Author: admin
วันที่ 8 มี.ค. 69
ธรรมชีวิตประจำวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2026 “อาณัติสัญญาณและความเป็นจริง”
มัทธิว 26:47-50ก – พระองค์ตรัสยังไม่ทันขาดคำ ยูดาสคนหนึ่งในเหล่าสาวกสิบสองคนนั้นได้เข้ามา และมีประชาชนเป็นอันมากถือดาบ ถือไม้ตะบองมาจากพวกมหาปุโรหิตและพวกผู้ใหญ่แห่งประชาชน ผู้ที่จะอายัดพระองค์นั้นได้ให้อาณัติสัญญาณแก่เขาว่า “เราจะจุบคำนับผู้ใดก็เป็นผู้นั้นแหละ จงจับกุมเขาไว้” ขณะนั้นยูดาสตรงมาหาพระเยซูทูลว่า “สวัสดี พระอาจารย์” แล้วจุบคำนับพระองค์ พระเยซูได้ตรัสกับเขาว่า “สหายเอ๋ย มาที่นี่ทำไม” ใต้ต้นไม้เหล่านั้นคงมืดสนิท แม้จะมีพระจันทร์เต็มดวงก็ตาม พระเยซูทรงยืนรออยู่ ขณะที่สาวกทั้งสิบเอ็ดคนกระโดดขึ้นด้วยความตกใจ สับสน งัวเงีย ขยี้ตา ฝูงชนกำลังเดินเข้ามาจากทางต้นไม้ ถือดาบและกระบอง และอาจจะมีคบไฟด้วย และในกลุ่มนั้นมียูดาสอยู่ด้วย เขาเดินตรงเข้าไปหาพระเยซูและทักทายพระองค์ด้วยการจูบ ยูดาสคิดอะไรอยู่…
“เพราะพระเจ้าจะไม่ทอดทิ้งประชากรของพระองค์พระองค์จะไม่ทรงสละมรดกของพระองค์”
คำว่า พระเจ้าจะไม่ทรงทอดทิ้งประชากรของพระองค์ เป็นประโยคที่เปี่ยมด้วยความหวังและพลังใจ ซึ่งสำแดงถึงพระลักษณะของพระเจ้าถึงความซื่อสัตย์ต่อคำมั่นสัญญาว่า พระเจ้าทรงรักษาพันธสัญญาที่ให้ไว้กับมนุษย์ แม้ว่ามนุษย์อาจจะมีช่วงที่หลงลืมหรือทำผิดพลาดไปบ้าง แต่ความรักและความเมตตาของพระองค์ยังคงมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลง เปรียบเสมือนพ่อแม่ที่ไม่ทิ้งลูกไม่ว่าลูกจะตกอยู่ในสถานการณ์ใด สำแดงถึงการสถิตอยู่ด้วยในยามทุกข์ยากเสมอ ในทุกปัญหาอุปสรรคจะมีพระองค์ทรงอยู่เคียงข้าง พระองค์ทรงเป็นกำลังใจและสันติสุขในใจ ทรงนำทางผ่านช่วงเวลาที่มืดมิดที่สุดของชีวิต ทรงสำแดงถึงการปกป้องดูแลและจัดเตรียมสิ่งที่ดีและเหมาะสมให้ในเวลาที่สมควรเพื่อให้ชีวิตดำเนินต่อไปได้ตามแผนการของพระองค์ และยังสำแดงถึงความหวังในการเริ่มต้นใหม่ในพระเจ้าแม้จะเผชิญกับความล้มเหลวหรือการสูญเสีย แต่คำมั่นสัญญานี้บอกว่า นี่ยังไม่ใช่จุดจบพระเจ้าจะทรงฟื้นฟูและประคองให้ลุกขึ้นมาใหม่ได้เสมอ ข้าแต่พระเจ้า ผู้ยิ่งใหญ่และทรงพระสิริ ข้าพระองค์ทั้งหลายสรรเสริญโมทนาขอบพระคุณพระองค์พระผู้ทรงความสัตย์ซื่อ ที่ทรงสัญญาว่า พระองค์จะไม่ทรงทอดทิ้งประชากรของพระองค์เลย ขอบพระคุณในเวลาที่ข้าพระองค์อ่อนแอ พระหัตถ์ของพระองค์ทรงประคองไว้ และในยามที่ข้าพระองค์หลงทาง ความรักของพระองค์ทรงเรียกข้าพระองค์กลับมาเสมอขอบพระคุณพระเจ้าที่ทรงเลือกสรรข้าพระองค์ทั้งหลายให้เป็นมรดกส่วนพระองค์ เป็นประชากรที่พระองค์ทรงหวงแหนและทรงดูแลด้วยสายพระเนตรแห่งพระเมตตา ยิ่งไปกว่านั้น ขอบพระคุณสำหรับพระคุณอันอัศจรรย์ที่ทรงจัดเตรียมมรดกแห่งชีวิตนิรันดร์ไว้ให้แก่ข้าพระองค์ทั้งหลาย ไม่ใช่ด้วยกำลังหรือความดีของข้าพระองค์เอง แต่ด้วยความรักและการไถ่ที่สมบูรณ์ในพระองค์…
การมีชีวิตที่เรียบง่าย จะทำให้มีความสุข และไม่วุ่นวาย
การมีชีวิตที่เรียบง่ายจะทำให้มีความสุขและไม่วุ่นวาย ต่างกับการมีชีวิตที่ยุ่งยากซับซ้อนเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เจ้ายศเจ้าอย่าง มักทำให้กดดันตัวเราเอง ไม่มีอะไรที่ดีถูกใจเพียบพร้อมไปหมด ยกเว้นเราเลือกมองส่วนที่ดี มีความฉลาดในการหลีกเลี่ยง หลบหลีกสิ่งไม่ดี หากเราทำตัวให้ยุ่งยากตัวเราเองจะทุกข์ใจเอง เราสามารถเลือกรูปแบบการใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเราเอง – หากเลือกความสุข ต้องมีชีวิตเรียบง่าย โล่งใจ ปลอดโปร่ง – หากเลือกความสงบ ต้องมองข้ามความผิดพลาดทั้งของตัวเองและผู้อื่น – หากเลือกสันติ ต้องรู้จักให้อภัย การเรียนรู้ที่จะพอใจกับสิ่งที่มีอยู่ รู้จักเผชิญกับความตกต่ำ และรู้จักที่จะเผชิญกับความอุดมสมบูรณ์และความอดอยาก ความสมบูรณ์พูนสุขและความขัดสน ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ให้เรามีความเข้มแข็งและเตรียมพร้อมกับการเผชิญในทุกสิ่งอย่างเรียบง่ายจะนำชีวิตไปสู่ความสุขได้ บทความจากเพจ “ส่งด้วยรักทักด้วยใจ”


