Category: ธรรมชีวิตประจำวัน

ธรรมชีวิตประจำวันที่ 23 พฤศจิกายน 2020 “ดื่มน้ำตา”

devotion

สดุดี 80:4-7 – ข้าแต่พระเจ้าจอมโยธา พระองค์ทรงกริ้วต่อคำอธิษฐานของชนชาติของพระองค์นานสักเท่าใด พระองค์ได้ทรงเลี้ยงเขาด้วยน้ำตาต่างอาหาร และทรงให้เขาดื่มน้ำตาอย่างเต็มขนาด ทรงกระทำให้พระองค์เป็นที่ดูหมิ่นในหมู่เพื่อนบ้านของข้าพระองค์ และศัตรูของข้าพระองค์หัวเราะกัน ข้าแต่พระเจ้าจอมโยธา ขอทรงช่วยข้าพระองค์ทั้งหลายให้กลับสู่สภาพดี  ขอพระพักตร์ของพระองค์ทอแสง เพื่อข้าพระองค์ทั้งหลายจะรอด ไม่ใช่เรื่องผิดปกติที่ได้ยินว่าผู้เขียนสดุดีร้องขอพระเจ้าให้ตอบคำอธิษฐานส่วนตัวของตน ในพระธรรมสดุดี 39:12ก ผู้เขียนกล่าวว่า “ขอทรงสดับคำอธิษฐานของข้าพระองค์ ขอทรงเงี่ยพระกรรณแก่การร้องทูลของข้าพระองค์” หรือในสดุดี 61:1 เขาร้องว่า “ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงฟังเสียงร้องของข้าพระองค์ ขอทรงสดับคำอธิษฐานของข้าพระองค์” บทสดุดีของวันนี้เป็นคำอ้อนวอนที่แตกต่างออกไป ผู้เขียนร้องขอต่อพระเจ้าไม่ใช่เพื่อตัวเองแต่เขาทำในนามของคนอิสราเอล คนอิสราเอลแทบจมอยู่ในน้ำตาของตน พระเจ้าทรงให้เขาดื่มกินน้ำตา ที่ทำให้แย่หนักไปกว่าเดิมคือศัตรูเยาะเย้ยอิสราเอล หัวเราะเยาะพวกเขาและไม่ต้องสงสัยศัตรูเหล่านั้นดูหมิ่นพระเจ้าผู้ทรงปฏิเสธที่จะฟังคำอธิษฐานจากประชากรของพระองค์ เรารู้ความหมายของการจมน้ำหูน้ำตา อย่างน้อยจากมุมมองของโลกก็ต้องหมายถึงการประสบกับความหวาดกลัว ความป่วยไข้และโศกเศร้าซึ่งพระเจ้าไม่ทรงฟังและพระองค์ทรงให้เรา “ดื่มน้ำตาอย่างเต็มที่” คนที่ไม่เชื่อเยาะเย้ยเมื่อเห็นว่าคำอธิษฐานไร้ผล เขาปฏิเสธการทรงอยู่ด้วยของพระเจ้าผู้ทรงได้ยินและตอบคำอธิษฐาน แต่เราไม่ได้อยู่ตามลำพังกับน้ำตาของเรา ในระหว่างที่ทรงทำพันธกิจในโลกนี้พระเจ้าของเราทรงร้องไห้ด้วยเช่นกัน  พระองค์ทรงร้องไห้ด้วยความรักในมิตรสหายเมื่อลาซารัสเสียชีวิต พระองค์ทรงร้องไห้กับเยรูซาเล็มและความทุกข์ยากที่จะมาถึงเมืองนี้ซึ่งปฏิเสธพระเมสสิยาห์ของตน บนกางเขนพระเยซูทรงร้องต่อพระบิดาของพระองค์ และในขณะที่เราไม่รู้ว่าพระผู้ช่วยให้รอดทรงร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดและเดียวดายหรือไม่ พระองค์ทรงอดทนต่อคำเย้ยหยันของศัตรูเมื่อเขาหัวเราะเยาะในคำอธิษฐานซึ่งไม่ได้รับคำตอบของพระองค์โดยกล่าวว่า “เขาไว้ใจในพระเจ้า ถ้าพระองค์พอพระทัยในเขาก็ให้ทรงช่วยเขาเดี๋ยวนี้เถิด (มัทธิว 27:43ก) เรารู้ว่าคำอธิษฐานของพระเยซูเป็นที่ได้ยินและได้รับคำตอบ “ฝ่ายพระเยซู ขณะเมื่อพระองค์ทรงเป็นมนุษย์อยู่นั้น พระองค์ได้ทรงร้องอธิษฐาน และทูลวิงวอนด้วยน้ำพระเนตรไหล ต่อพระเจ้าผู้ทรงสามารถช่วยพระองค์ให้พ้นจากความตายได้ และพระเจ้าได้ทรงสดับเนื่องด้วยความยำเกรงของพระเยซู” […]

ธรรมชีวิตประจำวันที่ 21 พฤศจิกายน 2020 “นมัสการอย่างถูกต้องในพระนิเวศของพระเจ้า”

devotion

อิสยาห์ 1:12 – “เมื่อเจ้าเข้ามาปรากฏตัวต่อหน้าเรา ใครขอให้พวกเจ้าทำเช่นนี้ในการเหยียบเข้ามาในบริเวณของเรา?” ไม่ใช่เพราะว่าผู้คนในยุคของท่านอิสยาห์ไม่ได้ไปนมัสการที่พระวิหารด้วยกัน คนเหล่านั้นไป บรรยากาศเต็มไปด้วยการเฉลิมฉลอง ลานพระวิหารเต็มไปด้วยฝูงชนที่เบียดเสียดกันและส่งเสียงเอ็ดตะโร ฝูงสัตว์สำหรับการถวายเป็นเครื่องบูชาส่งเสียงร้องอยู่ทั่วไป บรรยากาศเต็มไปด้วยหมอกควันของเครื่องเผาบูชาพร้อมกับกลิ่นเครื่องหอม ผู้นมัสการอยู่ในท่าของการอธิษฐานและแสดงออกถึงความเคร่งครัด สิ่งที่ปรากฏให้เห็นเป็นภาพที่น่าตื่นเต้นและคนหนึ่งอาจคิดว่าผู้เผยพระวจนะคงประทับใจกับภาพของการยกย่องสรรเสริญเหล่านั้น แต่ท่านอิสยาห์ประชดประชันทุกคน เรามีคำพูดของผู้เผยพระวจนะ พระเจ้าทรงอ่อนระอาใจและพระทัยของพระองค์เบื่อหน่ายกับการนมัสการแบบจอมปลอมที่พระองค์ทรงเห็นอยู่ทุกหนแห่งซึ่งรวมถึงในพระนิเวศของพระองค์ด้วย ศาสนาที่ผิวเผินและความเคร่งครัดแบบจอมปลอมไม่มีความหมายอะไรเลย พระองค์ตรัสสิ่งนี้ผ่านทางความคิดของผู้เผยพระวจนะที่ใช้ภาษาซึ่งพวกเราทุกคนเข้าใจ “เมื่อเจ้าเข้ามาปรากฏตัวต่อหน้าเรา ใครขอให้พวกเจ้าทำเช่นนี้ ในการเหยียบเข้ามาในบริเวณของเรา?” ผู้เผยพระวจนะกล่าวว่าความเคร่งครัดยังไม่เพียงพอ จงมีความเชื่อ มีความเชื่อในพระเจ้า พระองค์เป็นที่ไว้วางใจได้ จงฟังสิ่งที่พระองค์ตรัสไว้ว่า “มาเถิด ให้พวกเราสู้ความกัน ถึงบาปของเจ้าเป็นเหมือนสีแดงเข้ม ก็จะขาวอย่างหิมะ ถึงมันจะแดงเหมือนผ้าแดง ก็จะเป็นอย่างขนแกะ” (อิสยาห์ 1:18) พระเจ้ากำลังทรงตรัสกับคุณ พระองค์กำลังทรงตรัสกับผม ไม่ต่างกันหรอกว่าเราจะเป็นใคร พระองค์ทรงมีพระทัยให้กับพวกเราแต่ละคนและพระองค์ทรงตรัสกับเราอย่างชัดเจน คำตรัสที่ชัดเจนที่สุดของพระองค์คือพระวจนะของพระองค์ที่ทรงตรัสกับโลกในพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ พระเยซูทรงเสด็จมา (ด้วยการส่งของพระบิดา) เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของโลก ทุกสิ่งที่พระองค์ทรงเป็นและทุกสิ่งที่พระองค์ทรงทำ พระองค์ทรงกระทำเพื่อเราทั้งหลาย ในสายตาท่านอิสยาห์พระองค์ทรงมีลักษณะของผู้รับใช้ที่ทนทุกข์ ผู้ที่รับความเจ็บปวด และผู้ที่คุ้นเคยกับความทุกข์ยาก พระองค์ทรงมีลักษณะเช่นนั้นก็เพราะ “พระองค์ทรงแบกความเจ็บไข้ของเราและหอบความเจ็บปวดของเราไป…ท่านถูกแทงเพราะความทรยศของเรา ท่านบอบช้ำเพราะความบาปผิดของเรา…พระเจ้าทรงวางความผิดบาปของเราทุกคนลงบนตัวท่าน” (ดูอิสยาห์ 53:4-6) นี่คือพระผู้ช่วยให้รอดที่เราเชื่อถือ การมีความเชื่อในพระคริสต์และการไว้วางใจในศาสนาหรือความเคร่งครัดของเราแตกต่างกันมาก ความเชื่อในพระคริสต์เปลี่ยนแปลงเรา […]

ธรรมชีวิตประจำวันที่ 20 พฤศจิกายน 2020 บทเรียน “โดยไม่คิดมูลค่า”

devotion

โรม 3:22-24 – คือความชอบธรรมของพระเจ้า ซึ่งปรากฏโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์แก่ทุกคนที่เชื่อ โดยไม่ทรงถือว่าเขาแตกต่างกัน เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า แต่พระเจ้าทรงมีพระคุณให้เขาเป็นผู้ชอบธรรมโดยไม่คิดมูลค่า โดยที่พระเยซูคริสต์ทรงไถ่เขาให้พ้นบาปแล้ว  ถ้าคุณเป็นพ่อแม่คุณจะสอนลูกๆ ของคุณให้เป็นคนรับผิดชอบ คุณสอนเขาว่าถ้าเขาต้องการบางสิ่ง เขาต้องแลกมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตน เพราะเราได้รับการปลูกฝังด้วยแนวคิดนี้มาตั้งแต่เด็ก จึงไม่แปลกใจที่เรามีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับความรอด การประกาศให้เป็นผู้ชอบธรรม และชีวิตนิรันดร์ วิธีคิดที่ว่า “เราต้องทำงานแลกมาเพื่อให้ได้ผลกำไร” มีให้เห็นอย่างแพร่หลายจนถึงขนาดว่าเมื่อเราพิจารณาดูพระกิตติคุณ สิ่งนี้จึงฟังดูประหลาด ไม่น่าเป็นไปได้ และไม่น่าเชื่ออย่างยิ่ง ว่าไปแล้ว พระธรรมโรม 3:22-24 กล่าวไว้ชัดเจนว่า ความรอดเป็น “ของประทาน” แต่สิ่งนั้นจะเป็นไปได้อย่างไร ความรอดไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ได้มาง่ายดายขนาดนั้น น่าจะเป็นความพยายามบางอย่าง เราต้องทำงานเพื่อแลกกับสิ่งนั้น ใช่ไหม นั่นคือความคิดในช่วงการปฏิรูปศาสนา คริสตจักรตามขนบธรรมเนียมในเวลานั้นสอน (และผู้คนก็เชื่อเช่นกัน) ว่าการไปสวรรค์ต้องอาศัยความพยายามของเรา เช่น การกล่าวบทสวดบางบท การทำศาสนกิจบางอย่าง และการทำหน้าที่ทางสังคมบางด้าน เป็นต้น ด้วยการใช้พระคัมภีร์ ท่านมาร์ติน ลูเธอร์และนักปฏิรูปคนอื่นๆ แสดงให้เห็นว่าพระคัมภีร์สอนว่าอย่างไรมาโดยตลอด คุณไม่สามารถทำสิ่งใดเพื่อแลกกับการยกโทษของพระเจ้าและชีวิตนิรันดร์  สิ่งนี้เป็นของประทานที่ให้โดยไม่คิดมูลค่า พระเจ้าทรงรักคุณ และพระองค์ทรงมอบให้กับคุณเพราะพระเยซู เราเป็นคนดีไม่พอ แต่พระเยซูเป็นคนดีพอ  เราทำดีไม่พอ […]

ธรรมชีวิตประจำวันที่ 19 พฤศจิกายน 2020 “เรื่องเกี่ยวกับนรก”

devotion

มัทธิว 25:31-36, 41 – (พระเยซูตรัส) “เมื่อบุตรมนุษย์ทรงพระสิริเสด็จมากับทั้งหมู่ทูตสวรรค์ เมื่อนั้นพระองค์จะประทับบนพระที่นั่งอันรุ่งเรืองของพระองค์ บรรดาประชาชาติต่างๆ จะประชุมพร้อมกันต่อพระพักตร์พระองค์ และพระองค์จะทรงแยกมนุษย์ทั้งหลายออกเป็นสองพวก เหมือนอย่างผู้เลี้ยงแกะจะแยกแกะออกจากแพะ  ส่วนฝูงแกะนั้นจะทรงจัดให้อยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ แต่ฝูงแพะนั้นจะทรงจัดให้อยู่เบื้องซ้าย ขณะนั้น พระมหากษัตริย์จะตรัสแก่บรรดาผู้ที่อยู่เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระองค์ว่า ‘ท่านทั้งหลายที่ได้รับพระพรจากพระบิดาของเรา จงมารับเอาราชอาณาจักร ซึ่งได้ตระเตรียมไว้สำหรับท่านทั้งหลายตั้งแต่แรกสร้างโลก เพราะว่าเมื่อเราหิว ท่านทั้งหลายก็ได้จัดหาให้เรากิน เรากระหายน้ำ ท่านก็ให้เราดื่ม เราเป็นแขกแปลกหน้า ท่านก็ได้ต้อนรับเราไว้ เราเปลือยกายท่านก็ได้ให้เสื้อผ้าเรานุ่งห่ม เมื่อเราเจ็บป่วยท่านก็ได้มาเยี่ยมเอาใจใส่เรา เมื่อเราต้องจำอยู่ในพันธนาคาร ท่านก็ได้มาเยี่ยมเรา’…“พระองค์จะตรัสกับบรรดาผู้ที่อยู่เบื้องซ้ายพระหัตถ์ของพระองค์ว่า ‘ท่านทั้งหลายผู้ต้องแช่งสาปจงถอยไปจากเรา เข้าไปอยู่ในไฟซึ่งไหม้อยู่เป็นนิตย์ ซึ่งเตรียมไว้สำหรับมารร้ายและสมุนของมันนั้น’” เมื่อลูกชายของฉันยังเล็กเขามีช่วงเวลาที่วิตกกังวลมากเกี่ยวกับเรื่องนรก ฉันไม่รู้ว่าเขาได้รับเรื่องนี้มาจากไหนเพราะครอบครัวของเราเน้นเสมอถึงความรักและการให้อภัยของพระเยซู แต่ลูกก็ยังคงมีคำถามมากมายเกี่ยวกับนรก เช่น นรกคืออะไร อยู่ที่ไหน ไปที่นั่นได้อย่างไร ในนรกมีอะไร ฉันเห็นได้เลยว่าลูกมีความกังวลเพิ่มขึ้นและฉันก็ไม่สามารถหยุดยั้งไว้ได้เลย  ในที่สุดวันหนึ่งฉันตัดสินใจพูดกับลูกว่า “ทำไมลูกมีคำถามพวกนี้ที่เกี่ยวกับนรก ลูกจะไม่มีวันไปที่นั่นเลย แล้วลูกจะสนใจไปเพื่ออะไรล่ะ” นั่นเป็นจุดจบของคำถามทั้งหลายได้อย่างดี เขาหันกลับไปเล่นตัวต่อเลโก้อย่างมีความสุขและมีความมั่นใจ ส่วนฉันก็กลับไปล้างจานต่อ คนจำนวนมากมีความกลัวซุกซ่อนอยู่ว่าเขาอาจตกนรกเพราะความผิดเก่าๆ ที่เขายังคงแบกอยู่ เนื่องจากความรู้สึกที่ว่าเขาไม่ดีพอสำหรับพระเจ้า ด้วยความกังวลว่าพระเจ้าอาจไม่รักเขาหรือต้องการเขาให้อยู่กับพระองค์ตลอดไป และความวิตกกังวลนี้ส่งผลร้ายต่อชีวิตของเขาและทำให้ดำเนินชีวิตโดยไม่มีความชื่นชมยินดีตามที่พระเยซูทรงต้องการให้เขามี แต่ในคำอุปมาวันนี้พระเยซูตรัสเรื่องหนึ่งที่สามารถให้ความอุ่นใจกับเรา พระองค์ทรงเรียกนรกว่า “ไฟซึ่งไหม้อยู่เป็นนิตย์ […]

ธรรมชีวิตประจำวันที่ 18 พฤศจิกายน 2020 “ผลแรก”

devotion

1 โครินธ์ 15:20-26 – แต่ความจริงพระคริสต์ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตายแล้ว และทรงเป็นผลแรกในพวกคนทั้งหลายที่ได้ล่วงหลับไปแล้วนั้น เพราะว่าความตายได้อุบัติขึ้น เพราะมนุษย์คนหนึ่งเป็นเหตุฉันใด การเป็นขึ้นมาจากความตายก็ได้อุบัติขึ้น เพราะมนุษย์ผู้หนึ่งเป็นเหตุฉันนั้น เพราะว่าคนทั้งปวงต้องตายเกี่ยวเนื่องกับอาดัมฉันใด คนทั้งปวงก็จะกลับได้ชีวิตเกี่ยวเนื่องกับพระคริสต์ฉันนั้น แต่ว่าจะเป็นไปตามลำดับ คือพระคริสต์ทรงเป็นผลแรก แล้วภายหลังก็คือคนทั้งหลายที่เป็นของพระคริสต์ ในเมื่อพระองค์เสด็จมา ต่อจากนั้นจะเป็นวาระที่สุด บัดนั้นพระคริสต์จะทรงมอบแผ่นดินไว้แก่พระบิดาเจ้า เมื่อพระองค์จะได้ทรงทำลายเทพผู้ครอง ศักดิเทพและอิทธิเทพหมดแล้ว เพราะว่าพระองค์จะต้องทรงปกครองอยู่ก่อน จนกว่าพระองค์จะได้ทรงปราบศัตรูทั้งสิ้นให้อยู่ใต้พระบาทของพระองค์ ศัตรูตัวสุดท้ายที่พระองค์จะทรงทำลายนั้นก็คือความตาย คุณเคยปลูกผักสวนครัวหรือไม่ ทุกๆ ปีครอบครัวของฉันปลูกมะเขือเทศและบางครั้งก็ปลูกผักของชาวเวียดนามเช่น มะระ และฟักแฟงรูปร่างแปลกๆ ฉันไม่ค่อยสนใจว่ารสชาติของฟักแฟงเหล่านั้นเป็นอย่างไร เพราะเราปลูกเพื่อแจกจ่ายให้คนอื่นๆ แต่ฉันรอคอยผลแรกของต้นมะเขือเทศ ฉันรับประทานผลแรกของมะเขือเทศเหล่านั้นที่ท้องร่องเลยทีเดียวโดยเช็ดผลมะเขือเทศกับเสื้อ ไม่มีอะไรอร่อยมากไปกว่านี้อีกแล้ว ผลแรกของมะเขือเทศมีรสชาติหวานอย่างยิ่งเพราะฉันรู้ว่านั่นหมายถึงอะไร ความหมายคือจะมีมะเขือเทศที่จะออกตามมามากมายในหนึ่งหรือสองสัปดาห์ต่อมา เมื่อมีมะเขือเทศมากเกินในครัว ผู้คนก็จะนำมะเขือเทศไปที่คริสตจักร มะเขือเทศที่ออกมาในระยะแรกคือผลแรกซึ่งมีความหวานและเป็นหลักประกันของผลที่ออกตามมา ผลแรกคือสัญญาณของรางวัลแห่งความหวังซึ่งสูงขึ้นจากความเชื่อที่เป็นจริงเมื่อเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิไปจนถึงกลางฤดูร้อน นี่คือสาเหตุที่พระเยซูทรงได้รับการเรียกว่าเป็นผลแรกจากความตาย พระองค์ทรงเป็นบุคคลแรกที่ทรงเป็นขึ้นจากความตายและไม่ตายอีกต่อไป พระองค์ทรงมีชีวิตตลอดไปพร้อมด้วยชีวิตที่เต็มไปด้วยความชื่นชมยินดีที่ไม่สามารถทำลายได้ของบรรดาบุตรของพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นคนแรกแต่ไม่ทรงเป็นคนสุดท้าย จะมีผลพวงที่ตามมาอีกมากมายมหาศาลคือคนของพระเจ้าทุกคนที่เป็นของพระเยซู  ทุกคนที่พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์และคืนพระชนม์เพื่อเขา ทุกคนที่ไว้วางใจในพระองค์ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของผล เราด้วยเช่นกันที่จะเป็นขึ้นในวันสุดท้ายอย่างสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ แล้วเราจะชื่นชมยินดี เวลานี้แน่นอนว่ายังคงเป็นเวลาแห่งการเพาะปลูก บางครั้งก็ยากสำหรับเราที่จะจินตนาการถึงการเก็บเกี่ยวที่ยังอยู่อีกยาวไกล เมื่อประชากรของพระเจ้าจะมีชีวิตขึ้นอีกครั้ง เมื่อสุสานว่างเปล่าและจักรวาลส่งเสียงด้วยความปีติยินดี แต่สิ่งนี้จะเกิดขึ้น เรามีผลแรกแล้วซึ่งรับประกันได้นั่นคือพระเยซูพระผู้ช่วยให้รอดของเรา อธิษฐาน: […]

Journey into Light Thailand © 2016 Frontier Theme
ปิดโหมดสีเทา