“มาอธิษฐานขอการอภัยบาปต่อพระเจ้ากันเถอะ”

พระวจนะของพระเจ้าทรงสอนเราทั้งหลายดังนี้ว่า ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น 1 ยอห์น 1:9 วันนี้ใคร่ให้เรามาอธิษฐานขอการอภัยบาปต่อพระเจ้ากันเถิด ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงเที่ยงธรรม พระเจ้าผู้ทรงบริสุทธิ์ ข้าพระองค์ทั้งหลายผู้เป็นคนบาปผิดทั้งหลาย ในทุกๆ วันที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของข้าพระองค์ทั้งหลาย ข้าพระองค์ได้กระทำผิดมากมายทั้งต่อพระองค์และต่อเพื่อนมนุษย์ทั้งทางกาย ทางวาจา ทางจิตใจ และจิตวิญญาณ ข้าพระองค์ได้หลงกระทำผิดบาปไปทั้งที่ตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจรวมถึงความผิดบาปที่ซ่อนอยู่อีกมาก ข้าแต่พระเจ้า ด้วยบาปผิดเหล่านี้เองที่ปิดกั้นข้าพระองค์และแยกข้าพระองค์ผู้เป็นคนบาปผิดออกจากพระองค์ ทำให้ข้าพระองค์ตกอยู่ในอำนาจของบาปที่มาจากมารซาตาน ข้าแต่พระเจ้า ขอบพระคุณพระองค์ที่พระองค์ทรงประทานหนทางแห่งการช่วยเหลือมายังข้าพระองค์ผ่านการสารภาพบาปต่อพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ในเวลานี้ข้าพระองค์เข้ามาเพื่อถ่อมตัวลงและขอสารภาพความผิดบาปของข้าพระองค์ที่ได้กระทำนั้นต่อพระองค์ ขอพระองค์ทรงอภัยแก่ข้าพระองค์ด้วยเถิด และขอพระองค์ทรงประทานกำลังและประทานการช่วยเหลือมายังข้าพระองค์ด้วยเถิด ที่ข้าพระองค์จะไม่กระทำความบาปผิดเหล่านั้นซ้ำอีก และมีชัยชนะในความผิดบาปนั้นร่วมกับพระองค์…

Continue reading

“ให้เรามาอธิษฐานขอพระเจ้าประทานความสงบสุขในการดำเนินชีวิตร่วมกับผู้อื่นกันเถอะ”

พระวจนะของพระเจ้าทรงสอนเราทั้งหลายดังนี้ว่า เหตุฉะนั้นให้เรามุ่งประพฤติ ในสิ่งซึ่งทำให้เกิดความสงบสุขแก่กันและกัน และทำให้เกิดความเจริญแก่กันและกัน โรม 14:19 วันนี้ใคร่ให้เรามาอธิษฐานขอพระเจ้าประทานความสงบสุขในการดำเนินชีวิตร่วมกับผู้อื่นกันเถิด ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงประทานสันติภาพและความสุขสงบแก่ข้าพระองค์ทั้งหลาย ในพระองค์เต็มไปด้วยความสุขสงบที่มีแก่ชีวิตจิตใจและจิตวิญญาณของทุกคนที่เข้าหาพระองค์ อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงประทานเสรีภาพแก่ข้าพระองค์ในการดำเนินชีวิต ทำให้ข้าพระองค์ทั้งหลายไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่รอบข้างรวมทั้งบุคคลอื่นๆ และไม่สนใจว่าผู้อื่นจะคิดเห็นหรือได้รับผลกระทบ และได้รับความเดือดร้อนจากการดำเนินชีวิตของข้าพระองค์หรือไม่ จึงเป็นเหตุแห่งความขัดแย้ง ทะเลาะวิวาท สุดท้ายทำให้พระนามของพระองค์เสื่อมเสียผ่านการดำเนินชีวิตของข้าพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า ขอพระองค์ทรงโปรดเมตตาทรงนำและควบคุมการดำเนินชีวิตของข้าพระองค์ให้อยู่ในทางของพระองค์ ขอพระองค์ทรงชำระและเปลี่ยนแปลงความคิดจิตใจของข้าพระองค์ที่จะมีใจถ่อม ไม่กระทำทุกอย่างตามใจชอบ ให้เกียรติแก่ผู้อื่น และดำเนินชีวิตอยู่อย่างสงบกับพี่น้องและคนรอบข้างด้วยเถิด เพื่อพวกเขาเหล่านั้นจะได้สรรเสริญพระนามของพระองค์ต่อไป ข้าพระองค์ทูลขอต่อพระองค์ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

Continue reading

“ส่องกระจกดูเราเองบ้างไหม”

ใครเคยดูหนังเรื่อง “สโนวไวท์” บ้าง ในหนังเรื่องนี้ตอนหนึ่งแม่มดได้พูดกับกระจกวิเศษว่า “กระจกวิเศษบอกข้าเถิดใครงามเลิศในปฐพี” เมื่อไหร่ที่แม่มดอยากรู้ว่าใครเป็นอย่างไร ก็จะใช้กระจกวิเศษเป็นคำตอบให้เสมอ ทำให้คิดถึงพระวจนะธรรมตอนหนึ่งที่มีข้อความดังนี้ “ทุกคนจงสำรวจการกระทำของตนเอง จึงจะมีอะไรๆ ที่จะอวดได้ในตัวไม่ใช่เปรียบกับผู้อื่น” (กาลาเทีย 6:4) พระคำของพระเจ้าเป็นเหมือนกระจกวิเศษที่พระเจ้าให้เราใช้เพื่อสำรวจตัวเราเอง เพราะพระคำของพระเจ้าเป็นคำตอบที่จะสะท้อนความจริงให้เราเห็นชีวิตอย่างชัดเจน คนเรามักจะชอบสำรวจดูคนอื่นมากกว่าจะสำรวจตัวเอง อาจจะเป็นเพราะเรามองไม่เห็นตัวเองแต่มองเห็นคนอื่นได้ ดังนั้น เราจึงทำตัวให้เป็นเหมือนกระจกที่ไม่ได้รับเชิญ ทำหน้าที่เป็นเป็นกระจกตามใจชอบที่นึกอยากจะส่องดูใครก็ส่องตามใจต้องการ เสร็จแล้วก็มาสรุปตามความคิดความเข้าใจของตัวเอง อย่างนี้ต้องถามก่อนว่า กระจกของเรามันชัดเจนจริงไหมหรือเห็นแค่มัวๆ หรือว่ามันชัดเฉพาะที่เราอยากจะให้มันชัดเท่านั้น แล้วก็ตัดสินภาพที่เห็นตามความเข้าใจและตามมาตรฐานของเราเอง ถ้าหากเป็นอย่างที่ว่านี้ก็เท่ากับว่า เราไม่ได้ให้โอกาสคนอื่นส่องกระจกดูเขาได้แก้ตัวเลย  เพราะปิดโอกาสเพื่อที่เราจะได้ตั้งตัวเองเป็นศูนย์กลางในการตัดสินในสิ่งที่ตาเราเห็นอย่างมีอคติ สำหรับพระเจ้านั้นพระองค์ทรงมองเราทุกคนที่จิตใจ ไม่ได้มองที่ร่างกายภายนอกของเรา…

Continue reading

“ให้เรามาอธิษฐานขอการเริ่มต้นใหม่จากพระเจ้ากันเถอะ”

พระวจนะของพระเจ้าทรงสอนเราทั้งหลายดังนี้ว่า “ถ้าเขาทั้งหลายกระทำบาปต่อพระองค์ (เพราะไม่มีมนุษย์สักคนหนึ่งซึ่งมิได้กระทำบาป) และพระองค์ทรงกริ้วต่อเขา และพระองค์ทรงมอบเขาไว้กับศัตรูเขาจึงถูกจับไปเป็นเชลยยังแผ่นดินหนึ่งไม่ว่าไกลหรือใกล้ แต่ถ้าเขาสำนึกผิดในใจในแผ่นดิน ซึ่งเขาได้ถูกจับไปเป็นเชลยและได้กลับใจ และได้ทำการวิงวอนต่อพระองค์ในแผ่นดินที่เขาไปเป็นเชลย ทูลว่า “ข้าพระองค์ทั้งหลายได้กระทำบาป และได้ประพฤติชั่วร้ายและอย่างอธรรม” ถ้าเขาทั้งหลายกลับมาหาพระองค์ด้วยสุดจิตสุดใจของเขา ในแผ่นดินที่เขาไปเป็นเชลย ที่ซึ่งศัตรูกวาดเขาไปเป็นเชลย และอธิษฐานต่อพระองค์ตรงต่อแผ่นดินของเขา ซึ่งพระองค์พระราชทานแก่บรรพบุรุษของเขาทั้งหลาย คือเมืองซึ่งพระองค์ได้ทรงเลือกสรรไว้ และพระนิเวศซึ่งข้าพระองค์ได้สร้างไว้ในพระนามของพระองค์  2 พงศาวดาร 6:36-38 วันนี้ใคร่ให้เรามาอธิษฐานขอการเริ่มต้นใหม่จากพระเจ้าด้วยกันเถิด สรรเสริญพระเจ้าพระบิดาผู้ทรงประทานโอกาสแห่งการเริ่มต้นใหม่แก่ผู้มีใจสำนึกผิดและกลับใจใหม่เสมอ ข้าแต่พระเจ้า ในเวลานี้ข้าพระองค์ได้กระทำความผิดพลาดในชีวิตและได้กระทำความผิดบาปต่อพระองค์และต่อผู้อื่น ข้าพระองค์สำนึกได้และเข้ามาเพื่อสารภาพทูลขอพระเมตตาจากพระองค์ ขอพระองค์ทรงประทานอภัยแก่ข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงประทานการเริ่มต้นใหม่ชีวิตใหม่ในพระองค์ และขอพระองค์ทรงเมตตานำข้าพระองค์กลับมาอยู่ในแผ่นดินของพระองค์อีกครั้งด้วยเถิด ข้าพระองค์ทูลขอพระเมตตาต่อพระองค์ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า…

Continue reading

“บ้านและครอบครัวที่อบอุ่น”

วิถีชีวิตของบ้านและครอบครัววันนี้กำลังเปลี่ยนไป วิถีชีวิตที่เคยเป็นมาตั้งแต่ตอนเป็นเด็กจนกระทั่งวันนี้ สิ่งดีๆ แบบครอบครัวไทยหลายอย่างได้เปลี่ยนไปด้วย ซึ่งก็มีผลทำให้การดำเนินชีวิตของทุกคนในครอบครัวก็ต้องปรับเปลี่ยนสภาพไปด้วยเช่นกัน เมื่อก่อนจากครอบครัวที่เคยอบอุ่นอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาในเวลาอาหาร เวลาหลังอาหารที่ใช้โอกาสในการพูดคุยกันระหว่างคนในบ้านได้เปลี่ยนไปตามวันเวลา ที่ต่างไปจากบรรยากาศแบบเดิมๆ จนไม่เหลืออยู่อีกแล้ว             ผมจำได้สมัยเป็นเด็กถึงเวลาอาหารทุกคนจะอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา หลังอาหารก็จะมานั่งรวมกันพูดคุยในสารพัดเรื่องราวที่แต่ละคนได้ผ่านพบมาในวันนั้น หากเป็นปัญหาก็ช่วยกันออกความคิดอ่านแก้ไขเท่าที่แต่ละคนจะทำได้ สุดท้ายพ่อก็จะเป็นคนสรุปก่อนที่จะแยกย้ายไปทำธุระส่วนตัวก่อนเข้านอน ครอบครัวเราทำอย่างนี้เป็นประจำไม่เคยขาด และก็ส่งผลต่อจิตใจและสร้างความอบอุ่นให้กับทุกคนได้เป็นอย่างดี หากมีเหตุการณ์ที่เข้ามากระทบกับคนในครอบครัวเมื่อใด ทุกคนก็จะช่วยกันแก้ไขปกป้องราวกับว่าทุกคนเป็นกายอันเดียวกัน เมื่ออวัยวะอันหนึ่งเจ็บอวัยวะอื่นๆ ก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วยเช่นกัน นี่คือสิ่งที่สร้างความอบอุ่นความผูกพันที่นำไปสู่ความเอื้อเฟื้อต่อกันและกันของครอบครัวแบบไทยๆ สมัยก่อนโน้น             แม้ว่าแต่ละคนจะแยกย้ายไปตามวิถีชีวิตของการดำเนินชีวิตในหน้าที่การงานก็ตาม แต่ความผูกพันและห่วงใยไม่ได้ขาดไปจากใจของแต่ละคน เวลามีสุขหรือทุกข์เราก็มักจะส่งข่าวคอยถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันอยู่เสมอไม่เคยขาด ให้กำลังใจอธิษฐานเผื่อกันและกันเสมอ เพราะโดยรากฐานของความเชื่อศรัทธาในพระเจ้าที่ทุกคนมีอยู่นั้นคือหลักประกันที่เรามั่นใจ และวางใจอยู่เสมอว่าสิ่งนี้คือหลักประกันแห่งความอยู่รอดปลอดภัยของเราทุกคน ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นคือวิถีชีวิตครอบครัวที่มีความอบอุ่นและมีความผูกพันในครอบครัวสมัยก่อน…

Continue reading