พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เพราะท่านได้เห็นเราท่านจึงเชื่อหรือ ผู้ที่ไม่เห็นเราแต่เชื่อก็เป็นสุข”

หลังจากที่เขาได้เห็นพระเยซูผู้ทรงฟื้นคืนพระชนม์ พระองค์ได้ทรงสำแดงให้สาวกเห็นความแตกต่างระหว่างความเชื่อที่เกิดจากการเห็นกับความเชื่อที่เกิดจากความไว้วางใจว่าเห็นด้วยตาแล้วจึงเชื่อเป็นธรรมชาติของมนุษย์ โดยปกติแล้วมนุษย์มักจะเชื่อสิ่งที่ตนเองเห็นหรือพิสูจน์ได้ โธมัสก็มีท่าทีเช่นเดียวกันเขาบอกว่า หากไม่ได้เห็นรอยตะปูและไม่ได้แตะต้องพระองค์ เขาจะไม่เชื่อ นี่เป็นลักษณะธรรมดาของมนุษย์ แต่พระเยซูทรงสอนว่า ยังมีความเชื่ออีกระดับหนึ่งที่ลึกกว่าคือ เชื่อแม้ยังไม่ได้เห็น ความเชื่อนี้เกิดจากความไว้วางใจในพระเจ้า เชื่อพระวจนะของพระองค์ เชื่อและยอมรับความจริงฝ่ายจิตวิญญาณ ผู้เชื่อในยุคต่อมาส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นพระเยซูด้วยตา แต่เชื่อจากพระวจนะและพยานหลักฐาน และพระองค์ทรงเรียกผู้เชื่อแบบนี้ว่า ผู้ที่เป็นสุข

ข้าแต่พระเจ้า พระผู้ทรงพระชนม์อยู่ ข้าพระองค์เข้ามาต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ด้วยหัวใจปรารถนาที่จะรู้จักพระองค์ให้มากยิ่งขึ้น ขอพระองค์ทรงโปรดเมตตาเปิดตาใจฝ่ายวิญญาณของข้าพระองค์ ทรงให้ข้าพระองค์ได้สัมผัสและมองเห็นพระสิริและความรักของพระองค์ที่รายล้อมอยู่รอบตัวข้าพระองค์ แม้ในยามที่ดวงตาเนื้อหนังของข้าพระองค์มองไม่เห็นหนทาง แต่ขอทรงให้จิตวิญญาณของข้าพระองค์มั่นใจในการสถิตอยู่ของพระองค์เสมอ ขอทรงโปรดประทานความเชื่อที่มั่นคงให้แก่ข้าพระองค์ เป็นความเชื่อที่ไม่สั่นคลอนไปตามสิ่งที่มองเห็นด้วยสายตามนุษย์ แต่เป็นความเชื่อที่วางใจในพระสัญญาและพระลักษณะของพระองค์อย่างสุดหัวใจ เป็นหวังใจ เป็นความมั่นใจว่าสิ่งที่ข้าพระองค์ยังไม่เห็นนั้นมีจริง ขอทรงให้ความวางใจในพระองค์ปลดปล่อยข้าพระองค์จากความกังวล และนำมาซึ่งความชื่นชมยินดีในพระสัญญาตามพระวจนะของพระองค์เสมอไปด้วยเถิด ข้าพระองค์ทูลอธิษฐานขอต่อพระองค์ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน

พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เพราะท่านได้เห็นเราท่านจึงเชื่อหรือ ผู้ที่ไม่เห็นเราแต่เชื่อก็เป็นสุข” – ยอห์น 20:29   

ชื่อ-ที่อยู่-ที่ติดต่อ

Comments are closed.