คนที่กล่าวหมิ่นประมาทต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ จะไม่ได้รับการยกโทษ – ลูกา 12:10

พระเยซูทรงตรัสประโยคนี้หลังจากที่พวกฟาริสี เห็นพระองค์ทรงขับผีออกและรักษาคนป่วยด้วยฤทธิ์อำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ แต่พวกเขากลับกล่าวหาว่าพระองค์ทรงใช้ฤทธิ์ของเบเอลเซบูล เจ้าแห่งผีในการขับผี พวกฟาริสีไม่ได้ทำผิดเพราะความไม่รู้ แต่พวกเขาเห็นหลักฐานคาตาว่าคือความดีงามของพระเจ้า แต่กลับจงใจ กลับดำเป็นขาวเรียกพระวิญญาณบริสุทธิ์ว่าเป็นมาร สิ่งที่เป็นการหมิ่นประมาทพระวิญญาณในปัจจุบันคือการปฏิเสธเสียงเรียกของพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างต่อเนื่องจนวาระสุดท้ายของชีวิต คือการปฏิเสธความรอดที่พระเจ้าหยิบยื่นให้จนถึงที่สุด จงอย่าเป็นคนที่มีทิฐิสูงจนมองเห็นสิ่งที่ดีงามว่าเป็นสิ่งชั่วร้ายเพียงเพราะมันไม่ได้มาจากกลุ่มหรือความเชื่อของตนเอง พระวิญญาณมักจะเตือนสติผ่านมโนธรรม การเพิกเฉยต่อเสียงเตือนสติบ่อยๆ จะทำให้ใจเราแข็งกระด้างจนแยกแยะถูกผิดไม่ได้ แล้วในที่สุดเมื่อวันแห่งพระเจ้ามาถึงนั่นคือจุดจบของผู้มีใจแข็งกระด้าง ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงบริสุทธิ์ ข้าพระองค์เข้ามาต่อพระพักตร์พระองค์ด้วยใจที่ยำเกรง ขอบพระคุณพระองค์สำหรับความรักและพระคุณที่ประทานให้ในทุกวัน ในเวลานี้ ข้าพระองค์ขอทูลวิงวอนขอการทรงนำที่มาจากพระองค์ โปรดทรงปกป้องรักษาความคิด จิตใจ และริมฝีปากของข้าพระองค์ ขออย่าให้ข้าพระองค์มีท่าทีที่แข็งกระด้าง หรือมีคำพูดใดที่ดูหมิ่นพระวิญญาณบริสุทธิ์ อันเป็นการบาปที่ยากจะอภัย ขอทรงสอนให้ข้าพระองค์มีใจที่ไวต่อเสียงเรียกของพระองค์เสมอ เพื่อที่จะไม่ก้าวล่วงหรือตัดสินพระราชกิจของพระวิญญาณด้วยสติปัญญาอันจำกัดของข้าพระองค์ ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงครอบครองเหนือจิตวิญญาณของข้าพระองค์…

Continue reading

“ถ้าเจ้าไม่เชื่อฟังเรา และไม่ทำตามบัญญัติทั้งหมดเหล่านี้” – เลวีนิติ 26:14

นี่คือคำเตือนอย่างเป็นทางการจากพระเจ้าก่อนที่คนอิสราเอลจะเข้าสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา พระเจ้าไม่ได้บังคับให้คนทำตามโดยไร้เหตุผล แต่พระองค์ทรงทำข้อตกลงว่า หากพวกเขาเดินในทางของพระองค์ พวกเขาจะได้รับความพิทักษ์รักษา แต่ถ้าพวกเขาไม่เชื่อฟัง แล้วเลือกที่จะเดินออกนอกร่มพระคุณของพระองค์เองนั่นหมายถึง การกบฏต่อพระเจ้าอย่างตั้งใจ เป็นการดูหมิ่นกฎเกณฑ์ และการปฏิเสธความสัมพันธ์กับพระเจ้า พระเจ้าแจ้งผลกระทบที่จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นความแห้งแล้ง ความพ่ายแพ้ หรือความวุ่นวาย ให้เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่เพื่อการทำลายล้าง แต่เพื่อ เรียกสติให้พวกเขากลับใจมาหาพระองค์ แม้ในปัจจุบันเราจะอยู่ในยุคแห่งพระคุณ แต่หลักการเรื่องการเชื่อฟังยังคงมีความสำคัญต่อชีวิตฝ่ายวิญญาณเสมอ: เสรีภาพต้องมาพร้อมความรับผิดชอบ พระบัญญัติของพระเจ้าเปรียบเสมือนที่รั้วกั้นเหว การไม่เชื่อฟังก็คือการพยายามปีนข้ามรั้วนั้นออกไปหาอันตราย การเชื่อฟังจึงไม่ใช่การถูกจำกัดอิสรภาพ แต่เป็นการอยู่ในที่ที่ปลอดภัยที่สุดของชีวิตทั้งฝ่ายร่างกายและจิตวิญญาณ ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงสถิตในความบริสุทธิ์และทรงเต็มเปี่ยมด้วยความเมตตา ในเวลานี้ข้าพระองค์ขอทูลขอจากส่วนลึกของหัวใจ ขอพระองค์โปรด ประทานใจที่เชื่อฟัง ให้แก่ข้าพระองค์ ขอให้หูของข้าพระองค์ไวต่อเสียงเรียกของพระองค์…

Continue reading

พระเจ้าทรงทดสอบทั้งคนชอบธรรมและคนอธรรม และวิญญาณของพระองค์ทรงเกลียดชังผู้ที่รักความทารุณโหดร้าย – สดุดี 11:5

เมื่อดาวิดกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่อันตรายและถูกคุกคาม แต่ท่านปฏิเสธที่จะหนีไปซ่อนตัว เพราะท่านเชื่อว่าพระเจ้ายังทรงครองสิบบนพระที่นั่งในสวรรค์ เขาเชื่อว่านี้คือการทดสอบสำหรับคนชอบธรรม พระเจ้าทรงอนุญาตให้มีการทดลองใจเกิดขึ้นไม่ใช่เพื่อทำลาย แต่เพื่อ พิสูจน์ความเชื่อ และชำระชีวิตให้บริสุทธิ์ยิ่งขึ้น เช่นกันพระเจ้าทรงเฝ้าดูและตรวจสอบการกระทำของคนชั่ว แต่เป็นการตรวจสอบเพื่อการพิพากษา เพราะวิญญาณของพระองค์ทรงเกลียดชังผู้ที่รักความทารุณโหดร้าย ทุกวันนี้เมื่อเราเผชิญกับปัญหาหรือบททดสอบ ให้ระลึกว่าพระเจ้ากำลังตรวจสอบและสร้างเราอยู่ เหมือนทองคำที่ต้องผ่านไฟ ความยากลำบากไม่ได้แปลว่าพระเจ้าทอดทิ้ง แต่เป็นโอกาสในการเติบโตทางจิตวิญญาณ ซึ่งทุกคนจะต้องผ่านการทดสอบในชีวิตของตนเอง ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงเที่ยงธรรมและสถิตบนพระที่นั่งอันสูงสุด ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงเฝ้าดูและรู้จักชีวิตของข้าพระองค์ในทุกมิติ ในเวลานี้ที่ข้าพระองค์ต้องเผชิญกับบททดสอบและความยากลำบากในชีวิต ขอพระองค์โปรดประทาน สติปัญญาและมุมมองที่ถูกต้อง ให้แก่ข้าพระองค์ เพื่อที่ข้าพระองค์จะไม่มองปัญหาด้วยความหวาดกลัว แต่จะมองด้วยความเชื่อว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นพระองค์ทรงอนุญาต เพื่อชำระจิตใจของข้าพระองค์ให้บริสุทธิ์เหมือนทองคำที่ผ่านการถลุงด้วยไฟ ขอให้ข้าพระองค์มั่นใจในความยุติธรรมของพระองค์เสมอว่า พระองค์ทรงเห็นทุกรายละเอียดและทรงมีความเมตตาที่เที่ยงตรงต่อมนุษย์ทุกคน ไม่ว่าสถานการณ์รอบข้างจะดูวุ่นวายหรือดูไม่เป็นธรรมเพียงใด ขอให้ใจของข้าพระองค์หยุดพักสงบอยู่ในการทรงนำของพระองค์…

Continue reading

“…คนอธรรมจะไม่ยั่งยืนอยู่ได้ เมื่อถึงคราวพระเจ้าทรงพิพากษา หรือคนบาปไม่ยืนยงในที่ชุมนุมของคนชอบธรรม”

ผู้ที่ไม่ดำเนินตามคำแนะนำของคนอธรรม แต่ยินดีในพระธรรมของพระเจ้า เปรียบเหมือนต้นไม้ที่ปลูกริมธารน้ำอันมั่นคง เกิดผล ส่วนคนอธรรมนั้นเปรียบเหมือนแกลบที่เบาบางไม่มีราก ถูกลมพัดไป ไม่มีความมั่นคง และไม่มีที่ยืนในที่สุด ดังนั้น ชีวิตที่ไม่ตั้งอยู่บนพระเจ้า อาจจะมีความสำเร็จในสายตามนุษย์ แต่สุดท้ายจะไม่มั่นคง และเมื่อถึงคราวพระเจ้าทรงพิพากษา วันที่พระเจ้าทรงเปิดเผยความจริง และการตัดสินสุดท้ายของพระเจ้ามาถึง วันนั้นความจริงจะปรากฏ สิ่งที่ซ่อนอยู่จะถูกเปิดเผย แล้วคนบาปจะไม่ยืนยงในที่ชุมนุมของคนชอบธรรม จะไม่สามารถอยู่ร่วมกับความบริสุทธิ์ของพระเจ้าได้อย่างแน่นอน ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงบริสุทธิ์และเที่ยงธรรม ข้าพระองค์เข้ามาอยู่ต่อพระพักตร์ของพระองค์ ด้วยใจที่ถ่อมและสำนึกในพระคุณของพระองค์ พระเจ้าข้า ขอพระองค์ทรงโปรดนำชีวิตของข้าพระองค์ให้ยืนอยู่ในความชอบธรรมของพระองค์ ไม่เอนเอียงไปตามทางของคนอธรรมและไม่หลงไปตามกระแสของโลกนี้ ขอทรงตั้งรากชีวิตของข้าพระองค์ไว้ในพระวจนะของพระองค์ ขอทรงชำระความคิด จิตใจ และการกระทำของข้าพระองค์ให้สะอาดบริสุทธิ์ต่อพระพักตร์ของพระองค์…

Continue reading

“..พระองค์ทรงฟังความปรารถนาของคนอ่อนสุภาพ จะทรงเสริมกำลังใจเขา…”

ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน การยกย่องคนเข้มแข็ง และความวุ่นวาย คนอธรรมที่หยิ่งผยองและข่มเหงผู้ที่ไม่มีทางสู้ ในวันที่เรารู้สึกว่าโลกไม่ยุติธรรม หรือเราเป็นเพียงคนตัวเล็กๆ จะทำอะไรได้ แต่ท่ามกลางความอยุติธรรมนั้น ผู้ที่ถ่อมใจลงต่อพระเจ้า ผู้ที่รู้ตัวว่าตนเองช่วยตัวเองไม่ได้และต้องการพึ่งพาพระองค์ รวมถึงผู้ที่ถูกกดขี่ข่มเหง พระเจ้าทรงฟังความปรารถนา ทรงใส่ใจและสดับฟังเสียงร้องจากส่วนลึกของหัวใจ แม้ว่าเสียงนั้นจะเบาหรือเป็นเพียงความปรารถนาที่ไม่ได้พูดออกมา พระองค์จะทรงให้กำลังภายในเพื่อให้เรายืนหยัดอยู่ได้ท่ามกลางมรสุม เราไม่ต้องตะโกนเพื่อให้เบื้องบนได้ยิน แต่ความจริงใจและการยอมรับความอ่อนแอของตนเองต่างหากที่เชื่อมต่อเรากับพระองค์ พระเจ้าอาจไม่ได้ทรงเปลี่ยนสถานการณ์ภายนอกในทันที แต่พระองค์จะทรงเปลี่ยนสภาพจิตใจของเราให้กล้าหาญและสงบพอที่จะรับมือกับมันได้ เพราะความอ่อนแอของเราไม่ใช่ขีดจำกัดของพระเจ้า แต่เป็นช่องทางที่พระองค์จะทรงสำแดงความรักและกำลังของพระองค์ การสื่อสารกับพระเจ้าด้วยใจที่ถ่อมและสัตย์จริงคือ กุญแจสำคัญที่ทำให้เราได้รับกำลังใจที่โลกนี้ให้ไม่ได้ ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงเปี่ยมด้วยความเมตตา ข้าพระองค์เข้ามาอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ในเวลานี้ ด้วยหัวใจที่ยอมรับว่าข้าพระองค์ต้องการพระองค์มากกว่าสิ่งใด ในโลกที่วุ่นวายและเต็มไปด้วยภาระหนัก ข้าพระองค์ขอถ่อมใจลงต่อหน้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงโปรดสดับฟังความปรารถนาที่อยู่ลึกในใจของข้าพระองค์…

Continue reading