1 ยอห์น 3:1-3 – จงดูเถิด พระบิดาทรงโปรดประทานความรักแก่เราทั้งหลายเพียงไร ที่เราจะได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระเจ้า และเราก็ได้เป็นเช่นนั้น เหตุที่โลกไม่รู้จักเราทั้งหลาย ก็เพราะเขาไม่รู้จักพระองค์ ท่านที่รักทั้งหลาย บัดนี้เราทั้งหลายเป็นบุตรของพระเจ้า และยังไม่ปรากฏว่าต่อไปเบื้องหน้านั้นเราจะเป็นอย่างไร แต่เรารู้ว่าเมื่อพระองค์จะเสด็จมาปรากฏนั้น เราทั้งหลายจะเป็นเหมือนพระองค์ เพราะว่าเราจะเห็นพระองค์อย่างที่พระองค์ทรงเป็นอยู่นั้น และทุกคนที่มีความหวังอย่างนี้ก็ชำระตนให้บริสุทธิ์ดังที่พระองค์ทรงบริสุทธิ์
ปกติแล้วในครอบครัวของเรา สามีจะเป็นคนตื่นนอนก่อนและนำกาแฟมาดื่มด้วยกันถึงเตียงนอน ซึ่งเป็นนิสัยที่แสดงถึงความใส่ใจและความรักที่เขาซึมซับมาจากพ่อตาของเขานั่นเอง ช่างน่ารักจริงๆ! กาแฟแก้วนั้นช่วยให้ข้าพเจ้าลืมตาตื่นและปลุกสมองให้พร้อมทำงาน ก่อนที่จะต้องไปรับมือกับภารกิจต่าง ๆ ในแต่ละวัน แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วสามีไม่อยู่เพราะเดินทางไปเยี่ยมญาติ ข้าพเจ้าจึงประหลาดใจมากที่ได้กลิ่นกาแฟและลืมตาขึ้นมาพบว่าลูกชายมารับหน้าที่แทนพ่อของเขา! ลูกไม้ช่างหล่นไม่ไกลต้น
ในครอบครัวที่มีความสัมพันธ์ที่ดี เรามักจะมองหาและชื่นชมความละม้ายคล้ายคลึงกันเหล่านั้นด้วยความสุขใจ “ดูสิ” เรามักพูดเมื่อเห็นทารกแรกเกิด “หนูหน้าเหมือนแม่ไม่มีผิดเลย!” “ฉันว่าไม่นะ” อีกคนอาจแย้งขึ้นมา “ดวงตาคู่นั้นน่ะ เหมือนคุณปู่ของแกชัด ๆ” แม้แต่ในกรณีที่สมาชิกในครอบครัวไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน พวกเขาก็มักจะซึมซับนิสัยหรือความสนใจบางอย่างที่ทำให้ใครต่อใครต่างพูดว่า “ฉันรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องเป็นคนของคุณ!”
แล้วครอบครัวของพระเจ้าล่ะเป็นอย่างไร เราเองก็มีลักษณะเหมือนพระบิดาเช่นกัน เพราะพระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระองค์ทรงนำเราเข้ามาสู่ครอบครัวนี้ด้วยการทนทุกข์ การสิ้นพระชนม์ และการคืนพระชนม์ของพระองค์ เราผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นศัตรูของพระเจ้า บัดนี้ได้กลายเป็นบุตรที่พระองค์ทรงรัก ทั้งหมดนี้เป็นเพราะของประทานแห่งความรักของพระเยซู
และเมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์สถิตอยู่ภายในเรา เราก็เริ่มแสดงลักษณะที่สะท้อนความเป็นครอบครัวเดียวกันออกมาอย่างแท้จริง สิ่งนี้เป็นของประทานจากพระเจ้าด้วยเช่นกัน! เมื่อเวลาผ่านไปและพระวิญญาณทรงหล่อหลอมเราอย่างต่อเนื่อง เราก็จะมีลักษณะเหมือนพระเยซูมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ เราเรียนรู้ที่จะรักด้วยความอดทน ให้อภัยผู้ที่ทำร้ายเรา คิดก่อนพูด และแสดงความรักต่อผู้อื่นด้วยการกระทำที่ช่วยให้ชีวิตของพวกเขาดีขึ้น หรือแม้กระทั่งช่วยให้พวกเขามีชีวิตรอดอยู่ได้ และผู้ที่สังเกตเห็นอาจจะพูดว่า “อ๋อ! ฉันรู้อยู่แล้วว่าคุณเป็นคริสเตียนเพราะคุณทำเหมือนพระเยซูเลย!”
เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น เราต่างรู้สึกถ่อมใจลง เราตระหนักดีถึงการต่อสู้กับบาปที่ยังคงดำเนินอยู่ และรู้ว่าเรายังต้องก้าวเดินอีกไกลเพียงใดกว่าจะไปถึงจุดที่เราปรารถนาจะเป็น แต่พระเจ้าทรงให้อภัยเราทุกวัน ทั้งยังทรงอยู่กับเราและในตัวเรา อีกทั้งในวันที่พระเยซูเสด็จกลับมา เรายึดมั่นในพระสัญญานี้ที่ว่า “เมื่อพระองค์จะเสด็จมาปรากฏนั้น เราทั้งหลายจะเป็นเหมือนพระองค์ เพราะว่าเราจะเห็นพระองค์อย่างที่พระองค์ทรงเป็นอยู่นั้น” (1 ยอห์น 3:2ข) และในระหว่างนี้ พระองค์ยังคงให้อภัย ชำระล้าง และรักเราอยู่เสมอ เราต่างเฝ้ารอคอยที่จะได้พบพระองค์แบบเห็นหน้า
เราอธิษฐาน: ข้าแต่พระวิญญาณบริสุทธิ์ ขอทรงทำให้ข้าพระองค์เป็นเหมือนพระเยซูมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- คุณรู้จักใครบ้างที่มีวิถีชีวิตคล้ายพระเยซูมากที่สุด ทำไมคุณคิดเช่นนั้น ช่วยเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคนคนนั้นให้ฟังหน่อย
- หากเราอยากเป็นเหมือนใครสักคน การได้ใช้เวลาร่วมกับคนคนนั้นย่อมช่วยได้มาก คุณใช้เวลาร่วมกับพระเยซูได้อย่างไรบ้าง
- คุณสามารถทำให้ตัวเองเป็นเหมือนพระเยซูได้ด้วยการพยายามอย่างสุดความสามารถเพียงลำพังหรือไม่ หากไม่ได้ คุณกำลังวางใจให้ใครเป็นผู้กระทำสิ่งนั้นในตัวคุณ
© : Lutheran Hour Ministries

