“แป้งในหม้อก็ไม่หมดน้ำมันในไหก็ไม่ขาด ตามพระวจนะของพระเจ้าซึ่งตรัสทางเอลียาห์”

การจัดเตรียมอันอัศจรรย์จากพระเจ้า แม้ในวันที่หญิงม่ายเหลืออาหารเพียงเล็กน้อย พระเจ้าก็ยังทรงจัดเตรียมให้แป้งในหม้อไม่หมดและน้ำมันในไหไม่ขาด เพราะเธอเชื่อฟังพระวจนะของพระองค์ ซึ่งสอนให้เรารู้ว่า พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อและทรงดูแลผู้ที่วางใจในพระองค์เสมอ ในเวลานั้น อิสราเอลอยู่ภายใต้การปกครองของกษัตริย์อาหับและเยเซเบล ซึ่งนำประชาชนไปสู่การนมัสการพระบาอัล พระเจ้าจึงทรงประกาศผ่านเอลียาห์ว่า ฝนตกจะไม่ตกในแผ่นดินเป็นเวลานาน ซึ่งก็เป็นดังนั้น แต่อย่างไรก็ตาม พระเจ้ายังทรงสำแดงพระคุณแก่คนที่สัตย์ซื่อในทางพระองค์และไม่ยอมติดตามพระอื่นนอกจากพระองค์ แม้ในเวลาที่เราขาดแคลนหรือมองไม่เห็นทางออก พระองค์ยังทรงสามารถใช้สิ่งเล็กน้อยให้เป็นสิ่งเพียงพอสำหรับเราได้เสมอ ขอเพียงเรายังดำเนินชีวิตด้วยความเชื่อและไว้วางใจในการทรงจัดเตรียมของพระเจ้าในทุกๆ วัน ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงสัตย์ซื่อและทรงจัดเตรียมแก่ลูกของพระองค์เสมอ ขอพระองค์ทรงประทานหัวใจแห่งความเชื่อและความไว้วางใจที่มั่นคงในพระองค์เหมือนหญิงม่ายแห่งศาเรฟัทที่ยอมเชื่อฟังและถวายสิ่งที่มีอยู่แก่พระองค์ก่อน แม้ในเวลาที่ชีวิตกำลังขาดแคลนและเต็มไปด้วยความทุกข์ยากก็ตาม ข้าแต่พระเจ้า หลายครั้งข้าพระองค์หวาดกลัวต่ออนาคต กังวลต่อสิ่งที่ขาด และยึดสิ่งที่มีไว้เพื่อตนเองด้วยความไม่มั่นใจ แต่ขอพระองค์ทรงสอนข้าพระองค์ให้เรียนรู้ที่จะวางใจในพระวจนะของพระองค์ และวางใจในคนของพระเจ้าที่พระองค์ทรงใช้มาด้วยจิตใจที่ถ่อมสุภาพและเชื่อฟัง ขอทรงให้ข้าพระองค์มีหัวใจที่ยอมถวายแด่พระองค์ก่อนเสมอ ไม่ใช่ถวายเมื่อเหลือใช้…

Continue reading

“…ข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นบ่าวที่ไม่มีบุญคุณต่อนาย ข้าพเจ้าได้กระทำตามหน้าที่ซึ่งข้าพเจ้าควรกระทำเท่านั้น”

ความถ่อมใจเป็นท่าทีที่สำคัญของผู้รับใช้พระเจ้า โดยเฉพาะความถ่อมใจในการรับใช้และการไม่ยกตนเองเมื่อได้ทำสิ่งดี เป็นภาพสะท้อนให้เห็นถึงพระลักษณะของพระเยซูคริสต์ได้เป็นอย่างดี พระเยซูทรงยกตัวอย่างนายคนหนึ่งมีบ่าวทำงานในนาเมื่อบ่าวกลับมา นายไม่ได้กล่าวขอบคุณเป็นพิเศษเพราะบ่าวเพียงทำหน้าที่ของตน เช่นเดียวกันเมื่อเรารับใช้พระเจ้า เราควรมีใจแบบเดียวกันนี้ ที่เข้าใจบทบาทหน้าที่ของผู้รับใช้ว่า คือผู้ที่อยู่ใต้สิทธิอำนาจของนาย ผู้รับใช้ไม่ควรคิดว่าตนมีสิทธิเรียกร้องพระคุณจากพระเจ้าเพราะผลงานของตน เพราะพระองค์ทรงมีพระคุณมากมายเหลือคณาที่เราจะนับได้อยู่แล้ว สิ่งที่เราทำเพื่อพระเจ้า ไม่ใช่การทำให้พระองค์ทรงติดหนี้เรา ไม่ใช่เพื่ออวดตน ไม่ใช่เพื่อเรียกร้องเกียรติแก่เรา แต่เป็น สิ่งที่ควรกระทำอยู่แล้วด้วยสำนึกในพระคุณที่มีต่อเราก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำไป เราไม่สามารถซื้อหรือกระทำสิ่งใดเพื่อมาแลกหรือต่อรองพระคุณพระเจ้าได้ เพราะความรอดและพระคุณเป็นของประทานจากพระเจ้าเท่านั้น ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระคุณและพระเมตตา ข้าพระองค์กราบลงต่อพระพักตร์ของพระองค์ด้วยใจสำนึกในพระคุณอย่างลึกซึ้ง เพราะทุกสิ่งที่ข้าพระองค์มี ทุกโอกาสที่ข้าพระองค์ได้รับ และทุกการรับใช้ที่ข้าพระองค์ได้กระทำ ล้วนเกิดจากพระคุณของพระองค์ทั้งสิ้น ข้าพระองค์สำนึกเสมอว่าข้าพระองค์ไม่ได้มีพระคุณต่อพระองค์เลย แต่เป็นพระองค์ต่างหาก ผู้ทรงมีพระคุณต่อข้าพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้ ที่ข้าพระองค์ได้รับใช้พระองค์ไม่ใช่เพราะข้าพระองค์คู่ควร…

Continue reading

“…จะต้องเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าได้กระทำดี เช่นได้เอาใจใส่เลี้ยงดูลูก ได้มีน้ำใจรับรองแขก ได้ล้างเท้าธรรมิกชน ได้สงเคราะห์คนที่มีความทุกข์ยากและได้บำเพ็ญคุณความดี”

เปาโลได้สอนทิโมธีเรื่องการจัดระเบียบและการดูแลคริสตจักร โดยเฉพาะเรื่องของหญิงม่ายที่คริสตจักรควรให้การช่วยเหลือ และได้กล่าวถึงคุณลักษณะของหญิงม่ายที่มีชีวิตสัตย์ซื่อต่อพระเจ้าและเป็นแบบอย่างที่ดีแก่คริสตจักร ดังนั้น คริสตจักรจึงมีหน้าที่ช่วยเหลือผู้ขัดสนจริงๆ เปาโลสอนว่าหญิงม่ายที่คริสตจักรจะดูแลเป็นพิเศษควรเป็นผู้ที่ดำเนินชีวิตดีในทางของพระเจ้า รับใช้ผู้อื่น มีความสัตย์ซื่อต่อพระเจ้า จนได้ชื่อว่าได้เป็นผู้กระทำดีที่ประกอบด้วยความรัก การรับใช้ มีความเมตตา ได้เอาใจใส่เลี้ยงดูลูก สอนลูกในทางที่ถูกต้อง และเป็นคนมีน้ำใจรับรองแขกคือ การเปิดบ้านต้อนรับสำหรับการรับใช้ของธรรมิกชนคนของพระเจ้า ดำเนินชีวิตในทางแห่งความดีอย่างต่อเนื่อง ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและความรักมั่นคง ขอพระองค์ทรงระลึกถึงหญิงม่ายทั้งหลายที่ดำเนินชีวิตอย่างสัตย์ซื่อในทางของพระองค์ ผู้ที่ยังคงรัก รับใช้ และกระทำดีต่อคนของพระเจ้าและต่อผู้อื่น ขอพระองค์ทรงเป็นกำลัง ทรงเป็นผู้เลี้ยงดู และทรงเป็นที่ลี้ภัยของพวกเขาเสมอไป พระเจ้าข้า ขอพระองค์ทรงตอบแทนความสัตย์ซื่อของพวกเขาตามพระคุณและพระเมตตาอันบริบูรณ์ของพระองค์ และขอทรงให้ชีวิตของพวกเขาเป็นพระพรและเป็นพยานแห่งความรักของพระองค์ต่อไป ขอพระองค์ทรงเปิดตาและเปิดใจของข้าพระองค์ไม่ให้เพิกเฉยต่อผู้ที่ขัดสนหรืออ่อนกำลัง แต่ให้ข้าพระองค์มีหัวใจแห่งความเมตตาพร้อมที่จะสนับสนุน…

Continue reading

“พระเจ้าตรัสว่า “ถึงกระนั้นก็ดี เจ้าทั้งหลายจงกลับมาหาเราเสียเดี๋ยวนี้ ด้วยความเต็มใจ ด้วยการอดอาหาร ด้วยการร้องไห้ และด้วยการโอดครวญ”

ความห่วงใยจากพระเจ้า พระเจ้าทรงเรียกประชากรอิสราเอลให้กลับใจอย่างแท้จริงหลังจากพวกเขาห่างไกลจากพระองค์ ซึ่งเป็นพระดำรัสที่เต็มไปด้วยพระเมตตา ด้วยการเรียกกลับและโอกาสแห่งการฟื้นฟูอีกครั้ง แม้ประชากรจะล้มลงในความบาป พระเจ้าก็ยังทรงตรัสว่าจงกลับมาหาเรา เพราะในเวลานั้น แผ่นดินอิสราเอลกำลังเผชิญกับภัยพิบัติที่มีฝูงตั๊กแตนมาทำลายพืชผล นำไปสู่ความอดอยากและความทุกข์ยากจากปัญหาเพราะประชาชนห่างจากพระเจ้า พระเจ้าจึงทรงเรียกให้พวกเขากลับมาหาพระองค์ด้วยการกลับใจ พระองค์ยังทรงเปิดทางแห่งพระเมตตา รับการให้อภัย รับการรื้อฟื้น รับการเปลี่ยนหัวใจ และการดำเนินชีวิตด้วยหัวใจที่ยอมจำนนจริงๆ ด้วยความสำนึกผิด ด้วยความถ่อมใจ แม้มนุษย์จะหลงทางแต่พระเจ้าก็ยังทรงเรียกกลับเสมอ พระเจ้าทรงเรียกให้เรากลับมาหาพระเจ้าเดี๋ยวนี้ คือโดยเร็ว อย่ารอให้ถึงพรุ่งนี้ เพราะมันอาจสายเกินไป ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาและความรักมั่นคง ในเวลานี้ ข้าพระองค์ขอเข้ามาหาพระองค์ด้วยใจถ่อม ขอพระองค์ทรงนำจิตใจของข้าพระองค์ให้หันกลับมาหาพระองค์อย่างแท้จริงด้วยความเต็มใจ ขอทรงอย่าให้ข้าพระองค์มีจิตใจที่แข็งกระด้าง หรือเฉื่อยช้าในการกลับมาหาพระองค์ ขอทรงอย่าให้ข้าพระองค์ผัดวันประกันพรุ่ง…

Continue reading

คราวนั้นคนเป็นอันมากจะถดถอยไป และอายัดกันและกันทั้งจะเกลียดชังซึ่งกันและกันด้วย – มัทธิว 24:10

พระเยซูทรงตรัสถึงหมายสำคัญของยุคสุดท้ายและเหตุการณ์ก่อนการเสด็จกลับมาของพระองค์ เพื่อเป็นการเตือนถึงสภาพจิตใจและความเชื่อของผู้คนเมื่อโลกเต็มไปด้วยความกดดัน ความกลัว การข่มเหง และความชั่วที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการข่มเหงผู้เชื่อ การถูกเกลียดชังเพราะพระนามของพระองค์ เมื่อความกดดันเพิ่มขึ้น หลายคนจะเริ่มเปลี่ยนไป หลายคนสะดุดล้มลง ละทิ้งความเชื่อ เลิกติดตามพระเจ้า เลิกเชื่อ ถอยห่างจากพระเจ้า เพราะไม่ใช่ทุกคนที่เริ่มต้นดีจะยืนหยัดจนถึงที่สุด จะเกิดการทรยศกันหักหลังกัน ส่งมอบกันและกันให้ถูกลงโทษ มนุษย์อาจเลือกรักษาตัวเองแบบรักษาเอาตัวรอดถือว่าเป็นยอดคน มาแทนความสัตย์ซื่อต่อพระเจ้าและต่อมนุษย์ด้วยกัน ความรักจะเสื่อมลงความเห็นแก่ตัวจะมากขึ้น ผู้คนจะแตกแยก ไม่ให้อภัยเต็มไปด้วยความโกรธและความเกลียด หัวใจของมนุษย์จะห่างไกลจากพระเจ้า ใส่ร้ายกัน เกิดความแตกแยกในครอบครัว เกิดความขัดแย้งในสังคม และการโจมตีกันในโซเชียลมีเดียเกิดขึ้นตามมามากขึ้นในปัจจุบันอย่างชัดเจน ข้าแต่พระเจ้า ผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรักและพระเมตตา ในเวลานี้โลกเต็มไปด้วยความเกลียดชัง…

Continue reading