“แต่ผู้ใดจะไม่ยอมรับเราต่อหน้ามนุษย์ เราก็จะไม่ยอมรับผู้นั้นเฉพาะพระพักตร์พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์ด้วย”

การยอมรับ เป็นการแสดงการรับรู้ เข้าใจ ยินยอมว่าเป็นความจริง ส่วนการยอมรับต่อหน้าเป็นการแสดงการยอมรับหรือประกาศยอมรับอย่างเปิดเผยต่อหน้าผู้อื่น หรือในที่สาธารณะไม่ได้ปิดบังหรือซ่อนเร้น โดยการยอมรับความจริง การยอมรับความสัมพันธ์ การยอมรับในความเชื่อ และการยอมรับความผิด การยอมรับนั้นสามารถทำได้ทั้งตัวต่อตัว หน้าต่อหน้า และต่อหน้าบุคคลอื่นหรือที่เรียกว่าต่อหน้ามวลชน ซึ่งจะมีน้ำหนักที่มากเพราะมีผู้ที่เป็นพยานในการยอมรับอย่างชัดเจน การยอมรับพระคริสต์นั้นพระเจ้าทรงปรารถนาให้มนุษย์ยอมรับพระองค์ทั้งเป็นการส่วนตัวหน้าต่อหน้ากับพระองค์ และยอมรับพระองค์ต่อหน้าคนทั้งปวงด้วย ซึ่งพระองค์ก็จะทรงยอมรับผู้นั้นด้วยพระนามของพระองค์และต่อพระพักตร์ของพระบิดาเช่นกัน ข้าแต่พระเจ้า พระบิดาผู้ทรงสถิตในสวรรค์ ข้าพระองค์ขอยอมรับว่าข้าพระองค์เป็นคนบาป ต้องการความรอดจากพระองค์ ในวันนี้ข้าพระองค์ขอเปิดประตูใจยอมรับพระเยซูคริสต์ให้ทรงเป็นพระเจ้าและเป็นองค์พระผู้ช่วยให้รอดในชีวิตของข้าพระองค์ ข้าพระองค์เชื่อว่าพระองค์ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อไถ่บาปผิดของข้าพระองค์และมนุษย์ทุกคน ทรงฟื้นคืนพระชนม์เพื่อให้ข้าพระองค์ทั้งหลายมีชีวิตใหม่ในพระองค์ ในเวลานี้ ข้าพระองค์ขอประกาศตัวเป็นสาวก เป็นผู้เชื่อ และเป็นผู้ติดตามพระองค์ ขออัญเชิญพระองค์เสด็จขึ้นครองบัลลังก์ในใจ ให้พระองค์ทรงเป็นเจ้าเหนือชีวิตของข้าพระองค์แต่เพียงผู้เดียว…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม 2026 “แสดงละครและความเป็นจริง”

มัทธิว 27:24-26 – เมื่อปีลาตเห็นว่าไม่ได้การ มีแต่จะเกิดวุ่นวายขึ้นก็เอาน้ำล้างมือต่อหน้าหมู่ชน แล้วว่า “เราไม่มีผิดด้วยเรื่องความตายของคนนี้ เจ้ารับธุระเอาเองเถิด” บรรดาหมู่ชนเรียนว่า “ให้ความผิดด้วยเรื่องความตายของเขาตกอยู่แก่เรา ทั้งบุตรของเราด้วย” ท่านจึงปล่อยบารับบัสให้เขา และเมื่อให้โบยตีพระเยซูแล้วก็มอบให้ตรึงไว้ที่กางเขน ปีลาตกำลังแสดงละครโดยการล้างมือจากเลือดของพระเยซูอย่างแท้จริง เขาพยายามที่จะแยกตัวเองออกจากสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้ แน่นอนว่ามันไร้สาระ ปีลาตเป็นเพียงคนเดียวที่มีอำนาจตามกฎหมายในการฆ่าพระเยซู และทุกคนก็รู้เรื่องนั้นดี ฝูงชนก็แสดงท่าทางเกินไปด้วยถ้อยคำที่มากเกินจริงเช่น “ให้ความผิดด้วยเรื่องความตายของเขาตกอยู่แก่เรา ทั้งบุตรของเราด้วย!” พวกเขาไม่ได้หมายความอย่างนั้นจริงๆ พวกเขาแค่ต้องการให้ปีลาตดำเนินการต่อไป พวกเขายอมรับผิดชอบต่อการตายของพระเยซูเพราะมั่นใจว่าจะไม่มีการพิพากษาใดๆ ไม่มีใครจะบังคับให้พวกเขาชดใช้ความชั่วร้ายที่พวกเขากระทำ แต่พระเยซูไม่ได้ทรงแสดงละครเลย พระองค์ทรงเป็นจริง พระองค์ทรงกระทำความจริงด้วยทุกย่างก้าวที่เจ็บปวด และทุกหยดโลหิตที่ทรงหลั่ง พระองค์ทรงทราบว่าสิ่งที่พระองค์ทรงทำจะช่วยทุกคนที่วางใจในพระองค์ให้รอดพ้นจากอำนาจของบาป…

Continue reading

“ถ้าเจ้าทำดี เจ้าก็จะเป็นที่ยอมรับไม่ใช่หรือ ถ้าเจ้าทำไม่ดี บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู อยากตะครุบเจ้า เจ้าจะต้องเอาชนะบาปนั้น”

“ถ้าเจ้าทำดี เจ้าก็จะเป็นที่ยอมรับไม่ใช่หรือ” เป็นพระดำรัสที่พระเจ้าทรงตรัสกับคาอิน หลังจากที่เขาโกรธแค้นที่เครื่องบูชาของเขาไม่ได้รับการยอมรับเท่ากับของอาแบลผู้น้อง ในบริบทนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการกระทำภายนอก แต่หมายถึงท่าทีของใจที่ถูกต้องต่อพระเจ้า พระเจ้าทรงมองเห็นแรงจูงใจเบื้องหลังการกระทำเสมอ เช่นกัน “ถ้าเจ้าทำไม่ดี บาปก็หมอบอยู่ที่ประตู” บาป ในที่นี้ได้ถูกเปรียบเปรยเหมือนสัตว์ร้ายที่หิวโหย ที่แอบซุ่มรอจังหวะอยู่หน้าประตูบ้าน เมื่อเราเริ่มบ่มเพาะความคิดที่ไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นความโกรธ การริษยา ความโลภ เรากำลังเปิดประตูแง้มไว้ บาปไม่ได้อยู่ไกลเลย แต่มันจดจ้องจะตะครุบและควบคุมชีวิตของเราทันทีที่เราเผลอตัวทำตามอารมณ์นั้น ซึ่งเป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคลของตัวเรา เราไม่สามารถโทษสิ่งแวดล้อมหรือผู้อื่นได้เมื่อเราเลือกทำผิด เพราะประตูบานนั้นเราเป็นคนเปิดหรือปิดเอง ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงสูงสุด ข้าพระองค์เข้ามาเฝ้าพระองค์ด้วยหัวใจถ่อม ยอมรับความจริงว่า โดยกำลังของข้าพระองค์เอง ข้าพระองค์ไม่อาจมีชัยเหนือความบาปได้ บ่อยครั้งที่บาปนั้นหมอบอยู่ที่ประตูใจของข้าพระองค์ มันทั้งหนักและรุนแรงเกินกว่าที่เรี่ยวแรงอันน้อยนิดของข้าพระองค์จะปิดประตูนั้นเองได้…

Continue reading

“เพราะพระองค์เองได้ทรงทนทุกข์และถูกทดลอง พระองค์จึงทรงสามารถช่วยผู้ที่ถูกทดลองได้”

“ต้องมีประสบการณ์ตรงก่อนจึงจะช่วยผู้อื่นได้” เช่น เข้าใจนะว่าหิวเป็นยังไง ถ้าเขาไม่เคยขาดแคลนอาหารเลย คำพูดนั้นอาจจะดูว่างเปล่า แต่สำหรับพระเยซู การที่พระองค์ทรงรับสภาพมนุษย์ ทรงยอมทนทุกข์ ทรงผ่านการทดลองไม่ว่าจะเป็นในด้านความเจ็บปวด ทรงถูกเฆี่ยนตีและตรึงกางเขน ทรงรู้จักความหิวและความเหนื่อยล้า เพราะพระองค์ทรงดำเนินชีวิตแบบมนุษย์ธรรมดาทรงร้องไห้เมื่อเพื่อนรักเสียชีวิต และทรงถูกหักหลังโดยคนใกล้ชิด ผ่านการทดลองแล้วมีชัยชนะเหนือการทดลองโดยไม่ทรงทำบาปจึงพิสูจน์ว่า ในฐานะผู้ที่เคยเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆ เหล่านี้มาแล้วและรู้วิธีเอาชนะ ดังนั้นคำแนะนำของพระองค์จึงมีน้ำหนักและเป็นจริงอย่างแน่นอน ตามพระวจนะที่ว่าพระองค์ไม่ได้ทรงเป็นมหาปุโรหิตที่ไม่สามารถจะเห็นใจในความอ่อนแอของเราได้ แต่ทรงเคยถูกทดลองใจเหมือนอย่างเราทุกประการ ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยังทรงปราศจากบาป ข้าแต่พระบิดาเจ้า ผู้ทรงบริสุทธิ์และทรงพระสิริ พระเยซูคริสต์พระบุตรผู้ทรงได้รับชัยชนะเหนือโลกนี้ พระองค์เจ้าข้า ขอบพระคุณพระองค์ที่พระเยซูคริสต์พระบุตรทรงผ่านความทุกข์ลำบาก การทดลอง และความเจ็บปวดนานัปการมาแล้ว พระองค์ทรงเข้าใจความอ่อนแอของข้าพระองค์ เพราะพระองค์เองทรงถูกทดลองในทุกอย่างมามากกว่าที่ข้าพระองค์เผชิญอยู่ในเวลานี้ พระองค์ทรงมีชัยชนะ…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันพุธที่ 18 มีนาคม 2026 “ไม่มีกษัตริย์นอกจากซีซาร์”

ยอห์น 19:12-16 – ตั้งแต่นั้นไป ปีลาตก็หาโอกาสที่จะปล่อยพระองค์ แต่พวกยิวร้องอึงว่า “ถ้าท่านปล่อยชายคนนี้ ท่านก็ไม่ใช่มิตรของซีซาร์ ทุกคนที่ตั้งตัวเป็นกษัตริย์ก็เป็นปฏิปักษ์ต่อซีซาร์” เมื่อปีลาตได้ยินดังนั้น ท่านจึงพาพระเยซูออกมา แล้วนั่งบัลลังก์พิพากษา ณ ที่เรียกว่า ลานปูศิลา ภาษาฮีบรูเรียกว่ากับบาธา วันนั้นเป็นวันเตรียมปัสกา เวลาประมาณเที่ยง ท่านพูดกับพวกยิวว่า “นี่คือกษัตริย์ของท่านทั้งหลาย” เขาทั้งหลายร้องอึงว่า “เอาเขาไปเสีย เอาเขาไปเสีย ตรึงเขาเสียที่กางเขน” ปีลาตพูดกับเขาว่า “ท่านจะให้เราตรึงกษัตริย์ของท่านทั้งหลายที่กางเขนหรือ” พวกมหาปุโรหิตตอบว่า “เว้นแต่ซีซาร์แล้วเราไม่มีกษัตริย์” แล้วปีลาตก็มอบพระองค์ให้เขาพาไปตรึงที่กางเขน ช่างเป็นเรื่องน่ากลัวที่ต้องยอมรับ…

Continue reading