับเราเลย
ถึงแม้เราจะดูไม่น่ารักและไม่น่าเอ็นดูสักเพียงใด ผู้เขียนสดุดีกลับประกาศด้วยความมั่นใจว่า “พระเจ้าทรงปรีดีในประชากรของพระองค์ พระองค์ทรงประดับชัยให้แก่คนใจถ่อม” องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงปีติยินดีในตัวเราเพราะพระองค์ทรงมองดูเราด้วยพระคุณ พระคุณของพระเจ้าคือ ความโปรดปรานที่ประทานแก่คนบาปโดยที่เราไม่สมควรได้รับ เป็นความโปรดปรานที่เราไม่มีวันแสวงหามาได้ด้วยความพยายามของตนเอง พระเจ้าทรงปีติยินดีในตัวเราเพราะพระองค์ทรงรักเรา พระองค์ทรงปีติยินดีในตัวเราเพราะพระองค์ทรงพอพระทัยในพระบุตรของพระองค์ คือ องค์พระเยซูเจ้าของเรา ผู้ซึ่งถูกส่งมาเพื่อไถ่เรา พระเจ้ามิได้ทรงรอคอยให้เราปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น หรือรอให้ภาพลักษณ์ที่ดีกว่าเดิมปรากฏขึ้นในกระจกแห่งธรรมบัญญัติของพระองค์ “แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา” (โรม 5:8)
ด้วยพระคุณ พระเจ้าทรง “ประดับชัยให้แก่คนใจถ่อม” โดยฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณที่ทรงทำงานผ่านทางพระวจนะ พระเจ้าทรงเรียกให้เรายอมจำนนต่อพระองค์และกลับใจใหม่จากบาปทั้งหลาย ในท่าทีแห่งความถ่อมใจและการกลับใจนั้น เรายอมรับว่าภาพที่สะท้อนให้เห็นในพระธรรมบัญญัติของพระเจ้านั้นเป็นความจริงแท้ และด้วยการทรงงานของพระวิญญาณ เรายังได้ยินข่าวประเสริฐอันเปี่ยมด้วยการหนุนใจ พระเจ้าทรงเป็นความรัก พระองค์ทรงปีติยินดีในตัวเรา ด้วยความรักและพระคุณ พระเจ้าทรงส่งพระบุตรของพระองค์มาเพื่อแบกรับบาปของเราไว้ในพระกายบนไม้กางเขน พระเยซูทรงรับเอาภาระอันหนักอึ้งและน่ารังเกียจแห่งบาปของเราไว้กับพระองค์เอง และโดยความเชื่อในพระองค์ บาปของเราจึงได้รับการอภัย เรายืนอยู่เบื้องพระพักตร์พระเจ้าโดยได้รับการประดับประดาด้วยความรอด สวมใส่ความชอบธรรมอันสว่างไสวของพระผู้ช่วยให้รอดผู้ทรงถูกตรึงกางเขนและทรงคืนพระชนม์ ความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อเราและความปีติยินดีที่พระองค์ทรงมีในตัวเรานั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราเป็นใครหรือเราได้กระทำสิ่งใดมาบ้าง แต่ขึ้นอยู่กับว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ใด และสิ่งที่พระองค์ทรงกระทำเพื่อเราในพระเยซูคริสต์ต่างหาก
เราอธิษฐาน: ขอพระวิญญาณของพระเจ้าทรงนำทางข้าพระองค์ เพื่อให้ความคิด คำพูด และการกระทำของข้าพระองค์สะท้อนถึงความรักของพระเยซู อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- คุณนึกถึงวันเวลาที่รู้สึกว่าตนเองได้ติดตามพระเจ้าอย่างใกล้ชิดและเชื่อฟังพระองค์อย่างเต็มที่ได้หรือไม่ ในวันเหล่านั้น คุณทำสิ่งใดที่แตกต่างไปจากวันปกติทั่วไปบ้าง
- ช่วยขยายความเพิ่มเติมได้ไหมว่า การที่พระเจ้าทรงใช้พระคุณของพระองค์เพื่อ “ทรงประดับชัยให้แก่คนใจถ่อม” นั้นหมายความว่าอย่างไร
- ของประทานจากพระเจ้านี้มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของคุณอย่างไรบ้าง
© : Lutheran Hour Ministries

