“ความหวังและความคาดหวังของเรา/ โอ้ พระเยซู ขอทรงปรากฏในเวลานี้/ ขอทรงโปรดอุบัติขึ้นเถิด โอ้ ดวงอาทิตย์อันเป็นที่ปรารถนา/ เหนือดินแดนอันมืดมนแห่งนี้/ ด้วยหัวใจและสองมือที่ชูขึ้น/ เหล่าข้าฯ ทูลอ้อนวอน โอ้ องค์พระผู้เป็นเจ้า เพื่อให้ได้เห็น/ วันแห่งการไถ่กู้โลกใบนี้/ ที่เป็นวันปลดปล่อยประชากรของพระองค์ให้เป็นไทย”
ความหวังและความคาดหวังเหมือนกันหรือเปล่า เราอาจจะหวังในบางสิ่งบางอย่าง แต่เราคาดหวังให้ความหวังนั้นเป็นจริงเสมอไปหรือไม่ ในช่วงที่เกิดภัยแล้ง เราอาจจะหวังและภาวนาให้ฝนตกอย่างจริงจัง แต่ในช่วงวันอันร้อนระอุและแห้งแล้งเหล่านั้น เราก็มักทิ้งร่มไว้ที่บ้านอยู่ดี เราหวังให้ฝนตก แต่เราไม่ได้คาดหวังว่ามันจะตกจริง ๆ ในทำนองเดียวกัน เราอาจจะหวังให้มีวันที่แดดสดใสหลังจากสภาพอากาศที่มีลมพายุคะนอง แต่เราคาดหวังอย่างจริงจังถึงขั้นวางแผนที่จะไปปิกนิกเลยหรือเปล่า
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเพื่อนหรือคนในครอบครัวเจ็บป่วย เราย่อมมีความหวังและอธิษฐานเผื่อการรักษา เรารู้ว่าพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ของเราสามารถรักษาได้ แต่ในความเชื่อนั้น เราคาดหวังในหัวใจของเราหรือไม่ว่าเขาจะได้รับการรักษาอย่างแท้จริง ถึงกระนั้น เราก็ฝากตัวเราเองและคนที่เรารักไว้ในพระหัตถ์ของพระเจ้า พระเจ้าจะทรงมอบการรักษาที่เราแสวงหาไม่ว่าจะเป็นในชีวิตนี้หรือในนิรันดร์กาลก็ตามเมื่อพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานและทรงเติมเต็มความหวังของเราตามพระประสงค์อันเปี่ยมด้วยพระคุณของพระองค์ ความหวังและความคาดหวังมาพบกันในพระสัญญาของพระเจ้า พระวจนะและพระสัญญาของพระองค์นั้นมั่นคงและแน่นอน เหมือนที่พระเจ้าตรัสถึงถ้อยคำที่พระองค์ตรัสไว้ว่า “คำของเราซึ่งออกไปจากปากของเราจะไม่กลับมาสู่เราเปล่าแต่จะสัมฤทธิ์ผลซึ่งเรามุ่งหมายไว้และให้สิ่งซึ่งเราใช้ไปทำนั้นจำเริญขึ้นฉันนั้น” (อิสยาห์ 55:11ข)
ในสมัยโบราณ ประชากรของพระเจ้าเฝ้าคอยการเสด็จมาของพระเมสสิยาห์เพื่อปลดปล่อยเขา คนเหล่านั้นคาดหวังการมาถึงของพระองค์เพราะเขาไว้วางใจว่าพระเจ้าจะทรงรักษาพระสัญญาของพระองค์ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม พระเจ้าทรงส่งพระบุตรของพระองค์เข้ามาในโลกซึ่งเป็นการทำให้ความหวังและความคาดหวังของประชากรสำเร็จสมบูรณ์ พระเยซูทรงทนทุกข์ ทรงสิ้นพระชนม์ และทรงคืนพระชนม์เพื่อทำให้เราได้รับการยกโทษบาปของเราและทำให้เรามีความหวังและความคาดหวังเรื่องชีวิตนิรันดร์ด้วยความเชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา แต่เราจะพบความแน่นอนเช่นนั้นได้จากไหน เรามีถ้อยคำของพระเยซูเป็นสิ่งยืนยันที่ว่า “ผู้ที่วางใจในพระบุตรก็มีชีวิตนิรันดร์” (ยอห์น 3:36ก) เรามีความหวังและความคาดหวังถึงการสถิตอยู่ด้วยของพระองค์ในพระกายและพระโลหิตของพระองค์ในพิธีมหาสนิท เรามีถ้อยคำของพระองค์ยืนยันในเรื่องนั้นด้วยเช่นกันว่า “นี่เป็นกายของเรา… นี่เป็นโลหิตของเรา อันเป็นโลหิตแห่งพันธสัญญา” (มัทธิว 26:26ข, 28ก) เรามีความหวังและความคาดหวังถึงการสถิตอยู่กับเราเสมอในชีวิตของเราเพราะพระองค์ทรงสัญญาว่าจะอยู่กับเราเสมอไป เรามีความหวังและความคาดหวังว่าพระเยซูจะเสด็จกลับมาตามที่พระองค์ทรงสัญญาไว้ ในบทเพลงของเรา เราอธิษฐานขอให้ดวงอาทิตย์ (ซึ่งเป็นพระบุตรของพระเจ้า) อุบัติขึ้นเหนือ “ดินแดนอันมืดมน” ของโลกนี้ สิ่งทรงสร้างทั้งมวลต่างมีความหวังและเฝ้ารอคอยวันแห่งการทรงไถ่พร้อมกับเราเมื่อพระเยซูเสด็จกลับมา พระเยซูทรงเป็น “ความหวังและความคาดหวังของเรา” และพระองค์กำลังจะเสด็จมาในไม่ช้าเพื่อปลดปล่อยเราให้เป็นไท
เราอธิษฐาน: พระเยซู ประชากรของพระองค์เฝ้ารอคอยการเสด็จกลับมาของพระองค์ เสด็จมาเถิดและปลดปล่อยข้าพระองค์ทั้งหลายให้เป็นไท อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- การพึ่งพิงพระเจ้าของเราจะถูกทำให้แข็งแกร่งได้หรือไม่แม้ในเวลาที่คำอธิษฐานที่เราคาดหวังผลลัพธ์จะไม่มีคำตอบ
- เมื่อพระเจ้าตรัสว่าถ้อยคำของพระองค์จะไม่กลับมาหาพระองค์โดยว่างเปล่า คุณคิดว่าคำตรัสนี้หมายถึงอะไร
- คุณได้รับการหนุนใจในความหวังและความคาดหวังที่คุณมีในพระเยซูด้วยวิธีใด แม้ในเวลาที่สิ่งต่าง ๆ กำลังเลวร้ายลง
© : Lutheran Hour Ministries

