ธรรมชีวิตประจำวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2026 “ความโล่งใจ”

โรม 3:23–24 – เพราะว่าทุกคนทำบาปและเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า แต่พระเจ้าทรงพระกรุณาให้เขาเป็นผู้ชอบธรรมโดยไม่คิดมูลค่า โดยที่พระเยซูคริสต์ทรงไถ่เขาให้พ้นบาปแล้ว

เศษไม้ชิ้นเล็ก ๆ ฝังลึกอยู่ใต้เล็บนิ้วหัวแม่มือขวาของผู้ป่วย เขาพยายามจัดการกับปัญหานี้ด้วยตัวเองอยู่สามวัน จนกระทั่งความเจ็บปวดที่เต้นตุบ ๆ และการติดเชื้อที่ลุกลามทำให้เขาต้องมาพบแพทย์ แพทย์อธิบายว่าจำเป็นต้องฉีดยาชาเฉพาะที่สามเข็มเพื่อระงับความรู้สึกบริเวณนิ้วที่ติดเชื้อนั้น “นั่นจะเป็นช่วงที่เจ็บที่สุดครับ” แพทย์กล่าว “หลังจากนั้น คุณจะรู้สึกเพียงแรงกดตอนที่ผมใช้คีมค่อย ๆ แซะเข้าไปใต้เล็บเพื่อดึงเศษไม้ออกมา แล้วจากนั้นคุณก็จะรู้สึกโล่งสบายขึ้นครับ”

“ความโล่งใจ” เป็นความรู้สึกที่คุณต่างก็รู้จัก เช่น เมื่อความช่วยเหลือมาถึง เมื่อสถานการณ์ที่เคยบีบคั้นกลับกลายเป็นความผ่อนคลาย หรือเมื่อชิ้นส่วนปริศนาทั้งหมดวางลงถูกที่ถูกทาง หรือเมื่อความกดดันหายไป และคุณก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เราทุกคนต่างแสวงหาความโล่งใจในรูปแบบที่แตกต่างกันไป วิธีทั่วไปสองประการที่ผู้คนมักใช้เพื่อแสวงหาความโล่งใจคือ การมีความรู้ที่ถูกต้องและการลงมือทำในสิ่งที่ถูกต้อง เรามักบอกตัวเองว่าหากเรารู้ในสิ่งที่ควรรู้และลงมือทำในสิ่งที่ควรทำ เราก็จะพบกับความโล่งใจ แต่ความโล่งใจเช่นนี้กลับเป็นเพียงสิ่งชั่วคราว เพราะยิ่งคุณรู้มากเท่าไร คุณก็จะยิ่งรู้ว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่คุณยังไม่รู้ และยิ่งคุณลงมือทำมากเท่าไร คุณก็จะยิ่งเห็นว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ

มาร์ติน ลูเธอร์ ผู้นำคริสต์ศาสนาในช่วงปลายยุคกลางเคยเผชิญกับความหงุดหงิดใจจากความโล่งใจที่อยู่เพียงชั่วครู่ ลูเธอร์อุทิศตนตลอดเวลาเพื่อแสวงหาความรู้และการกระทำที่ถูกต้อง แต่สิ่งเหล่านั้นกลับทำให้ท่านรู้สึกแย่ลงกว่าเดิม ในที่สุด จากการอ่านพระคัมภีร์ (ในตอนที่เราอ่านกันในวันนี้จากหนังสือโรม) ลูเธอร์พบกับความโล่งใจที่แท้จริง ซึ่งไม่ได้มาจากความรู้ที่ถูกต้องหรือการกระทำที่ถูกต้อง แต่มาจากความสัมพันธ์ที่ถูกต้อง ผ่านทางความเชื่อและความไว้วางใจดั่งเด็กเล็ก ๆ ที่มีในพระเยซูคริสต์ ต่อสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงกระทำแล้วและทรงสัญญาไว้ผ่านทางพระบุตรของพระองค์

ความโล่งใจนี้มาถึงลูเธอร์ (และมาถึงเราด้วย) ในสองรูปแบบ คือ มาถึงในคราวเดียวและค่อยเป็นค่อยไป ประการแรกคือ การมาในคราวเดียวผ่านข่าวประเสริฐของพระเจ้า ดังที่ปรากฏในข้อความจากหนังสือโรมว่า “พระเจ้าทรงพระกรุณา … โดยไม่คิดมูลค่า” พระคุณของพระเจ้าหรือความโปรดปรานของพระเจ้านี่เองคือ ความโล่งใจที่มาถึงในคราวเดียว ความโปรดปรานของพระเจ้าคือ ความรักที่พระองค์ทรงมีต่อเรา เป็นสิ่งที่ผลักดันให้พระเยซูคริสต์สิ้นพระชนม์และคืนพระชนม์เพื่อเรา ทั้งยังนำพาพระวิญญาณบริสุทธิ์มาสู่เราในปัจจุบัน และจะนำพาเราไปสู่อนาคตในวันที่พระเยซูเสด็จกลับมาเพื่อปลุกเราให้เป็นขึ้นจากความตายและฟื้นฟูทุกสิ่งขึ้นใหม่ ความโปรดปรานของพระเจ้าคือ ความโล่งใจที่รอคอยเรา แม้ในยามที่เรายังคงพยายามจัดการทุกสิ่งด้วยกำลังของตนเองก็ตาม และความโล่งใจนี้มาถึงในคราวเดียว

ในขณะเดียวกัน ความโล่งใจของพระเจ้าก็คือ การเยียวยาจากพระองค์ด้วยเช่นกัน ซึ่งกระบวนการนี้จะค่อยเป็นค่อยไป เพราะเสี้ยนหนามที่ฝังอยู่นั้นจำเป็นต้องถูกดึงออกมา แพทย์ผู้รักษาต้องจูงมือคนไข้ก้าวเดินไปจนตลอดเส้นทาง เปาโลสะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันในกระบวนการนี้ไว้ในส่วนที่เหลือของหนังสือโรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบทที่ 7 ธรรมชาติเดิมของเรายังคงหลอกล่อให้เราเข้าใจผิดว่า เราสามารถจัดการทุกสิ่งได้ด้วยตนเองโดยอาศัยความรู้และการกระทำที่มากขึ้น แต่สิ่งที่เราทราบหรือสิ่งที่เราทำนั้น ไม่เคยทำให้โล่งใจได้เลย ความรู้และการกระทำเป็นของประทานที่พระเจ้าประทานแก่เรา เพื่อให้เราสามารถเป็นตัวแทนของพระองค์ในโลกใบนี้ได้ แต่ก่อนอื่น เราจำเป็นต้องเริ่มเข้าสู่กระบวนการเยียวยาเสียก่อน ซึ่งการเยียวยานี้เริ่มต้นจากการพักสงบอยู่ในความโปรดปรานของพระเจ้า จากนั้นเราจึงจะสามารถค่อย ๆ นำความรู้และการกระทำของเรามาใช้เพื่อเป็นตัวแทนของพระองค์ท่ามกลางโลกที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันและโหยหาความโล่งใจ

เราอธิษฐาน: ขอบพระคุณพระบิดา สำหรับความโล่งใจที่เป็นพระคุณของพระองค์ในพระเยซูคริสต์ อาเมน

คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:

  1. ช่วยยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่คุณรู้สึกโล่งใจมากที่สุดได้ไหม
  2. ความไว้วางใจในพระเยซูแบบเรียบง่ายไร้เดียงสาเหมือนเด็กแตกต่างจากการมีความรู้ทางศาสนาที่ถูกต้องอย่างไร
  3. วันนี้คุณจะใช้ความรู้และการกระทำของคุณเพื่อเป็นตัวแทนของพระเจ้าอย่างไร

© : Lutheran Hour Ministries

Comments are closed.