“พระองค์ทรงเปิดหิน และน้ำก็ไหลออกมา มันไหลไปเป็นแม่น้ำในที่แห้งแล้ง”
หินเป็นสิ่งที่แข็ง ปิดทึบ ไม่มีชีวิต แต่พระเจ้าทรงสามารถเปิด หรือทำให้แตกได้ และมากไปกว่านั้น พระเจ้าทรงเปิดหินแล้วให้น้ำไหลออกมาซึ่งเป็นสิ่งที่ยากยิ่งสำหรับมนุษย์ ในถิ่นกันดารที่แห้งแล้ง น้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อชีวิต แต่พระเจ้าทรงทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้คือ ทำให้น้ำไหลออกจากหิน มากกว่านั้นก็คือ จากจุดนี้พระองค์ทรงกระทำให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของสายน้ำหรือแม่น้ำที่นำความอุดมสมบูรณ์ไปสู่ประชากรของพระองค์ พระองค์ทรงเปลี่ยนความกันดารให้กลายเป็นความอุดมสมบูรณ์ ทรงเปลี่ยนจากความขาดแคลนสู่ความบริบูรณ์ จากความสิ้นหวังสู่ความหวัง พระเจ้าทรงมีฤทธิ์อำนาจที่จะนำชีวิตและความอุดมสมบูรณ์ออกมาจากสิ่งที่ดูเหมือนไม่มีทางเป็นไปได้ พระองค์ทรงสามารถเปลี่ยนความแห้งแล้งให้กลายเป็นแหล่งน้ำแห่งชีวิต ทั้งในด้านร่างกายและจิตวิญญาณของผู้ที่มาหาพระองค์เพื่อจะได้รับชีวิตและความอิ่มเอมฝ่ายจิตวิญญาณได้อย่างแน่นอน ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงบริสุทธิ์และทรงเปี่ยมด้วยความเมตตา ข้าพระองค์เข้ามาต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ในเวลานี้ ยอมรับว่าในบางครั้งชีวิตของข้าพระองค์ได้ปล่อยให้ความกังวล ความโกรธเคือง หรือความหยิ่งผยอง ทำให้จิตใจของข้าพระองค์กลายเป็นใจหินที่ด้านชาและกระด้างต่อเสียงเรียกของพระองค์ ขอทรงเปลี่ยนใจหินของข้าพระองค์ ขอให้พระองค์ทรงนำใจหินที่แข็งกระด้างนี้ออกไป และทรงประทานใจเนื้อ ใจแห่งการเชื่อฟังและใจที่ตอบสนองต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้แก่ข้าพระองค์แทน…





