จงขอฝนจากพระยาห์เวห์ …ผู้ประทานสายฝนแก่มนุษย์ และผักหญ้าในทุ่งนาแก่ทุกคน – เศคาริยาห์ 10:1

อิสราเอลกำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูหลังการเป็นเชลย ประชาชนเคยหันไปพึ่งรูปเคารพ หมอดู แล้วหลงลืมละเลยพระเจ้า พระเจ้าจึงทรงตรัสว่า จงขอจากเราอย่างชัดเจนไม่ใช่ขอจากสิ่งอื่น เพราะในสังคมเกษตร ฝนคือ ความจำเป็นหลักของชีวิต ถ้าไม่มีฝนก็ไม่มีอาหารและไม่มีชีวิต พระเจ้าทรงเป็นแหล่งทรัพยากรแท้จริง ทุกสิ่งที่เราต้องการมาจากพระองค์ พระเจ้าทรงเป็นผู้ควบคุมธรรมชาติ เป็นผู้ให้ ไม่ใช่มนุษย์หรือรูปเคารพเป็นผู้ให้ ในมุมของฝ่ายวิญญาณฝนคือ พระพรและการจัดเตรียมการเลี้ยงดูจากพระเจ้า มนุษย์ทั้งหลายเมื่อทราบว่าพระเจ้าเป็นแหล่งแห่งชีวิต ความจำเป็นที่มนุษย์ต้องกระทำคือ ขอฝนจากองค์พระผู้เป็นเจ้า ชีวิตที่เจริญเติบโตไม่ใช่เพราะเราพยายามมากแค่ไหน แต่เพราะเราพึ่งพาพระเจ้าแค่ไหนต่างหาก ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงเป็นแหล่งแห่งชีวิตและพระพรทั้งปวง ขอพระองค์ทรงโปรดอวยพรชีวิตของข้าพระองค์และประชากรของพระองค์ทุกคน ขอพระองค์ทรงเปิดฟ้าสวรรค์ประทานฝนแห่งพระพรลงมาเหนือชีวิตของข้าพระองค์ ขอทรงให้ฝนนั้นนำการเลี้ยงดู การฟื้นฟู และการเจริญเติบโตในทุกด้านของชีวิตทั้งฝ่ายร่างกาย จิตใจ…

Continue reading

ความเชื่อมั่นในตนเอง เป็นพลังนำไปสู่ความสำเร็จ

จงเชื่อมั่นในตนเอง จงมีความศรัทธาในความสามารถของตนเอง ถ้าไม่มีความเชื่อมั่นอย่างมีเหตุมีผลในอำนาจของตนเองแล้ว เราจะไม่มีวันที่จะประสบความสำเร็จหรือมีความสุข แต่ด้วยความเชื่อมั่นในตนเอง เราสามารถประสบความสำเร็จ ความรู้สึกมีปมด้อยและไร้ความสามารถจะเป็นอุปสรรคสำคัญในการให้ความหวังของเราบรรลุถึงความสำเร็จ แต่ความมั่นใจจะนำไปถึงความรู้จักตนเองและความสำเร็จ เนื่องจากทัศนคตินี้สำคัญมาก มีคนที่น่าสงสารจำนวนหนึ่งที่เกิดความทุกข์ระทมขมขื่นด้วยโรคที่เรียกว่า โรคปมด้อย แต่เราไม่ต้องรู้สึกขาดความมั่นใจว่าเรามีปมด้อย เมื่อเราดำเนินชีวิตอย่างถูกต้องเหมาะสม และสามารถพัฒนาความมั่นใจในตัวเองได้ ในหนังสือพระคัมภีร์ได้กล่าวไว้ว่า “ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้ โดยพระเจ้าผู้เสริมกำลังข้าพเจ้า” เราทุกคนสามารถขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า ให้พระองค์ทรงเสริมกำลังสติปัญญาให้กับเราในการกระทำทุกสิ่ง และให้มีความเชื่อมั่นว่า เราสามารถทำทุกสิ่งได้โดยพระเจ้าเป็นผู้เสริมกำลังและช่วยเหลือเรา บทความจากเพจ “ส่งด้วยรัก ทักด้วยใจ”

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน 2026 “เพื่อเราและคนอื่นๆ จะเชื่อ”

ยอห์น 21:2-8 – ซีโมนเปโตร โธมัสที่เรียกว่าแฝด นาธานาเอลชาวบ้านคานาแคว้นกาลิลี บุตรทั้งสองของเศเบดี และสาวกของพระองค์อีกสองคนกำลังอยู่ด้วยกัน ซีโมนเปโตรบอกเขาว่า “ข้าจะไปจับปลา” เขาทั้งหลายจึงพูดกับท่านว่า “เราจะไปด้วย” แล้วพวกเขาก็ออกไปลงเรือ แต่คืนนั้นเขาจับปลาไม่ได้เลย ครั้นรุ่งเช้า พระเยซูประทับยืนอยู่ที่ฝั่ง แต่เหล่าสาวกไม่รู้ว่าเป็นพระเยซู พระเยซูตรัสถามเขาว่า “ลูกเอ๋ย มีปลาบ้างหรือเปล่า” เขาตอบว่า “ไม่มี” พระองค์ตรัสกับเขาทั้งหลายว่า “จงทอดอวนลงทางด้านขวาเรือเถิดแล้วจะได้ปลาบ้าง” เขาจึงทอดอวนลงและได้ปลาเป็นอันมาก จนลากอวนขึ้นไม่ได้ สาวกคนที่พระเยซูทรงรักบอกเปโตรว่า “เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า” เมื่อเปโตรได้ยินว่าเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า เขาก็หยิบเสื้อมาสวมเพราะตัวเปล่าอยู่…

Continue reading

จงยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเจ้า และพระองค์จะทรงกระทำให้วิถีของเจ้าราบรื่น – สุภาษิต 3:6

คำว่ายอมรับรู้ในพระเจ้าหมายถึง ให้พระเจ้าทรงเป็นศูนย์กลาง เป็นที่ปรึกษา และให้พระองค์ทรงมีสิทธิ์นำชีวิตในทุกด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการงาน ครอบครัว การตัดสินใจ การเงิน ความสัมพันธ์ ซึ่งไม่ใช่บางเรื่องแต่คือเหล่านี้ทั้งหมด สิ่งที่พระองค์ทรงสัญญาว่า พระองค์จะทรงกระทำให้วิถีของเราราบรื่น ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า ชีวิตของเราจะไม่มีปัญหา ไม่ใช่ทุกอย่างง่ายเสมอ แต่พระเจ้าจะทรงนำทางเราให้ถูกต้อง ช่วยปรับเส้นทางของเราให้ตรง ช่วยไม่ให้หลงผิด ด้วยการเดินในทางที่ถูกต้องตามน้ำพระทัย การยอมรับพระเจ้าหรือการยอมจำนนโดยให้พระเจ้าทรงนำทางชีวิต แม้เราจะไม่ทราบและไม่เห็นสิ่งที่เป็นอนาคตด้วยตา แต่พระองค์ทรงเห็นสิ่งที่อยู่ข้างหน้าในอนาคตทั้งหมดแล้วสำหรับเรา สำเร็จทางโลก อาจไม่ถูกต้องในสายพระเนตรพระเจ้า แต่ทางของพระเจ้านำไปสู่ความสำเร็จที่แท้จริง ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงนำทางชีวิตของข้าพระองค์อย่างสมบูรณ์ ขอพระองค์ทรงนำทางข้าพระองค์ในทุกทางของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความคิด การตัดสินใจ…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2026 “เสด็จมาใกล้เรา”

มัทธิว 9:9-13 – ครั้นพระเยซูเสด็จเลยตำบลนั้นไป ก็เห็นคนหนึ่งชื่อมัทธิวนั่งอยู่ที่ด่านภาษี จึงตรัสกับเขาว่า “จงตามเรามาเถิด” เขาก็ลุกขึ้นตามพระองค์ไป เมื่อพระองค์ประทับเสวยพระกระยาหารอยู่ในเรือน มีคนเก็บภาษีและคนบาปอื่น ๆ หลายคนเข้ามาร่วมสำรับกับพระเยซู และกับพวกสาวกของพระองค์ เมื่อพวกฟาริสีเห็นแล้วก็กล่าวแก่สาวกของพระองค์ว่า “ทำไมอาจารย์ของท่านจึงรับประทานอาหารด้วยกันกับคนเก็บภาษีและคนนอกรีตเล่า” เมื่อพระเยซูทรงทราบดังนั้นแล้วก็ตรัสว่า “คนเจ็บต้องการหมอ แต่คนสบายไม่ต้องการ ท่านทั้งหลายจงไปเรียนคัมภีร์ข้อนี้ให้เข้าใจที่ว่าเราประสงค์ความเมตตา ไม่ประสงค์เครื่องสัตวบูชา ด้วยว่าเรามิได้มาเพื่อจะเรียกคนที่เห็นว่าตัวชอบธรรม แต่มาเรียกคนที่พวกท่านว่านอกรีต” ข้าพเจ้าอดหัวเราะไม่ได้กับพวกฟาริสีผู้น่าสงสาร พวกเขาเชื่อว่าพระเยซูทรงกำลังทำสิ่งที่ไม่ดีอย่างชัดเจน พวกเขากำลังพูดซ้ำความคิดเดียวกับที่พ่อแม่ของเราอาจเคยสอนเราไว้ว่า “อย่าคบเพื่อนที่เป็นคนไม่ดี พวกเขาจะดึงลูกเข้าไปพัวพันกับปัญหาของพวกเขา และสุดท้ายลูกก็จะเป็นเหมือนพวกเขา” พวกฟาริสียังรู้สึกรังเกียจทางศีลธรรมด้วย แค่คิดถึงการนั่งร่วมกับคนเก็บภาษีและคนบาปก็ทำให้พวกเขารู้สึก…

Continue reading