มัทธิว 10:5ก, 21-24, 25ข-31 – สิบสองคนนี้ พระเยซูทรงใช้ให้ออกไปและสั่งเขา … “แม้ว่าพี่จะมอบน้องให้ถึงความตาย พ่อจะมอบลูกและลูกก็จะทรยศต่อพ่อแม่ให้ถึงแก่ความตาย คนทั้งปวงจะเกลียดชังท่าน เพราะความภักดีที่ท่านมีต่อเรา แต่ผู้ใดที่ทนได้ถึงที่สุด ผู้นั้นจะรอด เมื่อเขาเคี่ยวเข็ญท่านในเมืองหนึ่งจงหนีไปยังอีกเมืองหนึ่ง เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ก่อนที่ท่านจะไปทั่วเมืองต่าง ๆ ทั้งหมดในอิสราเอล บุตรมนุษย์จะเสด็จมา ศิษย์ไม่ใหญ่กว่าครูและทาสไม่ใหญ่กว่านายของตน … ถ้าเขาได้เรียกเจ้าบ้านว่าเบเอลเซบูล เขาจะเรียกลูกบ้านของเขามากยิ่งกว่านั้นเท่าใด เหตุฉะนั้น อย่ากลัวเขา เพราะว่าไม่มีสิ่งใดปิดบังไว้ที่จะไม่ต้องเปิดเผย หรือการลับที่จะไม่เผยให้ประจักษ์ ซึ่งเรากล่าวแก่พวกท่านในที่มืด ท่านจงกล่าวในที่แจ้ง และซึ่งท่านได้ยินกระซิบที่หู จงตะโกนจากดาดฟ้าหลังคาบ้าน อย่ากลัวผู้ที่ฆ่าได้แต่กาย แต่ไม่มีอำนาจที่จะฆ่าจิตวิญญาณ แต่จงกลัวพระองค์ผู้ทรงฤทธิ์ ที่จะให้ทั้งจิตวิญญาณ ทั้งกายพินาศในนรกได้ นกกระจาบสองตัวเขาขายบาทหนึ่งมิใช่หรือ แต่ถ้าพระบิดาของท่านไม่ทรงเห็นชอบ นกนั้นแม้สักตัวเดียวจะตกลงถึงดินก็ไม่ได้ ถึงผมของท่านทั้งหลาย ก็ทรงนับไว้แล้วทุกเส้น เหตุฉะนั้น อย่ากลัวเลย ท่านทั้งหลายก็ประเสริฐกว่านกกระจาบหลายตัว”
ข้าพเจ้ารู้สึกแปลกใจที่พระเยซูทรงส่งสาวกสิบสองคนออกไปประกาศและรักษาโรคด้วยถ้อยคำที่น่ากลัวอย่างที่เราเพิ่งได้ยินไป ถ้อยคำเหล่านั้นฟังดูเหมาะสมกับวันสิ้นโลกมากกว่าไม่ใช่หรือ แต่นี่ไม่ใช่จุดจบของโลก แต่เป็นเพียงการออกประกาศครั้งแรกของสาวกสิบสองคน และเท่าที่เราทราบ การออกประกาศครั้งนี้ประสบความสำเร็จ! ดังนั้น ทำไมพระเยซูจึงตรัสถ้อยคำที่น่ากลัวเหล่านี้กับพวกเขาในตอนนี้
ข้าพเจ้าสงสัยว่าบางทีพระเยซูอาจทำเช่นนี้เพราะพระองค์ทรงทราบว่าในขณะนั้นพวกเขากำลังกังวลและหวาดกลัว และในภายหลังพวกเขาจะกลับมาด้วยความปิติยินดีที่ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี และพระองค์ทรงต้องการให้พวกเขาเข้าใจว่า ในชีวิตแห่งการรับใช้พระเยซูนั้นจะมีทั้งความยากลำบากและความเศร้าโศกอย่างใหญ่หลวง จนถึงขั้นถูกข่มเหง และมีความสุขและความชื่นชมยินดีอย่างมาก เมื่อพวกเขาเห็นพระเจ้าทรงทำงานผ่านพวกเขาเพื่อนำผู้คนมาสู่ความเชื่อและขยายแผ่นดินของพระองค์
และคำตอบสำหรับทั้งสองขั้วนั้นเหมือนกัน คือ การจ้องมองไปที่พระเยซู วางใจในพระองค์ที่จะทรงนำเราผ่านพ้นทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความสุขและความสำเร็จ หรือไม่ว่าจะเป็นปัญหา การถูกข่มเหง และสิ่งที่ดูเหมือนความล้มเหลว เพราะหน้าที่ของเราคือ การซื่อสัตย์และปล่อยให้พระเจ้าทรงทำงานผ่านเรา พระเจ้าทรงเป็นผู้รับผิดชอบต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
ท้ายที่สุดแล้ว เราคงไม่เก่งเรื่องการแยกแยะความแตกต่างระหว่างผลลัพธ์ที่ดีและผลลัพธ์ที่ไม่ดีใช่ไหม ใครจะมองดูความทุกข์ทรมานและการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูบนไม้กางเขน แล้วเห็นว่านั่นคือ ชัยชนะของพระองค์ แต่ก็เป็นเช่นนั้น และเมื่อพระองค์ทรงคืนพระชนม์จากความตายในสามวันต่อมา พระเยซูทรงกลายเป็นแหล่งที่มาของชีวิต การให้อภัย และความสุขของเรา
เราอธิษฐาน: ข้าแต่พระเจ้า ไม่ว่าข้าพระองค์จะมีความสุขหรือท้อแท้ในการงานที่พระองค์ทรงมอบหมายให้ข้าพระองค์ทำ ขอทรงโปรดให้ดวงตาและหัวใจของข้าพระองค์อยู่กับพระองค์ อาเมน
คำถามเพื่อการใคร่ครวญ:
- คุณรับใช้พระเจ้าในชีวิตของคุณอย่างไรบ้าง พระองค์ทรงมอบหมายงานอะไรให้คุณทำ
- ตอนนี้คุณรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับความคืบหน้าของงานนั้น
- คุณพบความหวังและความสบายใจในพระเยซูได้อย่างไรเมื่อคุณต้องการมากที่สุด
© : Lutheran Hour Ministries

