“…พระองค์ไม่ทรงประสงค์ที่จะให้ผู้หนึ่งผู้ใดพินาศเลย แต่ทรงปรารถนาที่จะให้คนทั้งปวงกลับใจเสียใหม่ “

นี่คือหนึ่งในพระลักษณะของพระเจ้า คือ พระองค์ทรงมีพระทัยที่อดทนและทรงปรารถนาให้มนุษย์กลับใจ ไม่ใช่เพื่อให้พินาศ การที่พระองค์ยังทรงอดทน มิได้หมายความว่าพระองค์ทรงล่าช้า แต่เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนกลับมาหาพระองค์ ละทิ้งบาปและหันกลับมาดำเนินชีวิตในทางของพระองค์ ความอดทนของพระเจ้าจึงเป็นพระคุณและโอกาสแห่งความรอดสำหรับมนุษย์ ขอให้เรากลับใจ ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง และอย่าประมาทในพระคุณของพระองค์ สำหรับผู้ที่ได้รับพระคุณแล้วควรมีใจเมตตา อดทน และปรารถนาให้ผู้อื่นได้รับความรอดเช่นเดียวกัน ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรักและพระคุณ ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์สำหรับพระประสงค์อันดีที่ทรงมีต่อข้าพระองค์ทั้งหลาย และสำหรับความรอดที่พระองค์ทรงประทานผ่านทางพระเยซูคริสต์ ขอพระองค์ทรงเปลี่ยนแปลงจิตใจของข้าพระองค์ ให้เป็นผู้ที่ไวต่อพระคุณของพระองค์ ไวต่อพระสุรเสียงของพระองค์ และไวต่อการทรงเรียกของพระองค์ ขอทรงอย่าให้ข้าพระองค์มีใจแข็งกระด้างหรือเพิกเฉยต่อสิ่งที่พระองค์ทรงกำลังตรัสและทรงนำในชีวิต ขอทรงสอนให้ข้าพระองค์รู้จักฟัง เชื่อฟัง และดำเนินตามพระประสงค์ของพระองค์ด้วยใจถ่อมสุภาพ เมื่อพระองค์ทรงเรียก ขอให้ข้าพระองค์พร้อมตอบสนองด้วยความเชื่อและความไว้วางใจ ขอพระองค์ทรงนำทาง…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2026 “ความจริงหรือความปลอดภัย”

มัทธิว 21:23-27 – เมื่อพระองค์เสด็จเข้าไปในบริเวณพระวิหาร ในเวลาที่ทรงสั่งสอนอยู่ พวกมหาปุโรหิตและพวกผู้ใหญ่ของประชาชนมาหาพระองค์ ทูลถามว่า “ท่านมีสิทธิอันใดจึงได้ทำเช่นนี้ ใครให้สิทธิแก่ท่าน” พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “เราจะถามท่านทั้งหลายสักข้อหนึ่งเหมือนกัน ถ้าท่านตอบได้ เราจะบอกท่านว่าเรากระทำการนี้โดยสิทธิอันใดคือบัพติศมาของยอห์นนั้นมาจากไหน มาจากสวรรค์หรือจากมนุษย์” เขาได้ปรึกษากันว่า “ถ้าเราจะว่า ‘มาจากสวรรค์’ ท่านจะถามเราว่า ‘เหตุไฉนจึงไม่เชื่อยอห์นเล่า’ แต่ถ้าเราจะว่า ‘มาจากมนุษย์’ ก็กลัวประชาชน เพราะประชาชนทั้งปวงถือว่ายอห์นเป็นผู้เผยพระวจนะ” เขาจึงทูลตอบพระเยซูว่า “พวกข้าพเจ้าไม่ทราบ” พระองค์จึงตรัสกับเขาว่า “เราจะไม่บอกท่านทั้งหลายเหมือนกันว่า เรากระทำการนี้โดยสิทธิอันใด” ผู้นำทางศาสนาในเรื่องนี้กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากใจ พวกเขาต้องการทราบว่าใครเป็นผู้ส่งพระเยซูมาปฏิบัติภารกิจของพระองค์…

Continue reading

“…ฉะนั้นเราทุกคนจะต้องทูลเรื่องราวของตัวเองต่อพระเจ้า”

มีสิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นกับมนุษย์ทุกคนไม่เว้นสักคนเดียว คือ มนุษย์ทุกคนต้องยืนอยู่ต่อหน้าพระเจ้าเพื่อรายงานการกระทำของตนเอง โดยไม่มีใครสามารถแก้ตัว โยนความผิด หรืออาศัยความชอบธรรมของผู้อื่นมาบังหน้าได้เลย ข้อความนี้เป็นคำเตือนสติให้เราหยุดการวิพากษ์วิจารณ์ สอดส่อง หรือพิพากษาชีวิตของพี่น้อง เพราะแต่ละคนมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบชีวิตและความเชื่อของตนต่อพระองค์โดยตรง การตระหนักถึงวันแห่งการพิพากษาจากพระเจ้า ให้เราเปลี่ยนแปลงท่าทีในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา ให้หันมาสำรวจจิตใจ คำพูด และการกระทำของตนเองมากกว่าจับผิดผู้อื่น ใช้ชีวิตด้วยความยำเกรงพระเจ้า ความถ่อมใจ และความรัก เพื่อที่ในวันที่ต้องทูลรายงานเรื่องราวของตนเองต่อพระองค์ เราจะสามารถรายงานด้วยความยินดีและความภาคภูมิใจในชีวิตที่ได้เดินตามพระประสงค์ของพระองค์อย่างแท้จริง ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงอุดมด้วยพระคุณและการให้อภัย ขอพระองค์ทรงโปรดประทานสายตา ความคิด และวิถีชีวิตตามแบบอย่างของพระองค์แก่ข้าพระองค์ เพื่อให้ข้าพระองค์มีหัวใจที่พร้อมจะให้อภัยผู้อื่นอย่างล้นเหลือเหมือนอย่างที่พระองค์ทรงให้อภัยข้าพระองค์เสมอมา ขอพระองค์ทรงช่วยให้ข้าพระองค์จดจ่อและให้ความสำคัญกับการสำรวจการกระทำ ความประพฤติ และท่าทีในจิตใจของตนเอง เพื่อให้ทุกวิถีชีวิตดำเนินไปอย่างถูกต้องตามพระประสงค์ของพระองค์…

Continue reading