ธรรมชีวิตประจำวันพุธที่ 1 เมษายน 2026 “สำเร็จแล้ว”

ยอห์น 19:30 – เมื่อพระเยซูทรงรับน้ำส้มองุ่นแล้ว พระองค์ตรัสว่า “สำเร็จแล้ว” และทรงก้มพระเศียรลงสิ้นพระชนม์ อะไรที่สำเร็จแล้ว ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ ความทุกข์ทรมานของพระเยซูได้จบสิ้นลงแล้ว เพราะพระองค์ทรงมอบพระวิญญาณของพระองค์แด่พระเจ้าและสิ้นพระชนม์ แต่ข้าพเจ้าคิดว่าพระองค์ทรงหมายถึงมากกว่านั้น พระเยซูทรงทำภารกิจทั้งหมดในชีวิตของพระองค์เสร็จสิ้นแล้ว ทุกสิ่งที่พระองค์เสด็จมาในโลกนี้เพื่อทรงทำไม่ว่าจะเป็นการปฏิสนธิและการประสูติในฐานะทารกมนุษย์ ช่วงเวลาหลายปีที่ทรงเติบโตในครอบครัวธรรมดาๆ จากนั้นก็การปฏิบัติศาสนกิจ งานหนักทั้งหมดในการสอน การรักษาโรค และการดูแลผู้คนที่เหมือนแกะที่ไม่มีผู้เลี้ยง และหลายปีของการฝึกฝนเหล่าสาวกที่ยังคงเข้าใจผิด ผู้ที่จะกลายเป็นรากฐานของคริสตจักร ผู้รับผิดชอบในการนำข่าวสารของพระเยซูพระผู้ช่วยให้รอดของเราไปสู่ทั่วโลก ทั้งหมดนั้นเสร็จสิ้นแล้วในตอนนี้ แต่ยังมีมากกว่านั้นอีก เพราะพระเจ้าทรงเห็นช่วงเวลานี้ก่อนที่พระองค์จะทรงสร้างโลกและมนุษย์ ก่อนที่เราจะตกอยู่ในบาป และพระองค์ก็ยังทรงเลือกที่จะกระทำสิ่งนี้ด้วยความรัก ผ่านทางอับราฮัม อิสอัค และยาโคบ…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันอังคารที่ 31 มีนาคม 2026 “น้ำส้มองุ่น”

ยอห์น 19:28-30ก – หลังจากนั้น พระเยซูทรงทราบว่าทุกสิ่งสำเร็จแล้ว เพื่อให้เป็นจริงตามพระธรรม พระองค์จึงตรัสว่า “เรากระหายน้ำ” มีภาชนะใส่น้ำส้มองุ่นวางอยู่ที่นั่น เขาจึงเอาฟองน้ำชุบน้ำส้มองุ่นใส่ปลายไม้หุสบชูขึ้นให้ถึงพระโอษฐ์ของพระองค์ เมื่อพระเยซูทรงรับน้ำส้มองุ่นแล้ว… ข้าพเจ้าสงสัยเกี่ยวกับน้ำส้มองุ่นที่พวกเขาถวายพระองค์ เพราะเราตีความได้สองทาง ทางแรกคือการเยาะเย้ย เหมือนอย่างที่ปรากฏในสดุดี 69:21 ซึ่งอาจเป็นพระคัมภีร์ที่พระเยซูทรงทำให้สำเร็จ หรือทางที่สองคือ การแสดงความเมตตาเพราะน้ำส้มองุ่นที่ว่านั้นน่าจะเป็นเหล้าปอสกา ซึ่งเป็นเหล้าที่ทหารโรมันดื่ม และรสชาติก็ควรจะเป็นอย่างนั้น พวกเขาแบ่งปันเหล้าของตัวเองให้พระองค์ เพื่อให้พระองค์ทรงรู้สึกสบายขึ้นสักเล็กน้อย ไม่ว่ากรณีใด พระเยซูก็ทรงยอมรับ นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่พระองค์ทรงทำก่อนสิ้นพระชนม์ ทำไม ข้าพเจ้าคิดว่าเชื่อมโยงกับสิ่งที่พระองค์ตรัสหลังจากที่ทรงให้มหาสนิทแก่เหล่าสาวกเป็นครั้งแรก พระองค์ตรัสว่า “เพราะเราบอกท่านทั้งหลายว่า…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม 2026 “ความมืด”

มัทธิว 27:45-46 – แล้วก็บังเกิดมืดมัวทั่วแผ่นดิน ตั้งแต่เวลาเที่ยงวันจนถึงบ่ายสามโมง ครั้นประมาณบ่ายสามโมง พระเยซูทรงร้องเสียงดังว่า “เอลี เอลี ลามาสะบักธานี” แปลว่า “พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ไฉนทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย” ข้าพเจ้าดีใจที่พระเยซูทรงร้องทูลต่อพระเจ้าเช่นนั้นว่า “พระเจ้าของข้าพระองค์ พระเจ้าของข้าพระองค์ ไฉนทรงทอดทิ้งข้าพระองค์เสีย” เพราะข้าพเจ้าคิดว่าพวกเราทุกคนที่ใช้ชีวิตยืนยาวพอ จะต้องผ่านช่วงเวลาที่หัวใจของเราพูดเช่นเดียวกัน เมื่อเราสูญเสียคนที่เรารักไปเพราะความตายหรือความสัมพันธ์ที่แตกหัก เมื่อเราได้รับการวินิจฉัยโรคที่ร้ายแรง เมื่อเราต้องเผชิญกับความชั่วร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดทั้งปี และเราทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ในเวลานั้น เราจึงร้องทูลต่อพระเจ้าในความมืดมิด เพราะเราไม่มีใครอื่นที่จะร้องทูลขอความช่วยเหลือได้ พระเยซูทรงรู้จักความมืดมิดของเรา เพราะพระองค์ทรงเคยอยู่ในความมืดมิดนั้นมาก่อน พระองค์ทรงรู้ว่าการอธิษฐานแล้วไม่ได้รับคำตอบนั้นเป็นอย่างไร…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันอาทิตย์ทางตาลที่ 29 มีนาคม 2026 “ความจริงสุดท้าย”

ลูกา 19:35-36, 37ข-38 – แล้วเขาก็จูงลูกลามาถึงพระเยซู และเอาเสื้อของตนปูลงบนหลังลา และเชิญพระเยซูขึ้นทรงลานั้น เมื่อพระองค์เสด็จไปเขาทั้งหลายก็เอาเสื้อผ้าของตนปูลงตามหนทาง … เหล่าสาวกทุกคนมีความเปรมปรีดิ์ เพราะบรรดามหกิจซึ่งเขาได้เห็นนั้น จึงเริ่มสรรเสริญพระเจ้าเสียงดังว่า “ขอให้ พระมหากษัตริย์ ผู้ที่เสด็จมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพระเจริญ จงมีสันติสุขในสวรรค์ และพระสิริในที่สูงสุด” พระเยซูทรงเสด็จมายังกรุงเยรูซาเล็มเป็นครั้งสุดท้าย และพระองค์ทรงทราบดี พระองค์เคยทรงเสด็จมายังเมืองนี้หลายครั้งแล้ว ทั้งในฐานะทารกแรกเกิดที่ถูกนำมาถวายแด่พระเจ้าในพระวิหาร ในฐานะเด็กชายที่ทำให้ครูประหลาดใจด้วยความเข้าใจของพระองค์ และอีกครั้งเพื่อทรงชำระพระวิหารจากพวกพ่อค้าในลานพระวิหาร แต่ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย และพระองค์ทรงกำลังจะเสด็จมาเพื่อสิ้นพระชนม์ ในครั้งนี้ พระเยซูทรงเสด็จมายังเมืองของพระองค์เองในฐานะกษัตริย์และพระเมสสิยาห์อย่างเปิดเผย พระองค์ทรงยืมลาซึ่งเป็นการทำให้คำพยากรณ์ในเศคาริยาห์บทที่ 9 สำเร็จ…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2026 “ไม่เคยไกลเกินเอื้อม”

ลูกา 23:39-43 – ฝ่ายคนหนึ่งในผู้ร้ายที่ถูกตรึงไว้จึงพูดหยาบช้าต่อพระองค์ว่า “ท่านเป็นพระคริสต์มิใช่หรือ จงช่วยตัวเองกับเราให้รอดเถิด” แต่อีกคนหนึ่งห้ามปรามเขาว่า “เจ้าก็ไม่เกรงกลัวพระเจ้าหรือ เพราะเจ้าเป็นคนถูกโทษเหมือนกัน และเราก็สมกับโทษนั้นจริง เพราะเราได้รับสมกับการที่เราได้กระทำ แต่ท่านผู้นี้หาได้กระทำผิดประการใดไม่” แล้วคนนั้นจึงทูลว่า “พระเยซูเจ้าข้า ขอพระองค์ทรงระลึกถึงข้าพระองค์ เมื่อพระองค์เสด็จเข้าในแผ่นดินของพระองค์” ฝ่ายพระเยซูทรงตอบเขาว่า “เราบอกความจริงแก่เจ้าว่า วันนี้เจ้าจะอยู่กับเราในเมืองบรมสุขเกษม” ข้าพเจ้าสงสัยเกี่ยวกับชายคนนี้ เขาเคยพบกับพระเยซูมาก่อนหรือไม่ ในสมัยที่ทั้งสองยังเป็นอิสระ การพบกันครั้งนั้นได้ปลูกเมล็ดพันธุ์แห่งความเชื่อซึ่งเบ่งบานในขณะที่เขากำลังจะตายหรือไม่ หรือเป็นเพียงสิ่งที่เขาได้เห็นจากพระเยซูขณะที่ทั้งสองถูกตรึงอยู่บนไม้กางเขนเท่านั้นที่ทำให้เขาประทับใจ ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม นั่นก็ได้ผล และทำให้ข้าพเจ้ามีความหวังสำหรับคนที่ข้าพเจ้าห่วงใยในชีวิตของข้าพเจ้าเองคือ คนที่แตกสลาย หลงทาง และดูเหมือนจะไม่มีความสนใจในพระเจ้าเลย…

Continue reading