“เพราะว่าไม่มีสิ่งใดที่ซ่อนไว้ ซึ่งจะไม่ปรากฏแจ้ง และไม่มีสิ่งใดที่ปิดบังไว้ ซึ่งจะไม่ต้องแพร่งพราย”

ซ่อนไว้ เป็นลักษณะอาการที่สำแดงออกมาผ่านบุคลิกและการกระทำ โดยการแอบปิดบังหรือหลบซ่อนสิ่งของหรือบุคคลไว้ในที่ลับตา เพื่อไม่ให้เห็นหรือหาเจอ เป็นคำกริยาที่ใช้เพื่อรักษาความลับ ความปลอดภัย หรือเก็บรักษาไว้ โดยมีคำต่อท้ายด้วยคำว่าไว้ต่อท้าย อันเป็นการเน้นผลต่อเนื่องว่ามีการแอบหรือปิดบังสิ่งนั้นทำสำเร็จเรียบร้อยแล้ว การปกปิด ซ่อนเร้น ไม่เปิดเผยความจริง ทำให้ยากต่อการค้นหาความจริง หรือตัวตนที่แท้จริง ใช้เมื่อต้องการเก็บงำข้อมูล ข่าวสาร หรือพฤติกรรมบางอย่างไว้ไม่ให้ผู้อื่นได้รับรู้ โดยการซ่อนไว้ อำพรางไว้ ปกปิดไว้ ไม่ยอมเปิดเผย แม้มนุษย์มีความสามารถที่จะปกปิดซ่อนเร้นปิดบังบางสิ่งบางอย่างไว้จากผู้อื่น แต่มีความจริงในเรื่องนี้คือ ไม่มีมนุษย์คนใดสามารถปิดบังซ่อนเร้นอะไรไว้ให้พ้นจากสายพระเนตรของพระเจ้าได้เลยสักสิ่งเดียว ในพระเจ้าทรงประจักษ์แจ้งในทุกสิ่ง และในมนุษย์ไม่มีสิ่งใดปิดซ่อนไว้ให้พ้นจากพระเจ้าได้ ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ทรงทราบทุกสิ่งในชีวิตของข้าพระองค์ เมื่อพระองค์ทรงมองมายังข้าพระองค์ทุกอย่างก็เปิดออกและกระจ่างแจ้งสำหรับพระองค์ ข้าแต่พระเจ้า…

Continue reading

“ชื่อเสียงดีเป็นสิ่งควรเลือกยิ่งกว่าความมั่งคั่งมากมาย และซึ่งเป็นที่โปรดปรานก็ดีกว่ามีเงินหรือทอง”

ชื่อเสียงดีเป็นสิ่งควรเลือกยิ่งกว่าความมั่งคั่งมากมาย นั้นหมายถึง การมีเกียรติยศ ศีลธรรม ความซื่อสัตย์ และเป็นที่เคารพยกย่องจากผู้อื่น มีคุณค่าและความสำคัญมากกว่าการมีทรัพย์สินเงินทองมากมายแต่ขาดคุณธรรม เพราะเกียรติยศเป็นสิ่งที่ยั่งยืนและซื้อไม่ได้ เพราะเงินทองอาจหมดไปได้ แต่ชื่อเสียงหรือความดีที่ทำไว้จะอยู่ตลอดไป ยังหมายถึงการเป็นที่ยอมรับและไว้วางใจนำมาซึ่งโอกาสและมิตรภาพที่ดีกว่าการมีแค่เงิน ในแง่มุมของความรู้สึกนั้นชื่อเสียงดีมักจะมีความสุขจากการทำสิ่งที่ถูกต้อง ชอบธรรม มีค่ามากกว่าความสุขชั่วคราวจากทรัพย์สิน ในทางกลับกัน คนที่รวยแต่ชื่อเสียงฉาวโฉ่ อาจได้รับความลำบากในภายหลัง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเงินไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง แน่นอนว่า เงินและทองเป็นสิ่งของที่มนุษย์แทบจะทุกคนต้องการที่จะมี เพราะเงินและทองสามารถสร้างบางสิ่งบางอย่างให้แก่ผู้เป็นเจ้าของได้ ทุกคนต่างก็มีความพยายามทำทุกสิ่งทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินทอง ยอมทำงานหนักเพื่อจะได้มาซึ่งเงินทอง แทบจะทั้งชีวิตก็จะใช้เวลาเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินและทอง ถึงกระนั้นก็ยังมีสิ่งที่มีค่ามากกว่าเงินทองและความมั่งคั่งทั้งหลายคือ การมีซื่อเสียงดีก็ดีกว่า และยิ่งกว่านั้นยังมีสิ่งที่มีค่ามากกว่านี้อีกนั่นก็คือ มีชื่อเสียงดีและเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า สรรเสริญพระเจ้า พระผู้ทรงตั้งต้นการดีไว้แล้ว…

Continue reading

“คนชั่วร้ายไม่เข้าใจความยุติธรรม แต่บรรดาผู้ที่แสวงหาพระเจ้าเข้าใจถี่ถ้วน”

ความไม่เข้าใจ เป็นลักษณะอาการที่ไม่รู้ความหมาย ไม่เข้าใจเนื้อหา หรือไม่เข้าใจเจตนาของเรื่องราวที่ได้รับรู้ ซึ่งสอดคล้องกับคำว่า ไม่รู้ ไม่รู้เรื่อง หรือมึนงง เป็นการที่สมองยังไม่สามารถประมวลผลข้อมูลนั้นให้เห็นภาพ หรือเข้าใจเหตุผลได้อย่างชัดเจน ไม่รู้ความหมายของเรื่องนั้นๆ หรือการไม่สามารถจับใจความได้ ฟังหรืออ่านข้อความแล้วไม่รู้เรื่อง ไม่สามารถทำความเข้าใจเหตุผลหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งตรงกันข้ามกับความเข้าใจดี โดยเฉพาะความเข้าใจอย่างถ้วนถี่หรือถี่ถ้วน ซึ่งหมายถึงเข้าใจอย่างละเอียดลออ รอบคอบ ไม่ตกหล่นเสียหาย พิจารณาอย่างถี่ถ้วนรอบคอบเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ เพื่อให้ได้สิ่งที่ถูกต้องแม่นยำ และเพื่อให้ได้มาซึ่งความจริง ความยุติธรรม แต่จะมีสักกี่คนที่จะเป็นเช่นนี้ได้ แน่นอนว่า หาได้ยากเพราะธรรมชาติบาปของมนุษย์ยังมีเรื่องอื่นๆ เข้ามาแทรกได้อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นความหยิ่งยโส ความลำเอียง ความอิจฉา…

Continue reading

“เพราะฉะนั้นบัดนี้พระเจ้าจอมโยธาจึงตรัสว่า จงพิจารณาดูว่าเจ้ามีความเป็นอยู่อย่างไร”

พิจารณา เป็นข้อบ่งชี้ว่าได้มีการตรวจตรา ตริตรอง สอบสวน หรือไตร่ตรองอย่างละเอียดรอบคอบ เป็นการใช้ความคิดทบทวนเรื่องราวหรือหลักฐานต่างๆ เพื่อให้เห็นจริงหรือเพื่อตัดสินใจ ในบริบทกฎหมายหรือราชการหมายถึง การศึกษาเรื่องราวอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจหรือดำเนินการ ผ่านการคิดทบทวนอย่างถี่ถ้วน มีการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด โดยใช้ความคิดวิเคราะห์ จนนำไปสู่การตัดสินใจ พระเจ้าทรงตรัสว่า จงพิจารณาดู ก็เพื่อให้เรามีการคิดวิเคราะห์ว่าทำไมจึงเป็นแบบนี้ ทำไมจึงเกิดแบบนั้น พิจารณาดูว่าดีหรือไม่ดี หรือพิจารณาดูว่าจะเลือกเอาหรือไม่ เลือกเป็นแบบไหนอย่างไร  นั่นก็เท่ากับว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่เราจำเป็นจะต้องพิจารณาดูให้ดีว่าสิ่งนั้นคืออะไรและผลของการเลือกเป็นอย่างไร หรือไม่ก็หมายถึงการมองย้อนหลังกลับไปว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างกับเราตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน บางครั้งเมื่อเราดำเนินชีวิตมาถึงจุดๆ หนึ่งก็มีความจำเป็นที่จะมองย้อนกลับไปพิจารณาว่า เพราะเหตุใดหรือทำไมเราจึงมายืนอยู่ในจุดนี้ได้นั้นมาจากสิ่งใด ใคร หรืออะไร สรรเสริญพระเจ้า เพราะทุกครั้งที่ข้าพระองค์ย้อนมองกลับไปในวันวาน ข้าพระองค์ได้เริ่มต้นมาอย่างไร…

Continue reading

“เพราะคนตลบตะแลงเป็นที่เกลียดชังต่อพระเจ้า แต่คนเที่ยงธรรมอยู่ในความไว้พระทัยของพระองค์”

คนตลบตะแลงคือ คนที่มีการพูดที่กลับไปกลับมาจนเชื่อถือไม่ได้ พลิกแพลงด้วยเล่ห์เหลี่ยมให้หลงเชื่อ ปลิ้นปล้อน กลับกลอก สับปลับ เป็นการสำแดงให้เห็นถึงการไม่จริงใจ เป็นคนหน้าไหว้หลังหลอก พูดอย่างทำอย่าง คนที่มีลักษณะเช่นนี้ย่อมเป็นที่รังเกียจของสังคม และมากกว่านั้นคนเช่นนี้เป็นที่เกลียดชังต่อพระเจ้า ส่วนผู้เที่ยงธรรมนั้นคือ ผู้ที่ตั้งตรงด้วยความเป็นธรรม ยุติธรรม เที่ยงตรง ไม่เอนเอียงกลับไปกลับมา ไม่เห็นแก่สินจ้างใดๆ เป็นคนที่ประพฤติชอบธรรม สัตย์ซื่อ คนเช่นนี้เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า มากกว่านั้น พระเจ้าได้ทรงวางใจในคนหล่านั้นที่จะใช้เขาไปในการรับผิดชอบการงานของพระองค์ซึ่งเป็นการงานที่มีค่าสูงสุด แล้ววันนี้เราดำเนินชีวิตแบบคนตลบตะแลงหรือในแบบของคนเที่ยงธรรม พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าแห่งความสัตย์จริง พระวจนะของพระองค์ซึ่งพระองค์ทรงตรัสออกมาจากพระโอษฐ์ของพระองค์นั้นล้วนสัตย์จริง เป็นจริง ไม่มีการหลอกลวงหรือตลบตะแลง ซ่อนเร้น อำพรางเพราะพระองค์ทรงเกลียดชังการมุสา ตลบตะแลง…

Continue reading