อาโมส 5:18-24 – วิบัติแก่เจ้าผู้ปรารถนาวันแห่งพระเจ้า วันแห่งพระเจ้าจะเป็นประโยชน์อะไรแก่เจ้าเล่า วันนั้นเป็นความมืด ไม่ใช่เป็นความสว่าง อย่างกับคนหนีสิงห์ไปปะหมี หรือเหมือนคนเข้าไปในเรือน เอามือเท้าฝาผนังและงูก็กัดเอา วันแห่งพระเจ้าเป็นความมืด ไม่ใช่ความสว่าง เป็นความมืดคลุ้มไม่มีความแจ่มใสเลย “เราเกลียดชัง เราดูหมิ่นบรรดาวันเทศกาลของเจ้า และไม่ชอบในการประชุมตามเทศกาลของเจ้าเลย แม้ว่าเจ้าถวายเครื่องเผาบูชาและธัญญบูชาแก่เรา เราก็ไม่ยอมรับสิ่งเหล่านั้น และศานติบูชาด้วยสัตว์อ้วนพีของเจ้านั้น เราจะไม่มองดู จงนำเสียงเพลงของเจ้าไปเสียจากเรา เราจะไม่ฟังเสียงพิณใหญ่ของเจ้า แต่จงให้ความยุติธรรมหลั่งไหลลงอย่างน้ำ และให้ความชอบธรรมเป็นอย่างลำธารที่ไหลอยู่เป็นนิตย์”
ในฐานะผู้เชื่อ เราคุ้นเคยกับการมองว่าการเสด็จกลับมาของพระเยซูเป็นสิ่งที่ดี เป็นวันแห่งความชื่นชมยินดีและการเฉลิมฉลอง ซึ่งเป็นวันที่พระเจ้าจะทรงแก้ไขทุกสิ่งให้กลับมาถูกต้องดังเดิม แล้วเหตุใดพระเจ้าจึงตรัสว่า “วันแห่งพระเจ้า” เป็นความมืดและความมืดมิด ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัว
ข้าพเจ้าลองค้นดูในหนังสือของผู้พยากรณ์อาโมสเพื่อดูว่าท่านกำลังพูดกับใคร แล้วทุกอย่างก็กระจ่างขึ้น เพราะอาโมสกำลังพูดกับกลุ่มคนที่ถือว่าตนเองเป็นผู้เชื่อ พวกเขาไปนมัสการและนำเครื่องบูชามาถวายแด่พระเจ้า แต่ชีวิตในด้านอื่น ๆ ของเขากลับไม่ได้สอดคล้องกับสิ่งนั้นเลย เขาเอาเปรียบเพื่อนบ้านและซ้ำเติมคนยากจน เขาทำธุรกิจในรูปแบบที่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น แต่กลับทำให้ตนเองร่ำรวยขึ้น เขาจึงคิดไปเองว่าทุกอย่างคงไม่มีปัญหาอะไร ข้าพเจ้าหมายความว่าเมื่อคุณมีชีวิตความเป็นอยู่ที่สุขสบาย นั่นก็หมายความว่าพระเจ้ากำลังอวยพรอยู่ใช่หรือไม่
อาโมสกล่าวว่า “ไม่ใช่” พระเจ้าทรงใส่พระทัยว่าเงินนั้นมีที่มาอย่างไร และเราปฏิบัติต่อคนยากจนอย่างเหมาะสมหรือไม่ พระองค์ทรงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากเสียจนยอมให้เราเลิกนมัสการไปเลยดีกว่าจะดำเนินชีวิตที่เป็นคริสเตียนเฉพาะในวันอาทิตย์ แต่กลับทำตัวตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงในวันจันทร์ถึงวันเสาร์
เพราะเราอยู่ในโลกที่ความดีและความชั่วปะปนกันจนแยกไม่ออก เราจึงต้องคิดให้หนักว่าสิ่งของที่เรามีมาจากไหน หากเราซื้อของเล่นอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นใหม่ เรากำลังทำร้ายเด็ก ๆ ที่ต้องลงไปขุดแร่เพื่อนำมาผลิตของชิ้นนั้นอยู่หรือเปล่า แล้วเสื้อผ้าที่เราซื้อล่ะ ใครเป็นคนผลิต และผลิตภายใต้เงื่อนไขแบบไหนถึงมีราคาถูกเหลือเกินสำหรับเรา
อิสราเอลไม่อยากรับฟังเรื่องนี้ และบางทีเราเองก็อาจไม่อยากรับฟังเช่นกัน แต่คนเหล่านี้มีความสำคัญต่อพระเจ้าเช่นเดียวกับเรา พระเยซูทรงทนทุกข์ สิ้นพระชนม์ และคืนพระชนม์เพื่อพวกเขาและเพื่อเราทั้งหลาย
วันของพระเจ้ามีไว้เพื่อเป็นพร ไม่ใช่คำสาปแช่ง และเนื่องจากพระเยซูทรงสละพระองค์เองเพื่อเราและเพื่อมนุษย์ทุกคน พระเจ้าจึงทรงให้อภัยเราสำหรับความเสียหายทั้งปวงที่เราก่อขึ้น พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสร้างหัวใจของเราขึ้นใหม่ในทุก ๆ วัน เพื่อให้เรารักผู้อื่นได้เช่นเดียวกับที่พระเยซูทรงรัก พระองค์ทรงนำทางเราในยามที่เราพยายามเรียนรู้และตัดสินใจในสิ่งที่ดี และในขณะที่เราเฝ้ารอวันแห่งพระเจ้า เราก็แสวงหาวิธีที่จะแสดงความรักต่อเพื่อนมนุษย์ ทั้งที่อยู่ใกล้และอยู่ไกล
เราอธิษฐาน: ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงทราบดีว่าการประพฤติตนให้ถูกต้องในโลกที่แตกสลายใบนี้เป็นเรื่องยากเพียงใด ขอทรงให้อภัยแก่เรา และขอทรงดำเนินชีวิตผ่านเรา เพื่อที่เราจะสามารถเป็นพรแก่ผู้อื่นได้ อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- หากใครสักคนร่ำรวย นั่นหมายความว่าพระเจ้าพอพระทัยในตัวเขาและกำลังประทานพรแก่เขาอยู่ใช่หรือไม่
- เราจะทราบได้อย่างไรว่าสิ่งของที่เราซื้อมานั้นก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้ที่ผลิตมันขึ้นมา
- การประพฤติตนให้ถูกต้องในโลกที่ซับซ้อนเช่นนี้เป็นเรื่องยาก พระเยซูทรงมีความรู้สึกอย่างไรต่อเราผู้ซึ่งติดอยู่ในวังวนนี้ และทรงรู้สึกอย่างไรกับผู้คนที่ได้รับความเดือดร้อนเหล่านั้น
© : Lutheran Hour Ministries

