จงรักษาใจของเจ้าด้วยความระวังระไวรอบด้านเพราะชีวิตเริ่มต้นออกมาจากใจ – สุภาษิต 4:23

หัวใจของชีวิตฝ่ายวิญญาณเริ่มต้นมาจากภายใน การแสวงหาปัญญา หลีกเลี่ยงความชั่วแล้วเดินในทางที่ถูกต้อง เป็นสิ่งจำเป็นในการดำเนินชีวิต แต่สิ่งที่จำเป็นกว่าคือ การมีหัวใจที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการมีจิตใจตามอย่างน้ำพระทัยของพระเจ้าที่ปรากฏในองค์พระเยซูคริสต์เจ้าก็จะทำให้มีชีวิตถูกต้องตามพระประสงค์ของพระเจ้า ดังนั้น พระเจ้าจึงทรงสั่งเราว่า จงรักษาใจของเจ้า อันหมายรวมถึงความคิด ความรู้สึก เจตนา การตัดสินใจ โดยมีพระเยซูทรงเป็นศูนย์กลางควบคุมชีวิตอยู่เสมอ เป็นการเฝ้าระวัง ปกป้อง ไม่ปล่อยปละละเลย ไม่ประมาท ระวังสิ่งที่เข้ามาในชีวิตเสมอ เพราะว่าชีวิตเริ่มต้นออกมาจากใจ เมื่อใดก็ตามที่ไม่สามารถควบคุมจิตใจให้เป็นไปตามพระวจนะของพระเจ้าได้แต่เป็นไปตามปรารถนาของตนเอง เมื่อนั้นความผิดพลาดผิดบาปก็จะเกิดขึ้นตามมา ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงบริสุทธิ์และทรงห่วงใยชีวิตของข้าพระองค์ ขอพระองค์ทรงปกป้อง ดูแล และรักษาใจของข้าพระองค์ให้อยู่ในทางของพระองค์ และไม่เอนเอียงไปจากน้ำพระทัยของพระองค์ ขอพระองค์ทรงประทานสติและความระวังระไวให้ข้าพระองค์ใส่ใจในการดูแลจิตใจภายในของตนเอง…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันจันทร์ที่ 15 มิถุนายน 2026 “พระนามของพระองค์”

สดุดี 91:14-16 – เพราะเขาผูกพันกับเราด้วยความรัก เราจะช่วยกู้เขา เราจะป้องกันเขาไว้ เพราะเขารู้จักนามของเรา เมื่อเขาร้องทูลเรา เราจะตอบเขา เราจะอยู่กับเขาในยามลำบาก เราจะช่วยเขาให้พ้นและให้เกียรติเขา เราจะให้เขาอิ่มใจด้วยชีวิตยืนยาว และสำแดงความรอดของเราแก่เขา “เขารู้จักนามของเรา” ด้วยถ้อยคำเหล่านั้น ผู้เขียนสดุดีไม่ได้ยินดีในความจริงที่ว่าพระเจ้าทรงรู้จักชื่อของท่าน แม้ว่านั่นจะเป็นความจริงก็ตาม นี่คือถ้อยคำจากพระเจ้าเองที่แสดงถึงความยินดีในผู้ที่วางใจในพระองค์และรู้จักพระนามอันบริสุทธิ์ของพระองค์ แต่สำหรับหลายคนในปัจจุบัน พระนามของพระเจ้ายังคงไม่เป็นที่รู้จัก บางคนจินตนาการถึง “พระเจ้า” ว่าเป็นพลังที่ไร้นามหรือพลังจักรวาล บางคนชอบที่จะรักษาระยะห่างจากพระเจ้า เขาไม่ต้องการรู้จักพระนามของพระองค์ แต่เรียกหาพระองค์ก็ต่อเมื่อเขาต้องการบางสิ่งจากพระองค์เท่านั้น ทุกคนที่บูชาเทพเจ้าที่ไร้นามเหล่านี้ได้นำ “ความจริงเรื่องพระเจ้ามาแลกกับความเท็จ” (โรม 1:25ก)…

Continue reading

ธรรมชีวิตประจำวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2026 “ฟังเถิด เสียงเรียกร้องของพระเยซู”

“อย่าให้ผู้ใดได้ยินท่านพูดอย่างเกียจคร้านว่า ‘ไม่มีสิ่งใดที่ข้าพเจ้าทำได้’ ในขณะที่ผู้คนมากมายกำลังจะตาย และพระอาจารย์ทรงเรียกท่าน จงรับเอาภารกิจที่พระองค์ทรงมอบหมายให้อย่างยินดี ขอให้งานของพระองค์เป็นความสุขของท่าน จงรีบตอบเมื่อพระองค์ทรงเรียกขานว่า ‘ข้าฯ อยู่ที่นี่ โปรดส่งข้าฯ ไป โปรดส่งข้าฯ ไป’” องค์พระผู้เป็นเจ้าทอดพระเนตรมองดูทุ่งนาที่เหลืองอร่ามและรอคอยการเก็บเกี่ยว ผู้คนที่พระองค์เสด็จมาช่วยให้รอดจำเป็นต้องได้ยินข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า “แต่คนงานยังน้อยอยู่” (ลูกา 10:2ข) พระผู้ช่วยให้รอดทรงเรียกถามว่า “ใครจะไปและทำงานในวันนี้” เพราะลังเลที่จะเป็นพยานบางครั้งเราตอบว่า “ข้าพเจ้าทำอะไรไม่ได้หรอก” เมื่อเราตอบเช่นนั้น เราพบว่าไม่ใช่เราคนเดียวที่ลังเลเช่นนี้ เพราะอย่างน้อยในตอนเริ่มต้นวิสุทธิชนหลายคนก็เคยตอบการทรงเรียกขององค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยคำตอบที่คล้ายกันกับของเราว่า “ข้าพเจ้าทำอะไรไม่ได้หรอก” เมื่อได้รับการทรงเรียกให้นำประชากรของพระเจ้าออกจากความเป็นทาส โมเสสผู้ซึ่งเป็นคนพูดไม่คล่องแคล่วทูลตอบเพียงว่า “โปรดใช้ผู้อื่นไปเถิด” (อพยพ…

Continue reading