“เราจะทูลขอพระบิดา และพระองค์จะประทานผู้ช่วยอีกผู้หนึ่งให้แก่ท่าน เพื่อจะได้อยู่กับท่านตลอดไป”

“เราจะอยู่กับท่านตลอดไป” เป็นคำสัญญาที่พระองค์ทรงตรัสกับสาวกก่อนการสิ้นพระชนม์ เพื่อเตรียมใจพวกเขาสำหรับการจากไปของพระองค์ อย่างไรก็ตาม พระองค์จะทรงประทานผู้ช่วยอีกผู้หนึ่งให้แก่เราเพื่อจะได้อยู่กับเราตลอดไป พระเยซูทรงแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่าง พระบิดา พระบุตร (พระเยซู) และพระวิญญาณบริสุทธิ์ โดยมีพระเยซูทรงเป็นผู้กลางที่ทูลขอพระบิดาเพื่อผู้เชื่อ ซึ่งหมายถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อทรงอยู่กับผู้เชื่อตลอดไป ซึ่งแสดงว่าพระเจ้าพระบิดา พระเจ้าพระเยซู และพระเจ้าพระวิญญาณจะทรงสถิตอยู่กับทุกคนที่เชื่อวางใจในพระเยซูนั่นเอง ข้าแต่พระบิดาเจ้า ผู้ทรงสถิตในสวรรค์ ข้าพระองค์ทั้งหลายเข้ามาต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ด้วยใจที่หิวกระหายและเชื่อวางใจในความรักมั่นคงของพระองค์ ขอทรงโปรดนำข้าพระองค์ที่จะรับพระวิญญาณตามที่พระเยซูพระบุตรทรงสัญญาไว้ว่าจะไม่ละทิ้งข้าพระองค์ทั้งหลาย บัดนี้ ขอทรงโปรดประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์เข้ามาทรงสถิตอยู่ท่ามกลางชีวิตและภายในข้าพระองค์ทั้งหลายอย่างเต็มล้น ขอการสัมผัสแห่งพระเจ้าในองค์ตรีเอกภาพ ขอให้พระสิริและการทรงสถิตของพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ผูกพันข้าพระองค์ทั้งหลายไว้เป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ ขอให้ข้าพระองค์ได้สัมผัสถึงความอบอุ่น สันติสุข และความบริสุทธิ์ที่มาจากพระองค์อย่างแท้จริง ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเปิดตาใจของข้าพระองค์เพื่อให้เห็นการทรงนำในทุกย่างก้าวของชีวิต ขอให้ข้าพระองค์สามารถดำเนินชีวิตตามน้ำพระทัยและพระสัญญาที่พระองค์ทรงประทานไว้…

Continue reading

“เอานิ้วของท่านแยงที่นี่ และดูที่มือของเรา ยื่นมือของท่านออกมาคลำที่สีข้างของเรา อย่าสงสัยเลย แต่จงเชื่อ”

หลังจากพระองค์ทรงฟื้นคืนพระชนม์แล้ว และทรงปรากฏต่อสาวก แต่โธมัสไม่เชื่อคำบอกเล่าของสาวกท่านอื่น พระเยซูทรงเข้าใจความสงสัยของเขาและมนุษย์ทุกคนแทนที่พระเยซูจะตำหนิ พระองค์กลับทรงเข้าหาและตอบคำถามของเขาโดยตรง แสดงว่าพระเจ้าทรงรู้และเข้าใจความสงสัยของมนุษย์และทรงพร้อมช่วยให้เราก้าวพ้นความสงสัยนั้น พระองค์ทรงสำแดงหลักฐานของการฟื้นคืนพระชนม์โดยทรงชี้ให้เห็นพระหัตถ์ที่มีรอยตะปู สีข้างที่ถูกแทง นี่เป็นหลักฐานว่าพระองค์ที่ถูกตรึงกางเขน และพระองค์ผู้นั้นเดียวกันกับผู้ที่ฟื้นขึ้นมา พระเยซูทรงเปิดโอกาสให้โธมัสเห็นและสัมผัสพระองค์ เพื่อยืนยันความจริงของการฟื้นคืนพระชนม์ และทรงเรียกเขาให้ละความสงสัยและเข้าสู่ความเชื่ออย่างเต็มใจ เราเองก็เช่นกัน ข้าแต่พระเจ้าผู้สูงสุด ข้าพระองค์เข้ามาอยู่ต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ในเวลานี้ ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงโปรดสัมผัสจิตใจและทรงชำระล้างความกังวล หรือข้อสงสัยใดๆ ที่เคยปิดบังใจของข้าพระองค์ให้มลายสิ้นไป ขอให้หัวใจของข้าพระองค์เปิดออกยอมรับด้วยความชื่นชมยินดีว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย พระองค์ทรงมีชัยชนะเหนือความบาปและอำนาจแห่งความตายอย่างเด็ดขาด ขอให้ความจริงนี้ฝังรากลึกลงในจิตวิญญาณของข้าพระองค์ จนไม่มีสิ่งใดจะสั่นคลอนได้ ข้าพระองค์ขอสารภาพด้วยปากและเชื่อด้วยสุดใจว่าพระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้า พระองค์ทรงเป็นองค์พระผู้ช่วยให้รอดเพียงผู้เดียวของข้าพระองค์ตลอดไป ข้าพระองค์อธิษฐานในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า อาเมน “เอานิ้วของท่านแยงที่นี่ และดูที่มือของเรา…

Continue reading

“พระเจ้าได้ทรงบันดาลให้พระองค์คืนพระชนม์ ด้วยทรงกำจัดความเจ็บปวดแห่งความตายเสีย เพราะว่าความตายจะครอบงำพระองค์ไว้ไม่ได้ “

ความเจ็บปวดและความตายครอบงำมนุษย์ทุกคน ตั้งแต่การล้มลงในความบาปของมนุษย์ครั้งแรก ความบาปได้เข้ามาในโลก ผลของความบาปคือ ความทุกข์ ความเจ็บปวด ความเสื่อมสลายของชีวิต และความตาย มนุษย์ทุกคนจึงอยู่ภายใต้ความจริงนี้ ไม่มีใครหลีกเลี่ยงความตายทางร่างกายได้ แต่ความตายไม่สามารถครอบงำพระเยซูได้ แม้พระองค์จะทรงรับสภาพมนุษย์และยอมรับความทุกข์ รวมทั้งการสิ้นพระชนม์บนกางเขน แต่ความตายไม่สามารถครอบงำพระองค์ไว้ได้ พระองค์ทรงฟื้นคืนพระชนม์ในวันที่สาม ทรงสำแดงว่าความตายไม่มีอำนาจเหนือพระองค์ พระองค์ทรงมีอำนาจเหนือชีวิตและความตาย การเป็นขึ้นมาของพระเยซูไม่ใช่เป็นเพียงการอัศจรรย์ แต่เป็นชัยชนะฝ่ายจิตวิญญาณต่างหาก ความบาปถูกชำระ อำนาจของความตายถูกทำลาย ความหวังใหม่เกิดขึ้นสำหรับมนุษย์ทุกคนที่เชื่อในพระองค์ ข้าแต่พระเจ้าผู้สูงสุด ข้าพระองค์เข้ามาอยู่ต่อหน้าพระพักตร์พระองค์ด้วยใจที่ถ่อมลง ขอบพระคุณพระองค์สำหรับความรักมั่นคงที่ทรงมีต่อข้าพระองค์ ข้าพระองค์ทูลขอในพระนามของพระเยซูคริสต์พระบุตร ผู้ทรงมีชัยเหนือความตายและอุมงค์ที่ฝังร่างของพระองค์ไว้ ขอพระองค์ทรงโปรดกำจัดความเจ็บปวด ความเศร้าโศก และความตายทั้งสิ้น…

Continue reading

“จงละความกระวนกระวายของท่านไว้กับพระองค์ เพราะว่าพระองค์ทรงห่วงใยท่านทั้งหลาย”

ความกระวนกระวายไม่ได้ช่วยอะไร แต่ความห่วงใยจากพระเจ้าทรงช่วยได้ เมื่อเรามอบทุกสิ่งไว้ให้พระองค์ เพราะความกระวนกระวายไม่สามารถแก้ปัญหาได้ความกังวล จะต่ออายุของคนให้ยาวขึ้นสักเล็กน้อยก็ไม่ได้ ความกังวลไม่ได้เพิ่มทางออกแต่เพิ่มทางตัน ทำให้ใจอ่อนล้าและสับสน แต่พระเจ้าทรงห่วงใยมนุษย์มากยิ่งนัก การมอบทุกสิ่งไว้กับพระเจ้า ด้วยการอธิษฐานขอทางออกผ่านความไว้วางใจ ผ่านการยอมให้พระเจ้าทรงนำทาง เพราะรู้ว่าพระเจ้าทรงควบคุมทุกสิ่ง ความกระวนกระวายก็จะหายไปแล้วพบทางออกจากพระเจ้าแน่นอน ข้าแต่พระเจ้า พระผู้ทรงรักและห่วงใยข้าพระองค์ ในเวลาที่หัวใจของข้าพระองค์เต็มไปด้วยความว้าวุ่น สับสน กระวนกระวาย ข้าพระองค์ขอวางภาระและความกังวลทุกอย่างไว้ที่พระบาทของพระองค์ ขอทรงเปลี่ยนความหวั่นไหวให้เป็นความเชื่อ ขอทรงเปลี่ยนความสับสนให้เป็นความกระจ่างแจ้ง ขอพระองค์ทรงเติมสันติสุขที่เกินความเข้าใจลงในจิตใจของข้าพระองค์ ขอทรงอย่าให้ความคิดจิตใจข้าพระองค์จดจ่อที่ขนาดของปัญหา แต่ขอทรงให้จิตใจของข้าพระองค์จดจ่อที่ความรัก พระสัญญา และความห่วงใยของพระองค์ที่มีต่อข้าพระองค์เสมอมา ข้าพระองค์เชื่อว่าไม่มีสิ่งใดที่ยากเกินไปสำหรับพระองค์ และในความอ่อนแรงของข้าพระองค์ พระคุณของพระองค์นั้นมีเพียงพอเสมอ ขอชีวิตของข้าพระองค์อยู่ในความห่วงใยของพระองค์ตลอดไป…

Continue reading

พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เพราะท่านได้เห็นเราท่านจึงเชื่อหรือ ผู้ที่ไม่เห็นเราแต่เชื่อก็เป็นสุข”

หลังจากที่เขาได้เห็นพระเยซูผู้ทรงฟื้นคืนพระชนม์ พระองค์ได้ทรงสำแดงให้สาวกเห็นความแตกต่างระหว่างความเชื่อที่เกิดจากการเห็นกับความเชื่อที่เกิดจากความไว้วางใจว่าเห็นด้วยตาแล้วจึงเชื่อเป็นธรรมชาติของมนุษย์ โดยปกติแล้วมนุษย์มักจะเชื่อสิ่งที่ตนเองเห็นหรือพิสูจน์ได้ โธมัสก็มีท่าทีเช่นเดียวกันเขาบอกว่า หากไม่ได้เห็นรอยตะปูและไม่ได้แตะต้องพระองค์ เขาจะไม่เชื่อ นี่เป็นลักษณะธรรมดาของมนุษย์ แต่พระเยซูทรงสอนว่า ยังมีความเชื่ออีกระดับหนึ่งที่ลึกกว่าคือ เชื่อแม้ยังไม่ได้เห็น ความเชื่อนี้เกิดจากความไว้วางใจในพระเจ้า เชื่อพระวจนะของพระองค์ เชื่อและยอมรับความจริงฝ่ายจิตวิญญาณ ผู้เชื่อในยุคต่อมาส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นพระเยซูด้วยตา แต่เชื่อจากพระวจนะและพยานหลักฐาน และพระองค์ทรงเรียกผู้เชื่อแบบนี้ว่า ผู้ที่เป็นสุข ข้าแต่พระเจ้า พระผู้ทรงพระชนม์อยู่ ข้าพระองค์เข้ามาต่อเบื้องพระพักตร์พระองค์ด้วยหัวใจปรารถนาที่จะรู้จักพระองค์ให้มากยิ่งขึ้น ขอพระองค์ทรงโปรดเมตตาเปิดตาใจฝ่ายวิญญาณของข้าพระองค์ ทรงให้ข้าพระองค์ได้สัมผัสและมองเห็นพระสิริและความรักของพระองค์ที่รายล้อมอยู่รอบตัวข้าพระองค์ แม้ในยามที่ดวงตาเนื้อหนังของข้าพระองค์มองไม่เห็นหนทาง แต่ขอทรงให้จิตวิญญาณของข้าพระองค์มั่นใจในการสถิตอยู่ของพระองค์เสมอ ขอทรงโปรดประทานความเชื่อที่มั่นคงให้แก่ข้าพระองค์ เป็นความเชื่อที่ไม่สั่นคลอนไปตามสิ่งที่มองเห็นด้วยสายตามนุษย์ แต่เป็นความเชื่อที่วางใจในพระสัญญาและพระลักษณะของพระองค์อย่างสุดหัวใจ เป็นหวังใจ เป็นความมั่นใจว่าสิ่งที่ข้าพระองค์ยังไม่เห็นนั้นมีจริง ขอทรงให้ความวางใจในพระองค์ปลดปล่อยข้าพระองค์จากความกังวล…

Continue reading